ตอนที่ 257
บทที่ 257 การตัดสินใจของเฉียนเหิง ส่งต่อตราอัสนีบาตคำรนมาแล้ว!
October 22, 2026
บทที่ 257 การตัดสินใจของเฉียนเหิง ส่งต่อตราอัสนีบาตคำรนมาแล้ว!
เรื่องมันผิดคาดไปแบบสุด ๆ
ราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดที่ชื่อเสียงในด้านความแข็งแกร่งระบือลือไกลไปทั่วทั้งเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับต้องมาตายเช่นนี้
ต่อหน้าต่อตาพวกเขาทุกคน เขาถูกผู้ปลุกพลังหนุ่มสังหารภายในสามกระบี่เท่านั้น
โดยไม่สามารถต้านทานอะไรได้เลย
ไม่มีใครกล้าส่งเสียง
ทั่วทั้งตระกูลเฉียน แม้แต่ทั่วทั้งเมืองหยวนซานต่างตกอยู่ในความเงียบสงัดไปชั่วขณะ
ด้านฉู่โม่ว
ในตอนนี้ เขากำลังเดินตรงไปยังร่างของราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดและหยิบเอากระเป๋าเก็บของของอีกฝ่ายขึ้นมา
เปิดออกและมองของข้างใน
ภายในนั้นมีสมบัติแห่งโลกและสวรรค์มากมายรวมถึงหินปฐมกาลอยู่เป็นจำนวนมาก เพียงมองแค่นี้ก็รู้แล้วว่ามีมูลค่าไม่ใช่น้อย ๆ
จากนั้น
ฉู่โม่วก็หันไปมองยังร่างของราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดที่นอนอยู่บนพื้น
เหตุผลที่เขาสังหารคนคนนี้ ก็เพราะพลังธาตุมืดในตัวอีกฝ่าย แต่เพราะตอนนี้ระบบกลืนกินของเขายังไม่พร้อมใช้งาน เขาจึงจำเป็นต้องเก็บร่างนี้ไว้ในมิติพกพาเสียก่อน รอเวลาที่พร้อมแล้วค่อยกลืนกินทีหลัง
หลังจากที่เก็บร่างนั้นเข้าไป ฉู่โม่วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ในตอนนี้
เฉียนเหิงและคนอื่น ๆ เริ่มได้สติกันแล้ว
“ขอบคุณคุณฉู่มากจริง ๆ ที่ช่วยกำจัดราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดและหยุดยั้งการล่มสลายของตระกูลเฉียน บุญคุณในครั้งนี้ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าจะทดแทนได้อย่างไร!”
เขาเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าฉู่โม่ว แสดงความเคารพและขอบคุณอย่างจริงใจ
“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ผมเองก็ต้องขอบคุณที่ไว้วางใจกันนะครับ”
ฉู่โม่วพูดด้วยรอยยิ้ม
เฉียนเหิงส่ายหน้าอีกครั้งและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณฉู่จะถ่อมตนมากไปแล้วครับ สำหรับคุณนี่อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่สำหรับพวกเรา นี่มันยิ่งใหญ่มาก ๆ เลยครับ!”
น้ำเสียงของเขาอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้น
ในตอนแรก เขาคิดว่าฉู่โม่วนั้นมีพลังเพียงแค่ราชันย์ยุทธ์ระดับต้นเท่านั้น ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกผิดหวังขึ้นมาในใจเล็กน้อย จนเขาเคยต่อว่าหวังเฉิงในใจเพราะคิดว่าอีกฝ่ายเกรงกลัวพลังของราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดเสียจนไม่กล้ามาเผชิญหน้า
แต่ใครกันจะไปคาดคิด
ฉู่โม่วที่อยู่แค่ระดับราชันย์เทพยุทธ์ที่เรียกได้ว่า “ระดับพลังต่ำ” จนไม่สามารถทำอะไรได้ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่เพียงแค่เขาขยับตัวกลับแสดงพลังที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ออกมา แสดงว่าเขาคนนี้ต้องแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับราชันย์เทพยุทธ์ และยังเต็มใจช่วยตระกูลเฉียนของเขาด้วย!
