ตอนที่ 27
บทที่ 27 เฉินซีเวยได้อันดับที่หนึ่ง ฝึกฝนกระบี่วายุอสนีบาต!
October 22, 2026
บทที่ 27 เฉินซีเวยได้อันดับที่หนึ่ง ฝึกฝนกระบี่วายุอสนีบาต!
ไม่นานนัก การจัดอันดับก็จบลง
เฉินซีเวย นักเรียนจากคลาสพิเศษของสถาบันอันดับหนึ่งแห่งฐานลู่หยาง ได้รับอันดับหนึ่งในภารกิจครั้งนี้ด้วยคะแนนสูงถึง 836 คะแนน!
คะแนนของเธอนี้ทำเอาทุกคนต้องพากันตกใจ
แม้ว่าตัวเฉินซีเวยจะได้รับยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะแห่งฐานลู่หยางก็จริง แต่ศักยภาพที่เธอแสดงออกมาให้เห็นช่วงที่ผ่านมานี้กลับไม่ได้ถือว่าอยู่ในจุดสูงสุดเสียเท่าไหร่
เพราะนอกจากเธอแล้วยังมีกัวฉินที่ค่อนข้างจะโดดเด่นมากกว่า
ไม่ต้องพูดถึงภายในภารกิจเลย เธอเทียบสวี่กวงจากฐานฉางเฟิงที่เป็นอัจฉริยะที่แท้จริงแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แต่ทั้ง ๆ ที่มีทั้งสองคนนี้อยู่ด้วย แต่ทำไมเฉินซีเวยถึงยังได้อันดับที่หนึ่งกันนะ?
ทุกคนต่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินนี้
ทว่าหลังจากนั้น พวกเขาก็เริ่มเข้าใจได้ว่ามันเป็นเพราะอะไร
กัวฉินได้รับบาดเจ็บจากสวี่กวงระหว่างการทำภารกิจ ซึ่งถือได้ว่าทำให้เขาเสียเปรียบหนักยิ่งนัก เพราะทำให้ไม่สามารถล่าสัตว์อสูรตัวใหญ่เพื่อตามคนอื่น ๆ ให้ทันได้ และลำพังสิ่งที่มีอยู่ก่อนหน้าที่จะได้รับบาดเจ็บ มันก็ทำให้เขาได้เพียงลำดับที่ห้าเท่านั้น
ในขณะที่สวี่กวง…
เขาตายในภารกิจครั้งนี้ ขนาดที่แม้แต่ร่างยังหาไม่พบ
พลันเมื่อข่าวนี้แพร่ออกมา
สีหน้าของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์จากทั้งสองฐานก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
“เมื่อวันแรก หมอนี่ภาคภูมิใจอะไรนะ? น่าขันจริง!”
“ฉันจำได้นะ ตั้งแต่ต้นเลย ใช่สวี่กวงนั่นหรือเปล่านะที่ยืดอกพูดว่าพวกเราเป็นแค่มดปลวกน่ะ? ดูสิ กลายเป็นว่ามดปลวกอย่างพวกเรารอดตายกัน แต่หมอนั่นดันตายซะงั้น!”
“กล้าที่จะมาโจมตีผู้ฝึกยุทธ์จากฐานลู่หยางระหว่างทำภารกิจแล้วผลมันเป็นยังไงล่ะ? สมควรแล้ว!”
“พวกแกอย่าไปเยาะเย้ยเขาสิ! สวี่กวงก็เป็นอัจฉริยะจริง ๆ นั่นแหละ แต่ก็นะ ตอนนี้เป็นอดีตไปแล้ว ฮ่า ๆๆๆ!”
“ให้ตายเถอะน้า ถ้าไม่ทำตัวอวดเบ่งไว้ตั้งแต่แรก ฉันอาจจะยอมแสดงความเสียใจให้สักหน่อยแท้ ๆ”
“คิก คิก…”
เป็นฝั่งนักเรียนจากฐานลู่หยางที่ถือโอกาสนี้เยาะเย้ยกลับไปบ้าง
เมื่อตอนที่เริ่มภารกิจไล่ล่านี้ราว ๆ ครึ่งเดือนก่อน สวี่กวงเป็นฝ่ายพูดโอ้อวดว่าไม่มีใครสามารถเอาชนะตนได้ และทุกคนก็จำคำพูดของเขาไว้ได้แม่น
ตั้งแต่ตอนนั้น ภายในใจของนักเรียนจากฝั่งฐานลู่หยางก็เดือดเป็นฟืนเป็นไฟกันทุกคน เพียงแต่พวกเขาไม่โต้ตอบอะไรกลับไปเท่านั้น
ตลอดเวลาที่ภารกิจดำเนิน ก็มีอยู่หลายครั้งด้วยที่สวี่กวงนำเหล่าผู้ปลุกพลังจากฐานฉางเฟิงเข้ามาลอบทำร้ายคนของฐานลู่หยาง รวมไปถึงทำให้กัวฉินบาดเจ็บ ดังนั้นในตอนนี้ที่ทุกคนรู้ว่าสวี่กวงตายแล้ว มันจึงอดไม่ได้ที่พวกเขาจะระบายความโกรธเคืองออกมา
ซึ่งขณะเดียวกันนั้น
ทางฝั่งของผู้ฝึกยุทธ์จากฐานฉางเฟิงที่ได้ยินข่าวอันน่าหดหู่นี้ก็ดูหน้าซีดกันไปหมด
“สวี่กวงเป็นมือกระบี่ที่มีฝีมือเก่งกาจแท้ ๆ ด้วยฝีมือระดับที่หาตัวจับได้ยากนั่น ทำไมเขาถึงมาตายในภารกิจได้ล่ะ?”
