ตอนที่ 415
บทที่ 415 หมัดเดียวระเบิด สังหารสัตว์อสูรระดับ 9 เฉกเช่นหมูและสุนัข!
October 22, 2026
บทที่ 415 หมัดเดียวระเบิด สังหารสัตว์อสูรระดับ 9 เฉกเช่นหมูและสุนัข!
“เป็นสัตว์อสูรระดับ 9 ถึงสิบห้าตัวเลยสินะ!”
ฉู่โม่วชำเลืองมอง
ก่อนจะเอื้อมแขนอันทรงพลังไร้เทียมทานไปคว้าร่างของพวกมัน
ทั่วร่างของชายหนุ่มในขณะนี้ต่างสูบฉีดไปด้วยพลังปราณ เลือด และอณูแห่งชีวิต ภายใต้การทวีคูณเพิ่มขีดจำกัดพลัง 500 เท่า ทำให้ความแข็งแกร่งทะยานสู่ 50 ล้านพลังมังกรทันที!
ครืน! ครืน!
พลังแขนถูกปลดปล่อยออกมาด้วยรัศมีที่น่าพรั่นพรึง เพียงแค่ชายหนุ่มบีบนิ้วเบา ๆ ก็ทำให้มิติโดยรอบยุบตัวลง จนเกิดเสียงแตกร้าวอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงเวลาแห่งความสับสนนี้เอง
“เสร็จฉันละ!”
ฉู่โม่วตะโกน พร้อมปะทุพลังอันยิ่งใหญ่ขึ้นทันที เริ่มจากตันเถียน ผ่านเส้นลมปราณ เส้นเลือด และหลั่งไหลเข้าสู่กระดูกสันหลัง ก่อนจะปะทุออกทั่วร่างราวกับภูเขาไฟระเบิด
เพียงชายหนุ่มเหวี่ยงมือไปทางขวา คลื่นทะเลที่กำลังซัดเข้าฝั่งก็แหวกออก
จากนั้น!
ฉู่โม่วก็เอื้อมมือออกไปด้านหน้าอย่างกะทันหัน
พลังกาย 50 ล้านพลังมังกรถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่รีรอ
ตรงหน้านั้น
เป็นสัตว์อสูรระดับ 9 ที่กำลังบินอยู่ มันคือนกทะเลยักษ์ที่มีลำตัวยาวหลายร้อยเมตร และเมื่อกางปีกออกจะมีความยาวถึงหลายพันเมตร
เดิมทีมันมีกลิ่นอายที่ดุร้าย และดวงตาอันเฉียบคมแกร่งกล้า
แต่ในขณะนี้ เมื่อมันเพียงจ้องมองไปยังดวงตาของมุษย์ตรงหน้าที่กำลังยื่นมืออันเรียวเล็กออกมา ทันใดนั้นมันก็สัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่หาสิ่งใดเปรียบไม่ได้ปะทุออกมาและสะกดข่มมันไว้
ความน่าเกรงขามของพลังนี้ ทำให้รู้สึกราวกับมียมทูตแห่งความตายมายืนอยู่ตรงหน้า
“อย่า… อย่าฆ่าฉัน!!!”
มันกรีดร้องโหยหวนอย่างรู้ชะตาตัวเอง หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา กระทั่งดิ้นรนกระพือปีกจนเนื้อตัวสั่นเทา
แต่มันไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย
ตู้ม!
พร้อมกับแขนที่มีความเร็วเหนือเสียง ฉับพลันนั้นสัตว์อสูรวิหคยักษ์ระดับ 9 ก็ไม่สามารถขยับกรงเล็บตอบโต้ได้อีกต่อไป ร่างของมันถูกคว้าด้วยหนึ่งฝ่ามือของฉู่โม่วแล้วบีบอย่างแรง
แคร๊ก!