‘โชคดีจริง ๆ ที่ไม่ได้พูดอะไรต่อหน้าคุณฉู่ในตอนนั้น ถ้าขืนเขาไม่พอใจละก็ ตระกูลเฉียนของฉันคงไม่รอดแน่!’
คิดได้เช่นนั้น
เขาก็ยิ่งรู้สึกขอบคุณฉู่โม่วมากขึ้นไปอีก
“คุณฉู่ครับ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ตระกูลเฉียนของฉันรอดพ้นอันตรายมาได้ พวกเขาจึงอยากจะจัดงานเลี้ยงให้ที่คฤหาสน์คืนนี้ให้คุณน่ะ ขอเชิญคุณฉู่มาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย!”
เฉียนเหิงกล่าวเชิญอย่างจริงใจ
ได้ยินอย่างนั้น
ฉู่โม่วก็ครุ่นคิดนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้าตกลง “ด้วยความยินดีครับ”
…
ข่าวคราวเรื่องการตายของราชันย์ยุทธ์เงามืดกระจายไปทั่วทั้งเมืองหยวนซาน ไม่เพียงเท่านั้น มันยังกระจายไปยังพื้นที่รอบข้างด้วย
ผู้ปลุกพลังทุกคนแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่พวกเขาได้ยินมาในตอนแรก
ราชันย์ยุทธ์เงามืดเลยนะ!
คนคนนี้แข็งแกร่งถึงขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับสูงแล้ว ไหนจะมีความเชี่ยวชาญในด้านการลอบสังหาร เขาสามารถสังหารได้แม้กระทั่งผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์มาแล้วตั้งหลายคน
แต่เขากลับถูกฆ่าตายเสียเองในเมืองหยวนซานงั้นเหรอ!?
มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน!
ไม่ว่าพวกเขาจะไม่อยากเชื่อเรื่องที่ได้ยินมาเพียงไหน แต่ก็มีผู้ปลุกพลังหลายคนยืนยันว่าราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดนั้นถูกฆ่าตายโดยกระบี่จริง ๆ พวกเขาจึงเริ่มเชื่อในเรื่องนี้ขึ้นมา
นอกจากนี้
สิ่งที่ทำให้หลายกองกำลังจากเมืองหยวนซานและคนอื่น ๆ ต่างหวาดระแวงกันทั้งนั้น
คือการที่ราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดถูกใครก็ไม่รู้ที่แข็งแกร่งกว่าขั้นราชันย์เทพยุทธ์สังหารต่างหาก นี่มันหมายความว่า… ตระกูลเฉียนมีราชันย์เทพยุทธ์คอยหนุนหลังอยู่งั้นเหรอ!?
“ผู้นำตระกูลเฉียน เฉียนเหิงเป็นราชันย์ยุทธ์ระดับสูง ตระกูลเฉียนก็เป็นตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองหยวนซาน แต่ไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าเบื้องหลังตระกูลนี้ยังมีคนหนุนหลังเป็นผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งเหนือกว่าระดับราชันย์เทพยุทธ์อยู่อีก! บ้าไปแล้ว ”
“พูดถึงเรื่องนั้นแล้ว ฉันก็สงสัยว่าทำไมตระกูลเฉียนถึงได้โชคดีมีคนระดับราชันย์เทพยุทธ์มาคอยหนุนหลังได้ล่ะ?”
“นายไม่รู้เหรอว่าผู้นำตระกูลอย่างเฉียนเหิงน่ะ ชอบผูกมิตรกับผู้คนไปทั่ว บางทีราชันย์เทพยุทธ์คนนี้เองก็อาจจะเป็นคนที่ผู้นำตระกูลเฉียนไปผูกมิตรไว้ก็ได้!”
