ตอนที่ 302
บทที่ 302 การประลองฟ้าอหังการ์ เพื่อหาสุดยอดอัจฉริยะแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์!
October 22, 2026
บทที่ 302 การประลองฟ้าอหังการ์ เพื่อหาสุดยอดอัจฉริยะแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์!
“เฮ้อ ในที่สุดก็เจอ!”
ฉู่โม่วถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อมองไปที่ร่างของตะขาบทองคำ
หากเขาได้กลืนกินพรสวรรค์จากสัตว์อสูรตัวนี้ มันจะช่วยให้สามารถพัฒนาพรสวรรค์ของธาตุทั้งห้าเป็นระดับดาราลับฟ้า และทำให้การชักนำอวัยวะภายในทั้งห้าหวนคืนสู่จุดกำเนิดเสร็จสมบูรณ์ตามเคล็ดวิชา
แต่…
เพราะเขาเพิ่งใช้ระบบกลืนกินไปจึงยังไม่พร้อมใช้งานทันที ดังนั้นเขาคงต้องพักการกลืนกินมันไว้ก่อนชั่วคราว แล้วค่อยจัดการเรื่องนี้อีกทีภายหลังจากกลับไปที่สุดยอดฐานจงไห่
เมื่อตัดสินใจเสร็จสรรพ
ฉู่โม่วก็เก็บร่างของสัตว์อสูรลงในมิติพกพา ก่อนจะกลับขึ้นบนหลังของเทียนเผิง
“เอาละ กลับกันเถอะ!”
ฉู่โม่วสั่ง
เทียนเผิงก็กระพือปีกของมันแล้วพุ่งทะยาน ก่อนร่างมันจะกลายเป็นลำแสงสีทองทะลุผ่านความว่างเปล่าลับหายไปในท้องฟ้า มุ่งหน้าไปทางฐานทัพจงไห่
ณ บนถนนแห่งหนึ่ง
ฉู่โม่วและเฉินซีเวยยืนซบไหล่ออเซาะกันพร้อมเสียงหัวเราะ
แม้ว่าทริปฮันนีมูนของพวกเขาในครั้งนี้จะไม่สมบูรณ์แบบ และมีอุปสรรคติดขัดเกิดขึ้นบ้าง แต่โดยรวมก็ยังสร้างความประทับใจให้กับพวกเขา เกิดเป็นช่วงเวลาดี ๆ ให้แก่กัน
หลังจากผ่านไปอีกครึ่งวัน
ในที่สุดพวกเขาก็กลับถึงสุดยอดฐานจงไห่
ทั้งคู่เลือกที่จะพักผ่อนในคฤหาสน์ด้วยกันสักพัก ก่อนที่เฉินซีเวยจะบอกว่าเธอได้รับข้อความจากราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง จึงขอตัวไปพบอาจารย์
ส่วนฉู่โม่วที่ไม่มีอะไรทำจึงวางแผนจะไปที่ห้องฝึกฝนเพื่อศึกษาแผ่นศิลารู้แจ้ง แต่ในขณะนั้นก็มีข้อความจากราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางส่งมาถึงเขา เพื่อเรียกตัวเข้าพบที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์
หลังจากได้รับข้อความ ฉู่โม่วจึงรีบตอบกลับ ก่อนจะออกจากคฤหาสน์ และเดินไปที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์
เพียงไม่นาน
ฉู่โม่วก็ได้มาถึงวิหารราชันย์เทพยุทธ์ และได้พบหน้าราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางในที่สุด
ณ ภายในห้องโถง
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางนั่งรออยู่ที่แท่นหลัก
“คารวะท่านเจ้าวิหาร!”