เสียงนั้นสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งแผ่นดิน ทันใดนั้นปีกขนาดใหญ่ของสัตว์อสูรวิหคยักษ์ระดับ 9 ที่น่าเกรงขามตนนี้ก็ถูกฉู่โม่วฉีกกระชากขาดวิ่น
จากนั้นก็ตามมาด้วยกำปั้นอีกข้าง ซัดลงไปกลางกระหม่อมอีกครั้ง มันบดขยี้ผ่านความว่างเปล่า ภายใต้แววตาอันหวาดกลัวของสัตว์อสูรวิหคยักษ์
เมื่อหมัดนั้นหยุดลงอย่างสมบูรณ์
ทั้งโลกก็ราวกับถูกแช่แข็งไว้
จากนั้นเพียงชั่วอึดใจ
ตูม ตูม ตูม!
มีการระเบิดอย่างรุนแรง จากเดิมสัตว์อสูรวิหคยักษ์ตัวนี้ มีลำตัวยาวหลายร้อยเมตร ปีกกางออกไปได้หลายพันเมตร
เมื่อตกอยู่ภายใต้แรงกดดันของกำปั้นฉู่โม่ว ร่างนั้นก็ถูกบดขยี้เป็นเศษเล็กเศษน้อย หยดเลือดกระเซ็นลอยคละคลุ้งไปทั่วสนามรบทันที
“โอ้… สวรรค์!”
“นี่ นี่ นี่…”
“หนึ่งหมัดสังหารสัตว์อสูรระดับแม่ทัพที่เปรียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด”
“เขาทำได้ยังไง เขาทำได้ยังไง!!!”
ผู้ปลุกพลังจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังเฝ้าดูฉากนี้ อดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน พวกเขาขยี้เปลือกตาอย่างรุนแรงเพื่อยืนยันว่าภาพตรงหน้าเป็นเรื่องจริง จากนั้นภายในใจกลับปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม
สวรรค์ช่วย มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
มันน่ากลัวจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้!
ด้วยการปล่อยหมัดเพียงครั้งเดียว สัตว์อสูรที่มีพลังเทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดก็ร่างระเบิดเป็นผุยผงราวกับเป็นเรื่องเล่าในตำนาน มันน่าเหลือเชื่อมาก!
ผู้คนนับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความตกตะลึง
และนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
“ตายซะ!”
ฉู่โม่วพูดอย่างเรียบเฉย ราวกับเป็นคำพิพากษาจากองค์ทวยเทพผู้ทรงพลัง
เสียงอันแข็งกร้าวแผ่กระจายออกไปไกลถึงสุดขอบโลก
ทันทีที่เสียงนั้นเงียบไป
เขาก็กระตุ้นพลังปราณ เลือด และอณูแห่งชีวิตจนเดือดพล่านถึงขีดสุด ก่อนจะระเบิดขุมกำลังจนเสียงดังสนั่นไปทั้งตัว จากนั้นร่างของอีกาสีทองที่อยู่เหนือศีรษะพลันสยายปีกขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเห็นเป้าหมายที่อยู่ใกล้ ๆ เป็นสัตว์อสูรระดับ 9 สองตัว เขาก็พลันเอื้อมแขนทั้งสองข้างไปคว้าพวกมัน
“ปล่อยข้า!”
“เจ้ามนุษย์ นี่เจ้าจะทำอะไร!”
สัตว์อสูรระดับแม่ทัพทั้งสองขัดขืนดิ้นรนอย่างสุดกำลัง
ด้านหนึ่งเป็นสัตว์อสูรที่มีปากแหลมคม ซึ่งขณะที่มันกำลังดิ้นรนมันก็พยายามจิกกัด ทำร้ายฉู่โม่วอย่างบ้าคลั่งไปด้วย
หากเป็นราชันย์เทพยุทธ์สูงสุดท่านอื่น เกรงว่าหากถูกกระทำเช่นนี้ ศีรษะของพวกเขาจะระเบิดทันที
แต่ไม่ใช่สำหรับฉู่โม่ว
ตู้ม!
