ตอนที่ 35
บทที่ 35 นี่คือความมั่นใจของฉัน!
October 22, 2026
บทที่ 35 นี่คือความมั่นใจของฉัน!
“เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางเท่านั้น! จะมาร่วมขบวนได้ยังไง!”
“แกรู้ไหมว่าสถานการณ์ตอนนี้มันคืออะไร! ฉันรอเวลาที่จะได้เดินทางไปมาระหว่างสองฐานนี่มานานมากแล้ว และระยะทางระหว่างมันก็ไกลมาก ถ้าหากแกต้องเจอเข้ากับสัตว์อสูรที่ทรงพลัง ทั้งที่เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางอย่างนี้ แกจะจัดการกับอันตรายเองได้อย่างไร? คิดว่าพวกฉันจะช่วยแกงั้นเหรอ?”
“ปล่อยให้แกตายไปเป็นไง? เพราะถ้าช่วยแกละก็… จากพลังระดับแก เดี๋ยวพวกฉันก็ต้องช่วยตลอด เป็นภาระซะเปล่า ๆ!”
จางเสวี่ยนลุกขึ้นยืนและมองไปยังฉู่โม่วด้วยรอยยิ้มเหยียดหยาม
ก่อนหน้านี้เขาค่อนข้างหวาดกลัวฉู่โม่วอยู่เล็กน้อยหลังรู้ว่าอีกฝ่ายได้รับเชิญ
ไม่คาดคิดเลยว่า ทางนั้นจะเป็นแค่ระดับผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางเท่านั้น สิ่งนี้ทำให้จางเสวี่ยนผ่อนคลายลงไม่น้อยเลย
แต่มันก็ตามมาด้วยความอิจฉา…
ทั้งที่เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลาง ทำไมถึงได้รับเชิญมา?
พันธมิตรของทางหอการค้าหยกแก้วนั้นล้วนแต่ได้รับผลประโยชน์มากมายสุดแสนจะเหลือเชื่อ รวมถึงมีอิสระในการทำสิ่งต่าง ๆ อย่างที่สุดด้วย ในขณะเดียวกันก็ยังมีอำนาจกับพวกร้านค้าภายใต้การดูแลของหอการค้าหยกแก้วอีก
ในแต่ละสาขาย่อยจะมีพันธมิตรได้มากสุดสองคนต่อสาขา
ตำแหน่งที่แม้แต่ตัวเขาเองยังขาดคุณสมบัติ แต่ทำไมฉู่โม่วกลับสามารถเป็นได้?
ที่สำคัญที่สุด…
เขาแอบชอบหมัวซานซานมาตั้งเนิ่นนาน แต่กลับไม่สามารถเข้าใกล้เธอได้เลย
แต่ในตอนนี้ หมัวซานซานกลับกำลังพูดคุยและหัวเราะอยู่กับฉู่โม่ว รอยยิ้มที่เขาไม่เคยได้เห็นมาก่อน แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับชายหนุ่มนั้นค่อนข้างจะชิดใกล้กัน เช่นนั้นแล้วย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จางเสวี่ยนจะรู้สึกไม่สบายใจมาก ๆ
เพราะงั้นแล้ว…
จางเสวี่ยนจึงวางแผนทำให้ฉู่โม่วเผชิญหน้ากับความอับอายโดยการหาเรื่องสั่งสอนเขาต่อหน้าธารกำนัล!
ทว่าเมื่อตอนที่เขาพูดออกมาเช่นนี้
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่โดยรอบก็ล้วนแต่ไม่เห็นด้วยกันทั้งนั้น
พวกเขามีความเห็นเช่นเดียวกัน รวมถึงสิ่งที่จางเสวี่ยนพูดเองก็ทำให้รับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าเขาตั้งใจจะเป็นศัตรูกับฉู่โม่ว
แต่ฉู่โม่วตอนนี้เป็นพันธมิตรกับเครือหอการค้าหยกแก้ว ซึ่งถือว่ามีสถานะไม่ธรรมดา
ดังนั้นคนเฒ่าคนแก่เช่นพวกเขาย่อมต้องเลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก
ทางที่ดีที่สุดที่ทำให้ชีวิตสามารถอยู่ได้อย่างยืนยาว นั่นคือ… อย่าเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาของคนอื่น!
ส่วนทางฝั่งของฉู่โม่ว
ตอนนี้… เขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาแล้ว
ชายหนุ่มค่อนข้างจะมั่นใจเลยว่าตัวเขากับคู่กรณีไม่เคยรู้จักกัน และไม่มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนด้วย นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พวกเขาได้เจอกัน ทว่าอีกฝ่ายกลับเอาแต่พูดยั่วยุไม่เลิก!
ความคิดที่อยากจะช่วยรักษาหน้าของหมัวซานซานไว้นั้นมันลดลงไปทุกที
ฉู่โม่วเริ่มไม่อยากให้เกียรติผู้จัดการจางอีกแล้ว
และเมื่อตระหนักได้ดังนั้น เขาก็ไม่ลังเลอะไรอีกต่อไป
แววตาที่หนักแน่นเหลียวมองจางเสวี่ยนที่เข้ามาหา “นายอยากจะพูดอะไร?”
