ตอนที่ 417
บทที่ 417 พลังของคันศรดาวตก สะท้านดารา!
October 22, 2026
บทที่ 417 พลังของคันศรดาวตก สะท้านดารา!
ทั้งหมดเฝ้ามองอย่างเงียบเชียบ
ทุกคนกำลังตัวแข็งทื่อกับฉากอันเหนือจินตนาการนี้
นั่นเป็นถึงราชาอสูรผู้น่าเกรงขาม!
เมื่อตัวตนเช่นนี้ปรากฏตัวครั้งแรก มันก็เป็นฉากอันยิ่งใหญ่ ทรงอำนาจเหนือกว่าสิ่งใด ราวกับเป็นเทพเจ้าจุติลงมา ทำให้ทุกชีวิตในโลกไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง
แต่เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ฉู่โม่วกลับขึ้นไปดึงเทพเจ้าผู้สูงส่งลงมาจากแท่นบัลลังก์ พร้อมกระหน่ำรังแกด้วยกำปั้นของเขา
นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไป!
ผู้ปลุกพลังทุกคนล้วนตกตะลึง และมีคลื่นพายุก่อตัวขึ้นภายในใจพวกเขา
ในเวลานี้ ฉู่โม่วยังคงโจมตีราชาอสูรกิเลนวารีอย่างต่อเนื่อง
ทั่วร่างมันโชกไปด้วยเลือด กระทั่งหัวที่ใหญ่โตก็ยังถูกชายหนุ่มทุบตีจนเป็นหลุมเป็นบ่อ เกิดบาดแผลอยู่ทุกหนทุกแห่งทั่วตัว ทั้งตา จมูก ปาก และใบหน้าที่แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม
“โอ๊ยเจ็บ… เจ็บเหลือเกิน!”
“เจ้ามดปลวก… เจ้าทำให้ข้าหัวเสียแล้วนะ!”
ราชาอสูรกิเลนวารียังคงสบถและร้องสาปแช่งอย่างไม่หยุดหย่อน พร้อมดวงตาที่จ้องมองฉู่โม่วด้วยความจงเกลียดจงชัง ราวกับเป็นศัตรูมาแต่ชาติปางก่อน
มันโกรธเกลียด!
คับแค้นใจ!
เดิมทีลูกชายของมันถูกมนุษย์ผู้นี้ข่มเหงและปลิดชีพ ดังนั้นมันจึงมาเพื่อล้างแค้น แต่ไม่คาดคิดว่ามนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าจะโหดเหี้ยมมากถึงเพียงนี้
และก่อนที่มันจะพูดจบประโยค ก็ถูกโจมตีอย่างไม่ไว้หน้า กระทั่งสะกดข่มอย่างไร้ทางต่อต้าน ต่อหน้าลูกน้องสัตว์อสูรและมนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนอย่างน่าอับอายจนไม่หลงเหลือภาพพจน์อันใดอีกต่อไป
แล้วในฐานะราชาอสูรอันสูงส่ง มันจะยอมตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ต่อไปได้อย่างไร?
นี่นับเป็นความอัปยศครั้งใหญ่!
และมันต้องถูกชำระล้างด้วยเลือดของเจ้ามนุษย์ผู้นี้!
เมื่อคิดได้อย่างนั้น
“โฮก!”
ราชาอสูรกิเลนวารีกู่ร้องคำราม พร้อมกระตุ้นพลังปราณและเลือดทั้งหมดให้ไหลเวียนอย่างเต็มที่ ทั้งยังเผาผลาญพลังชีวิต มันยอมสูญเสียอายุขัยเพื่อที่จะเดิมพันทุกสิ่งในการสังหารฉู่โม่วอย่างไม่ลังเล
ชั่วพริบตาถัดมา
อายุขัยหลายร้อยปีถูกเผาผลาญ และร่างของราชาอสูรกิเลนวารีก็หดเล็กลง จากหลายร้อยเมตรเหลือเพียงสี่หรือห้าเมตรเท่านั้น
พลังปราณและแก่นเลือดอันเข้มข้นถูกบีบเค้นจนถึงขีดสุด ก่อตัวเป็นลูกบอลสีทองซึ่งกำลังเปล่งประกายสีทองอย่างไม่มีที่สิ้นสุดภายในร่างกาย
นี่นับเป็นวิชาศักดิ์สิทธิ์ที่มันครอบครอง!