ฉับพลันนั้น ฉู่โม่วก็คว้าร่างสัตว์อสูรทั้งสองมากระแทกเข้าหากัน จนบังเกิดเสียงดังสนั่นรุนแรง พร้อมคลื่นกระแทกอันน่ากลัวพัดกระจายออกไปหลายพันกิโลเมตร
สัตว์อสูรระดับแม่ทัพทั้งสองกำลังถูกฉู่โม่วรังแกจนหน้ามืดงุนงง
แต่เขาไม่หยุดเพียงเท่านั้น
ฉู่โม่วกลับเพิ่มพลังและจับร่างของทั้งสองกระแทกชนกันรุนแรงกว่าเดิม
เพียงครู่หนึ่ง ก็ได้ยินเสียงระเบิดที่ดังจนแทบหูหนวก ราวกับเป็นเสียงของอัสนีฟาดฟัน
จากนั้น
ฝ่ามือของฉู่โม่วก็ค่อย ๆ เพิ่มแรงบีบจนในที่สุดก็มีเสียงดัง แคร๊ก หลายครั้งติดต่อกัน
ชายหนุ่มฝังนิ้วลึกลงไปในร่างของสัตว์อสูรทั้งสอง และเมื่อเพิ่มแรงบีบก็มีเสียงกระดูกหักดังลั่นทันที เขาหักคอศัตรูโดยไร้ซึ่งสีหน้าใด ๆ ก่อนที่ร่างของพวกมันจะล้มลงกับพื้นอย่างไร้สัญญาณชีพ
หลังจากนั้น ฉู่โม่วก็เหวี่ยงศพไร้วิญญาณลอยไปตกท่ามกลางกองทัพสัตว์อสูรที่มีมากมายนับไม่ถ้วน!
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ฉู่โม่วก็สามารถปลิดชีพสัตว์อสูรระดับ 9 ไปแล้วถึงสามตัว!
ฉากสยดสยองดังกล่าวไม่เพียงทำให้สัตว์อสูรที่เห็นฉากนี้ต่างหวาดกลัวจนหัวหด กระทั่งผู้ปลุกพลังมนุษย์ด้วยกันเองก็ยังตกใจอย่างอธิบายความรู้สึกไม่ถูกเช่นกัน
สัตว์อสูรระดับ 9 ที่เหลืออีกสิบสองตน ซึ่งกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเพื่อทำภารกิจ แต่เมื่อเห็นพลังที่น่ากลัวของฉู่โม่ว พวกมันก็พลันหยุดชะงักกลางอากาศและไม่กล้าโจมตีต่อทันที
มนุษย์ผู้นี้ช่างทรงพลังจริง ๆ!
อีกทั้งยังโหดเหี้ยมยิ่งกว่าพวกเราสัตว์อสูรเสียอีก!
ครั้งแรกเขาระเบิดร่างศัตรูด้วยหมัดเดียว ถัดจากนั้นก็บดขยี้สัตว์อสูระดับแม่ทัพอีกสองตนจนร่างแหลกคามือ ความดุร้ายน่าพรั่นพรึงเฉกเช่นเทพปีศาจโบราณ มันทำให้พวกมันหวาดกลัวขนลุกถึงขีดสุด
สัตว์อสูรระดับ 9 ทั้งสิบสองตนลังเลไม่กล้าทำอะไรต่อ
ฉู่โม่วเห็นเช่นนั้นจึงไม่รอช้า
เขาเบนสายตาไปยังร่างที่เป็นดั่งดวงอาทิตย์ทั้งสิบสองดวง ทันใดนั้นสีหน้าอันเหี้ยมเกรียมพร้อมกลิ่นอายสังหารก็พวยพุ่งออกมา
พรสวรรค์ห้วงมิติ พรสวรรค์ห้วงเวลา และพรสวรรค์แรงโน้มถ่วง ทั้งหมดถูกเปิดใช้งานซ้อนทับกัน
“คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”
เสียงตะโกนดังกึกก้อง
ทันใดนั้น
คุกมิติ!
หน่วงกาลเวลา!