ตอนที่ 273
บทที่ 273 แผ่นศิลารู้แจ้ง ออกจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์!
October 22, 2026
บทที่ 273 แผ่นศิลารู้แจ้ง ออกจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์!
หลังจากที่เข้าใจคุณสมบัติทั้งหมดของเรือบิน ฉู่โม่วก็ตะลึงงันและเผยสีหน้าตกใจออกมา
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
“คุณสมบัติของเรือบินแสงตะวันนี่แทบจะเหนือล้ำและบดขยี้เทคโนโลยีของมนุษย์ทั้งหมดในสุดยอดฐานจงไห่หรือแม้แต่ทั่วทั้งโลกได้เลย!”
ฉู่โม่วพึมพำ
หลังจากนั้นไม่นาน
เขาก็ได้สติกลับมาและหันไปมองตัวเลือกที่สอง
มันเป็นกระบี่เล่มยาว
กระบี่สีเขียวมรกตนี้ปลดปล่อยประกายผลึกแก้วออกมา พร้อมกับรัศมีลึกลับ แม้แต่ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ถึงรัศมีพลังมายาที่ออกมาจากกระบี่เล่มนี้
ตอนที่ถูกสร้างขึ้น กระบี่จิตวิญญาณผลึกแก้วดูดซับพลังมายาของธาตุไม้มามหาศาล มันจึงถูกจัดเป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณขั้นสุดยอด
คำอธิบายนั้นเรียบง่าย
แต่ในสายตาของฉู่โม่ว มูลค่าของสิ่งนี้นั้นไม่ต่ำไปกว่าเรือบินแสงตะวันเลย
อย่างไรแล้ว
นี่คือกระบี่ที่ทำขึ้นด้วยร่องรอยแห่งพลังมายาธาตุไม้!
ในมือของผู้ฝึกกระบี่ มันมีค่ายิ่งกว่าเรือบินแสงตะวันถึงหลายร้อยหรือหลายพันเท่า!
แต่
นอกจากจะตกตะลึงแล้ว ฉู่โม่วยังเห็นข้อมูลอื่น ๆ ด้วย
“มายาเหรอ?”
“นี่คือขั้นที่สูงกว่ายุทธภัณฑ์วิญญาณเหรอ?”
ฉู่โม่วคิดในใจ
เมื่อหันกลับไป เขาก็มองไปยังตัวเลือกสุดท้าย
เมื่อเทียบกับสองตัวเลือกก่อนหน้าแล้ว สมบัติชิ้นนี้ดูธรรมดามาก เมื่อมองดูแวบแรก มันก็เป็นแค่แผ่นหินธรรมดาแผ่นหนึ่ง
แต่…
เมื่อฉู่โม่วหันไปอ่านข้อมูลของมันก็พลันเบิกตากว้างทันที
แผ่นศิลารู้แจ้งนั้นสามารถพัฒนาการรับรู้และความเข้าใจในกฎแห่งพลังได้
แค่สิบสามคำง่าย ๆ แต่ในสายตาของฉู่โม่ว คำเหล่านี้เป็นเหมือนสายฟ้าฟาดเสียงดังลั่น จนสมองของเขาหยุดชะงักในทันที
‘แผ่นศิลารู้แจ้ง!’
‘นี่คือแผ่นศิลารู้แจ้งจริง ๆ เหรอ?!’
ฉู่โม่วแทบจะอุทานออกมา แต่โชคดีที่เขาหยุดตัวเองเอาไว้ได้
แต่ถึงอย่างนั้น
พายุโหมกระหน่ำก็กำลังก่อตัวในใจเขา
นี่คือแผ่นศิลารู้แจ้ง!
ทั่วทั้งโลกต่างก็รู้กันดีว่าแผ่นศิลารู้แจ้งเป็นสมบัติที่หายากถึงที่สุด ทั้งสถานที่และเวลาที่มันจะปรากฏก็ไม่อาจคาดเดาได้ จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครจะมีมันไว้ในครอบครอง
ฉู่โม่วเคยพบเห็นมันแค่สามถึงสี่ครั้งเท่านั้นระหว่างการเดินทาง
แต่ในตอนนี้
รางวัลหนึ่งในสามตัวเลือกของหอคอยดารารุ่งมีแผ่นศิลารู้แจ้งอยู่จริง ๆ
นี่หมายความว่ายังไงกัน?
เมื่อคิดดูแล้ว เขาสามารถคว้าแผ่นศิลารู้แจ้งนี้มาเป็นของตัวเองได้ แถมยังสามารถใช้มันได้ทุกเมื่อ
แค่นี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่ามันสำคัญขนาดไหน
“ฉันเลือกแผ่นศิลารู้แจ้ง!”
