ตอนที่ 274
บทที่ 274 เขตแดนเหนือสุด ความคิดของเจียงเยว่เหยา
October 22, 2026
บทที่ 274 เขตแดนเหนือสุด ความคิดของเจียงเยว่เหยา
ย่านรุ่งอรุณ คฤหาสน์ 0264
ฉู่โม่วมุ่งหน้ากลับมาที่นี่ทันที แต่ก็ไม่เจอเฉินซีเวย กลับกลายเป็นเทียนเผิงที่วิ่งเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้นแทน
“นายท่าน ในที่สุดก็กลับมาแล้ว!”
มันพุ่งตัวเข้าหาฉู่โม่วและกล่าวอย่างมีความสุข
หลังจากที่ไม่ได้เห็นมันมานานนับเดือน ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ว่าพละกำลังของเทียนเผิงมีแต่จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ถึงขั้นมีกลิ่นผืนป่าจาง ๆ ที่ทำให้ผู้คนต้องหวาดผวาออกมาด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นภาพนี้
ฉู่โม่วก็ตะลึงงันไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยถาม “เทียนเผิง ระดับร่างกายของนายพัฒนาขึ้นเหรอ?”
“ใช่ขอรับ”
เทียนเผิงกล่าว “คราวก่อนนายท่านให้เลือดพญาหงส์ปีกทองคำมา ข้าเลยใช้โอกาสนั้นทำให้เลือดบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นและปลุกพรสวรรค์ของสายเลือดพญาหงส์ปีกทองคำขึ้นมาด้วย ทั้งพละกำลังกับความเร็วก็แข็งแกร่งขึ้น!”
เทียนเผิงอธิบายอย่างละเอียดด้วยสีหน้าตื่นเต้น
ที่จริงแล้ว
เทียนเผิงเองก็มีความสามารถที่จะเอาตัวรอดด้วยตัวเองได้
ระดับพลังก็เทียบเท่าสัตว์อสูรระดับ 7 แล้ว และรัศมีบนร่างกายของมันก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าสัตว์อสูรระดับ 7 ทั่วไปเสียอีก
ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เมื่อผสานกับความเร็วในการบินอันน่าสะพรึงกลัวของเลือดพญาหงส์ปีกทองคำแล้ว แม้แต่สัตว์อสูรระดับ 8 ก็ทำอะไรมันไม่ได้
“ดีมาก”
ฉู่โม่วเองก็ยิ้มให้อย่างยินดีด้วยเช่นกัน
เจ้านายและสัตว์เลี้ยงพูดคุยกันอยู่สักพัก
แล้วฉู่โม่วก็เอ่ยถาม “อีกอย่างนะเทียนเผิง ซีเวยไปไหนเหรอ?”
“นายหญิงเดินทางไปที่เขตแดนเหนือสุด!”
เทียนเผิงตอบ
“เขตแดนเหนือสุดเหรอ? เธอไปทำอะไรที่นั่น?”
ฉู่โม่วประหลาดใจเล็กน้อย
เขาเคยได้ยินชื่อเขตแดนเหนือสุดมาก่อนบ้าง มันคือเขตแดนที่อยู่ทางทิศเหนือสุดของโลก ห่างไกลไปจากสุดยอดฐานจงไห่มาก ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็งตลอดทั้งปี ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ แม้แต่สัตว์อสูรก็ยังหาพบได้ยาก เรียกได้ว่าที่นั่นเป็นเขตแดนไร้ชีวิตเลยก็ได้
เทียนเผิงอธิบาย “ตามที่นายหญิงบอกไว้ ท่านไปที่เขตแดนเหนือสุดเพื่อสืบทอดพลังกับอาจารย์ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง ประมาณสามเดือน… จากที่ท่านไปจนถึงตอนนี้ก็สองเดือนแล้วขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็เข้าใจทันที
เฉินซีเวยมีพรสวรรค์ธาตุน้ำแข็ง และไปที่เขตแดนเหนือสุดเพื่อสืบทอดพลังนั้น ในเมื่อเธอไปกับราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง เช่นนั้นก็คงจะไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยใด ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็โล่งใจ
“อีกเดือนเดียวเธอก็จะกลับมาแล้ว ใช้เวลาช่วงนี้จัดการเรื่องงานแต่งงานดีกว่า!”
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
งานแต่งงานของเขากับเฉินซีเวยจะต้องเป็นเรื่องใหญ่เป็นธรรมดา
แต่ฉู่โม่วไม่เข้าใจเรื่องนี้ดีนัก เขาจึงคิดว่าจะไปถามคนอื่น
เมื่อเปิดกำไลข้อมือ
ติ๊ด ติ๊ด!
