ตอนที่ 36
บทที่ 36 อย่าดูถูกผู้ฝึกยุทธ์ด้วยกันเอง เผชิญหน้ากับพังพอนมายา!
October 22, 2026
บทที่ 36 อย่าดูถูกผู้ฝึกยุทธ์ด้วยกันเอง เผชิญหน้ากับพังพอนมายา!
“เส้นลมปราณซึ่งบรรจุอณูแห่งชีวิตเขาโดนทำลายไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ”
จากเหตุการณ์ก่อนหน้า
ทีมแพทย์รีบมุ่งหน้ามาช่วยรักษาจางเสวี่ยน แต่หลังจากที่ได้ตรวจอาการโดยละเอียดแล้ว พวกเขาก็สรุปได้ว่าร่างกายของผู้จัดการจางถูกคลื่นกระบี่ทำลายจนเส้นลมปราณซึ่งบรรจุอณูแห่งชีวิตหลายเส้นฉีกขาด จนไม่สามารถใช้พลังได้อีกต่อไป
สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องปกติของผู้ปลุกพลัง… การบาดเจ็บจากการต่อสู้ถือเป็นเรื่องที่พบเจอได้ทั่วไป
ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้จางเสวี่ยนเป็นฝ่ายไปยั่วยุฉู่โม่วเองด้วย ไหนจะการที่เขาตั้งใจฆ่าฉู่โม่วระหว่างการต่อสู้ที่ทุกคนต่างรับรู้กันได้อยู่เต็มอกนั่นอีก
การกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นความอัปยศของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์นัก
การที่ฉู่โม่วไม่ฆ่าเขา เพียงแค่ทำให้ไม่สามารถฝึกฝนยุทธ์ได้อีกนี่ก็นับว่ามีเมตตามากแล้ว
เพราะงั้น…
หลังจากที่ผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์ จึงไม่มีใครที่จะรู้สึกเห็นอกเห็นใจจางเสวี่ยน จะมีก็แต่แสดงความสมเพชเวทนาเท่านั้น
ในส่วนของฉู่โม่ว พวกเขาต่างชื่นชม และ…
นับถือ!
นับถือในความแข็งแกร่ง!
การต่อสู้ก่อนหน้านี้ ฉู่โม่วทำเพียงแค่โต้กลับในชั่วพริบตาเท่านั้น
แต่ด้วยความแข็งแกร่งของพลัง มันก็ทำให้ทุกคนต่างจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
ครั้งแรก…
พวกเขาอึ้งกับการที่ฉู่โม่วสามารถใช้มือเปล่ารับกระบี่ แถมยังสามารถทำลายกระบี่เล่มนั้นได้ด้วยการอัดพลังเข้าไปอีก
และครั้งที่สอง…
ก็คือการที่ฉู่โม่วสามารถปลดปล่อยคลื่นกระบี่มหาศาลด้วยการขยับกระบี่ออกมาเพียงครึ่งนิ้วเท่านั้น พลังงานอันมหาศาลที่พุ่งเข้าเชือดเฉือนจางเสวี่ยนจนหมดสภาพ กลายเป็นสิ่งที่ใช้ยืนยันได้ว่าเขาคนนี้แข็งแกร่งขนาดไหน!
ความแข็งแกร่งระดับนี้มันไม่ด้อยไปกว่าจอมยุทธ์ระดับต้นเลย!
แล้วแบบนี้จะไม่ให้ตกใจและให้ความนับถือได้อย่างไร?
‘ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงสามารถเป็นพันธมิตรได้โดยที่ยังเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางแบบนี้ เขาไม่ใช่คนธรรมดาจริง ๆ ด้วย!’
ทุกคนต่างก็คิดเหมือนกันภายในใจ
และในตอนนี้
หมัวซานซานรีบเดินเข้ามาเพื่อกล่าวขอโทษกับฉู่โม่วในเรื่องที่จางเสวี่ยนได้กระทำลงไป
ซึ่งทางชายหนุ่มเองก็ไม่ได้รู้สึกติดใจอะไรนัก
ในส่วนของผู้จัดการจาง
หลังจากที่เขาถูกหิ้วไปให้ทีมแพทย์รักษาอาการบาดเจ็บต่าง ๆ แล้ว
แม้จะไม่ตายก็เหมือนตาย!