“ก็ง่าย ๆ”
“เอาชนะฉันหรือไม่ก็ทำให้ฉันยอมรับซะ! ไม่งั้นฉันจะไม่ยอมให้นายเข้าร่วมในภารกิจนี้อย่างเด็ดขาด!”
จางเสวี่ยนพูดอย่างหนักแน่นพร้อมยกแขนขึ้นกอดอก
เมื่อสิ้นประโยค สีหน้าของหมัวซานซานก็เปลี่ยนไปทันควัน เธอพูดด้วยความไม่พอใจนัก “จางเสวี่ยน รู้หรือเปล่าคะว่ากำลังพูดอะไรอยู่? ต่อหน้าคุณฉู่โม่วช่วยระวังคำพูดคำจาแล้วถอยออกไปให้เร็วด้วยค่ะ!”
“ฉันก็แค่พูดความจริง!”
เขายังคงกอดอกไว้ดังเดิมและกล่าวด้วยความมั่นใจ “เธอก็เห็นว่าเจ้านี่น่ะระดับมันต่ำเกินกว่าจะเป็นพันธมิตรได้ แถมฉันยังกลัวว่าเธอจะโดนมันหลอกอีกด้วยนะซานซาน!”
แกเสร็จฉันแน่ฉู่โม่ว!
จางเสวี่ยนหันมองศัตรูของตนอีกครั้งพลางพูดยุยงปลุกปั่น “ว่าไงล่ะ กล้าที่จะยืนหยัดพิสูจน์ตัวเองหรือเปล่า?”
“แน่นอน!”
ฉู่โม่วหันไปมองผู้ท้าทาย และพูดเสียงเย็นเยียบ
ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้
หมัวซานซานอยากจะพูดอะไรขึ้นมาสักอย่าง แต่เพราะเธอเหลือบไปเห็นสีหน้าเย็นเยียบของฉู่โม่วเสียก่อน หญิงสาวจึงตัดสินใจที่จะไม่พูดอะไรออกมาทั้งนั้น
เธอเพียงหันไปหาใบหน้าของจางเสวี่ยนผู้มั่นอกมั่นใจก่อนถอนหายใจออกมาแผ่วเบา
ถึงแม้ว่าระดับของเขาจะนับว่าสูง แถมยังมีความพรสวรรค์มากถึงสองด้านทั้งพลังธาตุและวิชากระบี่
แต่ถ้าเทียบกับฉู่โม่วที่วิชากระบี่สูงจนหาตัวจับยากแล้ว เขานั้นไม่มีทางเอาชนะได้หรอก!
ผลลัพธ์ของมันน่ะ หนีไม่พ้นความพ่ายแพ้และความอับอายของจางเสวี่ยนหรอกนะ!
…
ที่นี่มีพื้นที่ว่างอยู่จำนวนมาก
ซึ่งทุก ๆ คนก็ดูจะเป็นใจยอมถอยเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับการประลองให้ฉู่โม่วและจางเสวี่ยน
ฝ่ายผู้ท้าชิงหยิบกระบี่คู่ใจขึ้นมา แต่แม้ว่าจะดูเหมือนกระบี่ทั่ว ๆ ไป ทว่าในส่วนคมของมันกลับดูคมมากกว่าปกติเสียได้
ไม่เพียงเท่านั้น รอบตัวของจางเสวี่ยนยังปลดปล่อยรัศมีอะไรบางอย่างออกมาตลอดด้วย รัศมีรุนแรงที่เพียงได้มองก็ราวกับว่าดวงตาฉีกขาดไปแล้ว
“จางเสวี่ยน มีวิชากระบี่อยู่ในระดับกลาง แต่ก็เก่งกาจใกล้เคียงวิชากระบี่ระดับสูงแล้ว ไหนจะยังมีพรสวรรค์ธาตุโลหะคอยเสริมพลังให้อีก ตอนนี้กระบี่ของเขาน่ะไม่มีสิ่งใดที่ตัดไม่ขาดแล้วมั้ง?”
“ได้ข่าวมาว่าผู้จัดการจางเพิ่งจะเข้าถึงวิชาแสงกระบี่เมื่อไม่นานมานี้ด้วยนี่ วิชานั่นเหมือนจะทำให้การตวัดกระบี่แต่ละครั้งของเขาสร้างคลื่นพลังออกมาได้ด้วย แค่นี้ก็น่าจะทำเอาผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ ไม่อยากประมือกับเขาไปกันหมดแล้วล่ะ”
“คุณฉู่โม่วเพิ่งจะอยู่แค่ระดับกลางเอง ฉันกลัวว่า…”
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่รอบ ๆ เริ่มวิเคราะห์กันออกรส
แต่ภายในถ้อยคำเหล่านั้น ล้วนไม่คิดกันหรอกว่าฉู่โม่วจะสามารถเอาชนะจางเสวี่ยนได้
ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะพวกเขาดูถูกฉู่โม่ว