เสียงดังขึ้นหลายต่อหลายครั้ง หลังจากที่ตรวจสอบดูก็เห็นว่าเว่ยเจียง หยางเซี่ยว และผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ส่งข้อความมาหาเขามากมาย ส่วนมากเป็นคำทักทายทั่วไป
นอกจากนั้น
เจียงเยว่เหยาก็ส่งข้อความมาหาเขาด้วยเช่นกัน
มันถูกส่งมาตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อน
เนื้อความว่าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นและขอให้ฉู่โม่วติดต่อกลับมาทันทีที่ออกมาจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์
เมื่อเห็นดังนี้ ฉู่โม่วก็ส่งข้อความกลับไปสอบถามทันที
เมื่อส่งข้อความไป
ก่อนที่ฉู่โม่วจะได้ละสายตาออกจากหน้าจอ สัญญาณติดต่อจากเจียงเยว่เหยาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ฉู่โม่วรับสายทันที
“ฉู่โม่ว ออกมาจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์แล้วเหรอ?”
ภาพเสมือนปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา มันคือภาพและเสียงของเจียงเยว่เหยา
“ใช่แล้ว เพิ่งจะออกมาวันนี้”
ฉู่โม่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เป็นยังไงบ้าง? ได้สมบัติมาเยอะไหม? ได้เจออวี่เฟิงกับคนอื่น ๆ ไหม? พวกเขารังแกนายในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์รึเปล่า?” เจียงเยว่เหยาพ่นคำถามมากมายออกมาทันที
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”
ฉู่โม่วส่ายหน้าและนึกขึ้นได้ว่าเขาเป็นที่ชื่นชมของผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งมากมายนบหอคอยดารารุ่ง เขาจึงกล่าวทีเล่นทีจริง “ฉันนี่แหละที่เป็นคนกดดันผู้ปลุกพลังคนอื่น! แม้แต่อวี่เฟิงก็ด้วย! ไม่มีใครสู้ฉันได้เลย”
“ฮะ! พูดเป็นเล่นน่า ฉันไม่เชื่อหรอก”
เจียงเยว่เหยาคิดว่าฉู่โม่วล้อเล่นและแสดงสีหน้าดูถูก
ฉู่โม่วไม่ได้อธิบายอะไรและพูดคุยกับเจียงเยว่เหยาอีกเล็กน้อย
หลังจากนั้น
ฉู่โม่วก็เข้าเรื่อง “อีกอย่าง ก่อนหน้านี้เธอบอกว่ามีเรื่องฉุกเฉินนี่ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
เมื่อพูดเรื่องนี้ออกมา เจียงเยว่เหยาก็หุบยิ้มและกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “เรื่องนั้น… ก่อนหน้านี้ผู้ปลุกพลังจากตำหนักมหาวรยุทธ์ของเราเจอซากปรักหักพังใต้ทะเลสาบไท่หู่และส่งคนลงไปสำรวจ ฉันเห็นว่าซากนี้มีค่ามากและอยากชวนนายไปสำรวจด้วยกัน คิดว่าไงล่ะ สนใจไหม?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วก็เริ่มสนใจทันที
แต่เมื่อคิดดูสักพัก เขาก็ส่ายหน้าไปมา “ไม่ดีกว่า ช่วงนี้ฉันตั้งใจจะจัดการเรื่องงานแต่งงาน ฉันไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นหรอก เพราะงั้นก็คงจะไปไม่ได้น่ะ”
“จัดการเรื่องงานแต่งงานเหรอ?”
“นายกำลังจะแต่งงานเหรอ?!”
น้ำเสียงของเจียงเยว่เหยาพลันดังขึ้นและเต็มไปด้วยความตกใจ
“ใช่แล้ว ในอีกไม่เกินหนึ่งเดือน ฉันจะแต่งงานกับเฉินซีเวย”
ฉู่โม่วกล่าวพร้อมยิ้มกว้าง
“นาย… จะแต่งงานได้ยังไงกัน… ไม่นะ คือฉัน… ทำไมนายไม่เคยบอกฉันมาก่อนว่าจะแต่งงาน…”
เสียงของเธอตะกุกตะกักจนถึงขั้นพูดไม่ออก
และท้ายที่สุดเธอก็พูดต่อไปไม่ได้และจบบทสนทนาลงทันที
เมื่อเห็นภาพนี้
ฉู่โม่วก็อดส่ายหน้าไม่ได้