“จะว่าไปก็น่าขำอยู่นะ ที่ผู้นำตระกูลเฉียนผูกมิตรไปทั่วจนแทบจะเป็นมิตรกับคนทั้งโลกแล้ว เขามีพันธมิตรมากมายแท้ ๆ แต่พอราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดปรากฏตัวขึ้นมา คนที่ตัวเองเรียกว่าพันธมิตรกลับไม่กล้าเสนอหน้าออกมาช่วย จนราชันย์เทพยุทธ์คนนี้ต้องลงมือช่วยเหลือตระกูลเฉียนเอง บางทีป่านนี้พวกนั้นคงกำลังนอนเสียใจหลังรู้ข่าวแล้วมั้ง!”
“ก็สมควรแล้ว ทำตัวเป็นหมาป่ากระหายเลือดหวังผลประโยชน์อย่างเดียวแบบนั้นน่ะ!”
“จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว ยังไงซะนี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตไปทิ้งเพื่อผลประโยชน์ของคนอื่นสักเท่าไหร่หรอก การที่พวกเขาไม่อยากตาย มันก็ไม่ใช่การเห็นแก่ตัวอะไร แต่ก็นั่นแหละ หลังเรื่องนี้จบลง คนพวกนั้นคงไม่กล้ามาสู้หน้าตระกูลเฉียนอีกแน่นอน”
“ใช่ ๆ”
“ผลลัพธ์จากการต่อสู้ครั้งนี้ คงจะทำให้ตระกูลเฉียนเติบโตไปได้อีกขั้นแน่ ๆ”
ภายในเมืองหยวนซาน ผู้ปลุกพลังมากมายและหลายฝ่ายต่างก็พูดคุยกันถึงเรื่องนี้
พวกเขาดูจะเคารพตระกูลเฉียนกันมากกว่าเดิมอยู่บ้าง
…
ตะวันลับฟ้า…
ในขณะที่ทั่วทั้งเมืองกำลังตกตะลึงอยู่กับข่าวการตายของราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืด
ในตอนนั้น ที่คฤหาสน์ตระกูลเฉียน แสงสว่างกำลังสาดส่องไปทั่ว
หลังจากเรื่องวุ่นวายถูกคลี่คลายลง ตระกูลเฉียนก็ได้จัดงานเลี้ยงครั้งใหญ่ที่คนนอกไม่ได้ถูกรับเชิญ ซึ่งเป็นงานเลี้ยงภายในที่มีแต่คนในตระกูลจริง ๆ มาร่วมเฉลิมฉลอง
ณ โถงกลางคฤหาสน์ตระกูลเฉียน ผู้นำตระกูลและเหล่าผู้อาวุโสรวมไปถึงฉู่โม่วกำลังพากันดื่มด่ำกับอาหารยามค่ำคืนนี้อยู่
ที่โต๊ะอาหาร
แก้วไวน์บนโต๊ะถูกรินเพิ่มแล้วเพิ่มอีกเพื่อกล่อมเกลาบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความครื้นเครง
พอดื่มไวน์แก้วที่สาม
เฉียนเหิงก็หันไปพูดกับฉู่โม่วด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณฉู่ ฉันต้องขอบคุณจริง ๆ ที่คุณได้ช่วยปกป้องตระกูลเฉียนของฉันเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่รู้จะตอบแทนคุณอย่างไรดี สิ่งนี้เองก็ถือเป็นสิ่งเล็กน้อยมากที่ฉันพอจะทำให้ได้… เพราะงั้นได้โปรดรับมันไว้ด้วยเถอะนะครับ”
พูดจบ
เขาก็หันไปหยิบเอาบางสิ่งบางอย่างออกมาจากกระเป๋าและวางมันลงตรงหน้าฉู่โม่ว
“ผู้นำตระกูลเฉียน นี่คุณ…”
ฉู่โม่วหันกลับมามอง