เพราะถ้าหากไม่มีปาฏิหาริย์ ตลอดชีวิตที่เหลือนี้เขาก็เป็นได้เพียงคนธรรมดาเท่านั้น…
…
เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุการณ์เล็ก ๆ เท่านั้น
ครึ่งชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุ ทุกคนก็พร้อมจะเดินทางกันอีกครั้ง และด้วยความช่วยเหลือของหมัวซานซาน ทั้งหมดก็ได้ออกจากฐานในที่สุด
ทีมเฉพาะกิจที่มีจำนวนคนราวสิบห้าคน
ท่ามกลางพวกเขาเหล่านี้ มีผู้ฝึกยุทธ์สี่คน และหนึ่งในสี่คนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง ส่วนอีกสามคนเป็นจอมยุทธ์ระดับต้น
ฉู่โม่วเองก็อยู่ในทีมนี้ด้วย
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น
ทุกคนภายในทีมก็ไม่มีใครดูถูกเขา กลับกัน… พวกเขาเหล่านั้นกลับปฏิบัติกับเขาเฉกเช่นสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ควรจะได้รับ
ความเร็วของทุกคนในทีมนี้ไม่จัดว่าช้าหรือทั่วไป พวกเขาเคลื่อนที่กันเร็วมาก จนในเวลาไม่นาน ฐานลู่หยางที่อยู่เบื้องหลังก็กลายเป็นเพียงกลุ่มก้อนเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างไกลออกไปสุดสายตาเสียแล้ว
ตลอดทางที่ผ่านมา ฉู่โม่วคอยมองไปรอบตัวอยู่ตลอด
ตอนนี้ยังเป็นเวลาเที่ยง
แสงตะวันจึงสาดส่องลงมาตลอดเวลา
มีต้นไม้สูงใหญ่มากมาย ไม่เพียงเท่านั้น รากไม้กับเถาวัลย์ก็เติบโตตาม และเลื้อยไหลไปทั่วทุกมุมป่าเสียจนหลายคนคิดว่าตนเองกำลังเดินทางอยู่ในป่ายุคก่อนก็ไม่ปาน
เศษซากของอารยธรรมเก่าแก่ที่ถูกป่าไม้กลืนกินไปยังพอให้เห็นได้เป็นระยะ ๆ ครั้งหนึ่งพวกมันเคยเป็นสิ่งที่มนุษยชาติภาคภูมิใจมากที่สุด…
นานมาแล้วพวกเราเคยฉกชิงผืนดินมาจากธรรมชาติ และในตอนนี้… ธรรมชาติก็กำลังทวงคืนมันกลับคืนมา
นี่สินะ… พลังของธรรมชาติ?
แม้แต่ตัวฉู่โม่วที่เห็นเช่นนี้ยังอดรู้สึกหนักใจขึ้นมาไม่ได้
ไม่นานนัก เวลากลางคืนก็เข้ามาถึง
แต่ก่อนหน้านั้น ทีมเฉพาะกิจได้ทำการตั้งแคมป์สำหรับพักผ่อนกันเรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือประสบการณ์การเดินป่าของเฉียนหยวนที่มีมากยิ่งนัก
ภายใต้การนำของเขา ทั้งทีมไม่ได้พบเจอกับอันตรายใดทั้งสิ้นตลอดจนกระทั่งหมดวัน ขนาดพื้นที่ที่มีกลุ่มสัตว์อสูรอยู่ตรงหน้า พวกเขายังสามารถหลบเลี่ยงการปะทะได้ก่อนที่พวกมันจะรู้สึกตัวเสียอีก
การทำเช่นนี้ได้เป็นเรื่องยากมาก และหากจำเป็นต้องเผชิญหน้า แม้พวกเขาจะมีมากพอโค่นสัตว์อสูรเหล่านี้ได้ก็จริง แต่มันจะทำให้การเดินทางล่าช้าลงไปด้วย ยังไงเสีย… ตอนนี้งานหลักของพวกเขาก็คือเดินทาง เรื่องอื่นปล่อยไว้ทีหลังจะดีกว่า!
เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่ตะวันจะโผล่พ้นขอบฟ้า ทีมเฉพาะกิจก็เริ่มเดินทางกันต่อแล้ว…
และเช่นเดิม เมื่อตะวันเริ่มจะลาลับเส้นขอบฟ้า พวกเขาก็หยุดตั้งแคมป์กันอีกครั้ง