“นี่มันเป็นไปไม่ได้หรอก!”
“เขาต้องยังไม่ตายแน่ ๆ! บางทีอาจจะแค่ลืมเวลาที่จะออกมาเฉย ๆ!”
“นั่นสิ! มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว!”
“ถ้าไม่เห็นศพ พวกเราก็ไม่เชื่อหรอกนะว่าเขาตาย!”
ทีมระดับสูงของฐานฉางเฟิงต่างพากันหัวเสีย ก่อนจะตัดสินใจนำผู้ฝึกยุทธ์ของพวกเขากลับเข้าไปในป่าใหญ่อีกครั้ง เพื่อตามหาร่างสวี่กวง
แต่ก็เท่านั้น…
ความพยายามของพวกเขาสูญเปล่า
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์จากฐานฉางเฟิงที่เข้าไปในป่าจนวุ่นวาย แม้พวกเขาจะหายไปนานแต่สิ่งที่ได้มากลับเป็นความล้มเหลว และเมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีทางเลือกอื่น พวกเขาทั้งหมดก็จำใจต้องถอนกำลังออกมา
ส่วนทางฝั่งของฐานลู่หยาง เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลายต่างพากันไปห้อมล้อมกันอยู่ที่เฉินซีเวย พวกเขายินดีกับการที่เธอได้เป็นอันดับหนึ่งของภารกิจครั้งนี้
และแน่นอนว่าภายใต้การชื่นชมนี้ ทุกคนล้วนอิจฉาเธอ
การที่เฉินซีเวยได้อันดับหนึ่งในภารกิจ นั่นหมายถึงเธอจะได้รับรางวัลที่มากกว่าของรางวัลธรรมดาหลังจากที่กลับไปยังฐานแล้ว
นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องการันตีด้วยว่าหนทางในอนาคตของเธอคนนี้จะต้องรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน
ไม่แปลกใจเลยหากคนอื่น ๆ จะมาตีสนิทกับเธอ
หากไม่ติดว่า…
เฉินซีเวยที่กำลังถูกสนอกสนใจนี้ ดูเหมือนจะไม่ได้มีสติอยู่กับตนเองเลย
เธอสามารถเอาอันดับที่หนึ่งมาครอบครองได้ ก็เพราะคนที่เข้ามาช่วยเธอไว้ได้ทิ้งกระเป๋าสัมภาระของสวี่กวงไว้ให้ก่อนจะจากไป
ไม่เช่นนั้น ลำพังเพียงสิ่งที่หามาได้จริง ๆ เต็มที่ เธอก็อาจเป็นได้มากสุดแค่อันดับสามเท่านั้น
ถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจ
ทำไมคนคนนั้นถึงเลือกที่จะช่วยเธอ?
มีความจำเป็นอะไรหรือไง?
ภาพสถานการณ์ในตอนนั้นที่เล่นซ้ำในหัว มันเผยให้เห็นร่างที่มายืนมองเธอขณะที่กำลังอยู่ในช่วงวิกฤต แม้หัวใจจะอยู่ในสภาวะหวาดกลัว แต่ยังพอจำได้ว่าเธอคุ้นกับรูปร่างของอีกฝ่ายมากนัก
หญิงสาวพยายามกวาดสายตามองทุกคนที่เข้ามาหาเธอ เพื่อหาดูว่ามีคนที่มีรูปร่างคล้ายกันหรือเปล่า
แต่จนแล้วจนรอด เฉินซีเวยก็ไม่พบร่างที่เธอตั้งใจหา จนกระทั่งอาจารย์เข้ามาตามนักเรียนกลับขึ้นรถเพื่อจะออกจากจุดนี้
ในตอนนั้น
ภายในใจของเธอเกิดความรู้สึกโหวงเหวงขึ้นมาเล็กน้อย
ทว่าจากนั้นไม่นาน เธอก็หัวเราะกับตนเอง