หลังจากที่อึ้งไปสักพัก
ฉู่โม่วเลือกตัวเลือกที่สามโดยไม่ลังเล
แน่นอนว่าเรือบินแสงตะวันและกระบี่จิตวิญญาณผลึกแก้วก็เป็นสมบัติหายาก
แต่ในสายตาของฉู่โม่ว
เมื่อเทียบกับแผ่นศิลารู้แจ้งแล้ว พวกมันก็เป็นเหมือนหิ่งห้อยที่พยายามจะส่องแสงแข่งกับดวงจันทร์ เทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
หึ่ง!
เมื่อฉู่โม่วตัดสินใจ ตัวเลือกอื่น ๆ ตรงหน้าก็หายไปทันที แล้วแผ่นหินขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉู่โม่ว
มีผู้ปลุกพลังมากมายที่มองดูอยู่ด้านล่าง และสิ่งนี้ก็ล้ำค่าเกินไป ตอนนี้พวกนั้นคงรู้แล้วว่าเขาได้มันมา ดังนั้นแล้ว เมื่อแผ่นศิลารู้แจ้งปรากฏขึ้น ฉู่โม่วก็รีบเก็บมันเข้าไปในมิติพกพาทันที
ส่วนคนอื่น ๆ นั้น
พวกเขาได้แต่มองดูแผ่นหิน เพียงพริบตาเดียวมันก็หายไปเสียแล้ว
“มันคือแผ่นหินจริง ๆ เหรอ?”
“ดูธรรมดามาก!”
“สมบัติบนยอดหอคอยดารารุ่งจะเป็นของธรรมดาได้ยังไง? บางทีมันอาจจะเป็นคัมภีร์กระบวนท่าหรือวิชาระดับสูงก็ได้”
“ฉันละสงสัยจริง ๆ!”
“ไม่รู้ว่าแผ่นหินนั่นมีจารึกอะไรอยู่หรือเปล่า แต่ฉันอยากได้มัน!”
“อย่าไปนึกถึงมันเลย นั่นไม่ใช่เรื่องที่นายจะเอามาได้ง่าย ๆ นะ!”
“แทนที่จะเพ้อฝันไปเรื่อยเปื่อย ใช้โอกาสสุดท้ายนี้ฝึกฝนที่นี่และพยายามพัฒนาพลังจิตวิญญาณของตัวเองดีกว่า!”
“ก็จริงของนาย”
พวกเขาต่างก็กระซิบกระซาบกัน แต่ไม่มีใครนึกถึงแผ่นศิลารู้แจ้งเลย
เป็นเรื่องปกติ
อย่างไรแล้ว สิ่งนี้ก็หายากและล้ำค่าเกินไป ในสายตาของพวกเขา แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้ครอบครองมันด้วยพลังที่มี
…
เมื่อฉู่โม่วไปถึงยอดหอคอยสำเร็จ เขาก็เริ่มฝึกฝนเพื่อรอเวลาให้เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ปิดตัวลง
ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ เองก็มาที่นี่เพื่อใช้โอกาสสุดท้ายนี้พัฒนาพลังจิตวิญญาณ
เมื่อพวกเขาเห็นฉู่โม่วนั่งอยู่บนยอดหอคอย ทุกคนต่างก็ตะลึงงันด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
ผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ที่เห็นเหตุการณ์ด้วยตาตัวเองต่างก็เล่าเรื่องราวด้วยความตื่นตาตื่นใจ
มากเสียจนผู้ปลุกพลังที่มาถึงทีหลังต่างก็มองไปยังฉู่โม่วด้วยความตกตะลึง
แม้ว่าทุกคนจะมั่นใจในพลังของตัวเอง
แต่ก็ยังมีข้อแตกต่างระหว่างราชันย์เทพยุทธ์ด้วยกันเอง
เช่นเดียวกันกับผู้คนเหล่านี้ พวกเขาต่างก็เป็นอัจฉริยะจากฐานของตัวเอง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้า ลู่เฟิ่งชิง เย่ควง และแม้แต่อวี่เฟิง พวกเขาก็เทียบไม่ได้แม้แต่น้อย
ทว่า…
เมื่ออยู่ต่อหน้าอวี่เฟิง พวกเขาก็ยังคงคิดว่าวันหนึ่งจะตามเขาได้ทัน
แต่เมื่อยืนอยู่หน้าฉู่โม่ว พวกเขาไม่มีความคิดนั้นเลยสักนิด
มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ทำได้
ชื่นชม!
ด้วยความคิดเช่นนี้ ผู้ปลุกพลังกลุ่มหนึ่งคอยเหลือบมองฉู่โม่วเป็นครั้งคราวขณะที่ฝึกฝน
แต่ฉู่โม่วก็ดูจะไม่สังเกตเห็นและจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนของตัวเอง
เวลาเดินผ่านไป
ในพริบตาเดียว… ก็ผ่านไปสี่วัน
วันนี้
ร่างกายของฉู่โม่วพลันปลดปล่อยรัศมีส่องสว่างออกมา ส่งสายลมรุนแรงออกไปโดยรอบราวกับพายุโหมกระหน่ำ
ผู้ปลุกพลังมากมายที่ฝึกฝนอยู่