ฉู่โม่วคำนับด้วยความเคารพและกล่าวทักทายอย่างนอบน้อม
“ไม่ต้องสุภาพนัก เชิญนั่งลงก่อน”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางโบกมือขึ้น ก่อนผู้ปลุกพลังคนหนึ่งจะเดินเข้ามาพร้อมฟูก ฉู่โม่วหันไปขอบคุณแล้วนั่งลง
ในขณะนี้
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางเฝ้ามองฉู่โม่วพร้อมรอยยิ้มชื่นชมและพึงพอใจบนสีหน้า
เขาได้รับข้อความจากราชันย์เทพยุทธ์มังกรอาภาเมื่อไม่กี่วันก่อน โดยบอกไว้ว่าฉู่โม่วได้สังหารสัตว์อสูรที่มีพลังเทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 8 ดาวที่แนวป้องกันชายฝั่งทะเล ทำให้ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางถึงกับตกตะลึงจนแทบไม่อยากจะเชื่อ
เขาเคยคิดว่าตัวเองรู้จักชายหนุ่มผู้นี้ค่อนข้างดี
เพราะนับตั้งแต่การตัดสินใจให้ฉู่โม่วเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงลำดับที่สองของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ ทุกครั้งที่เห็นฉู่โม่ว ความแข็งแกร่งของชายหนุ่มก็มักเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้เขาภูมิใจเสมอมา
ก่อนหน้านั้นก็สามารถสังหารสองพ่อลูกโจวหยงและโจวอวิ๋น ในเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัย ต่อมาก็สังหารราชันย์เทพยุทธ์ผู้แข็งแกร่งอย่างบรรพชนตระกูลโจวลงได้ด้วยตัวเอง
แม้ว่าฉู่โม่วจะกระทำเรื่องราวเหล่านี้อย่างลับ ๆ ซึ่งคนทั่วไปไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่กับราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางที่มีฐานะเป็นถึงเจ้าวิหารราชันย์เทพยุทธ์นั้นย่อมรู้ดีทุกอย่าง
จนภายหลัง
ฉู่โม่วได้เข้าไปในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์
เมื่อเขากลับออกมา ความแข็งแกร่งก็ทะยานพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จนไม่นานก่อนที่จะมีรายงานว่าเขาได้ไล่ล่าและสังหารสัตว์อสูรระดับ 8 สองตัวติดต่อกันในห้องโถงรางวัล และหนึ่งในนั้นอยู่ขั้นกลางแล้ว ต้องทราบก่อนว่าสัตว์อสูรระดับ 8 พวกนั้นมีความแข็งแกร่งที่เทียบเท่ากับราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 4 ดาวจนถึง 6 ดาวเลยด้วยซ้ำ
แต่ในครั้งนี้
เขากลับสามารถไล่ล่าและสังหารสัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 8 ดาว ซึ่งคอยรุกรานเผ่าพันธุ์มนุษย์แถบแนวป้องกันชายฝั่งทะเลมาตลอดร้อยปี
ทั้ง ๆ ที่ฉู่โม่วเพิ่งจะได้เข้ามาเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงของวิหารราชันย์เทพยุทธ์?
สำหรับผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์คนอื่น มันอาจต้องใช้เวลานานมากในการพัฒนาความแข็งแกร่งของพวกเขา แต่กับเด็กหนุ่มฉู่โม่วผู้นี้ได้ทำลายมายาคติเหล่านั้นทิ้งไปอย่างสมบูรณ์ ด้วยความแข็งแกร่งที่พุ่งทะยานราวกับปีนป่ายสวรรค์
มันเหลือเชื่อเกินไป!
แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางที่อยู่ในฐานจงไห่มาเกือบร้อยปี ผู้ที่สามารถโอ้อวดได้ว่าเคยเห็นอัจฉริยะมามากมายจนชินตา ก็ยังไม่มีใครเทียบเคียงฉู่โม่วได้
และครั้งล่าสุด
หลังจากที่ฉู่โม่วสังหารจักรพรรดิมังกรทะเลสำเร็จ ราชันย์เทพยุทธ์มังกรอาภาก็ถึงกับเสนอให้ดึงฉู่โม่วเข้าร่วมตำหนักราชันย์เทพยุทธ์ทันที
เดิมทีแล้วราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางคิดว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับฉู่โม่วที่จะเข้าร่วม แม้ว่าเขาจะสามารถสังหารสัตว์อสูรที่เทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 8 ดาวได้ แต่เขาก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์การเป็นผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว
แต่แล้วสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็เกิดขึ้น
เพราะข้อเสนอของราชันย์เทพยุทธ์มังกรอาภาได้รับการเห็นชอบจากราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวส่วนใหญ่ในองค์กร อีกทั้งราชันย์เทพยุทธ์สูงสุดทั้งเก้าก็ต่างพยักหน้าเห็นชอบด้วยทุกคน
ผลลัพธ์นี้ได้ทำให้เขาแอบตกใจและไม่อยากเชื่อในเวลาเดียวกัน
และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ไปสอบถามกลุ่มเพื่อนราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวว่าพอจะรู้รายละเอียดเบื้องหลังอะไรหรือไม่
กลับกลายเป็นว่าชื่อเสียงของฉู่โม่วได้แพร่กระจายไปทั่วฐานใหญ่แล้ว ส่วนเหตุผลนั้นง่ายมาก มันเป็นเพราะตัวฉู่โม่วเองล้วน ๆ ด้วยความแข็งแกร่งที่ยากจะหาใครเปรียบได้ของเขา ทำให้สามารถบดบังแสงของความเป็นอัจฉริยะของผู้ปลุกพลังคนอื่นในเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด
แม้แต่อัจฉริยะอย่างอวี่เฟิงที่เกิดในฐานใหญ่ตี้จิงของเมืองหลวงจักรวรรดิ ซึ่งเคยเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์มาก่อน ยังประกาศออกมาต่อสาธารณชนหลายครั้งว่าเขาไม่เก่งเท่าฉู่โม่ว หรือนักดาบอย่างเย่ควงก็ไม่กล้าที่จะท้าทายฉู่โม่วเลยสักนิด
จึงเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่มีพรสวรรค์น่าอัศจรรย์เช่นนี้ เขาสมควรได้รับข้อยกเว้นพิเศษ แม้กระทั่งกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของตำหนักราชันย์เทพยุทธ์เช่นกัน