การควบแน่นจนก่อเกิดลูกบอลพลังงาน โดยบีบอัดพลังปราณและเลือดทั้งหมดในร่างกายหลอมรวมเข้าด้วยกัน
หากมันถูกยิงออกไป จะมีพลังทำลายล้างสูงเทียบเท่ากับการระเบิดพลังชีวิตของตัวเอง มันจึงเป็นลูกระเบิดที่น่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม แม้วิชาศักดิ์สิทธิ์ประเภทนี้จะสามารถบรรจุพลังงานให้อยู่ภายในได้มหาศาล แต่ก็ยังมีจุดอ่อนที่น่าสังเกต
เมื่อบีบอัดสร้างลูกบอลพลังงานขึ้นมาแล้ว จะส่งผลให้ร่างกายอยู่ในสภาวะอ่อนแอถึงขีดสุดทันที ดังนั้นจึงไม่อาจใช้มันออกมาได้อย่างพร่ำเพรื่อ
แต่ในขณะนี้ เมื่อมันถูกฉู่โม่วบีบคั้นจนไร้หนทางตอบโต้ ก็มีเพียงแต่ต้องใช้ไพ่ลับนี้พลิกสถานการณ์เท่านั้น
ดังนั้น
มันจึงเลือกใช้วิธีการนี้อย่างไร้ทางเลือกเพื่อโจมตีฉู่โม่ว
“เจ้ามนุษย์ ไปลงนรกซะ!”
มันกู่ร้องคำราม ก่อนที่จะเล็งการโจมตีบอลพลังไปทางฉู่โม่ว
โลกทั้งใบสะเทือนเลื่อนลั่น!
ทันใดนั้น
บังเกิดลมกระโชกอย่างรุนแรงพัดกระจายออกมา พร้อมรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวที่ห่อหุ้มบอลพลังสีทอง เพียงแค่มันปรากฏขึ้นก็ทำให้ทุกคนหวาดกลัวอย่างอกสั่นขวัญแขวนแล้ว
ความว่างเปล่ากำลังสั่นสะเทือน แผ่นดินโยกเอนเอียง และท้องฟ้ากำลังพังทลาย
ระลอกคลื่นพลังงานที่น่าพรั่นพรึงกระจายออกจากลูกบอลอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วที่น่าหวาดหวั่น
ผู้ปลุกพลังทุกคนเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานนี้ก็พลันแสดงสีหน้าตื่นตระหนก ราวกับว่ามีบางสิ่งที่น่ากลัวอย่างไม่อาจหาคำอธิบายได้กำลังจะเกิดขึ้น
“แย่แล้ว!”
“ราชาอสูรตัวนี้คิดจะเดิมพันแลกชีวิต!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์กำลังตกอยู่ในอันตราย!”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางร่างกายแข็งเกร็ง พร้อมสีหน้าที่ซีดลงอย่างกะทันหัน
เช่นเดียวกับราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวคนอื่น ๆ ทั้งหมดต่างก็แสดงออกเหมือนกัน
“ท่านราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์รีบหนีไปเร็ว!”
“เร็วเข้า ออกไปจากตรงนั้น!”
พวกเขาร้องตะโกนอย่างลนลาน เพื่อให้ฉู่โม่วรีบหนี
กระทั่งมีราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวที่หน้าตาดูมุ่งมั่นเคร่งขรึม พลันบินพุ่งไปหาฉู่โม่ว ราวกับคิดจะใช้ร่างกายของเขาเป็นโล่กำบัง เพื่อขัดขวางแรงระเบิดหรือลดพลังโจมตี
และไม่ใช่เขาคนเดียวที่คิดจะเสียสละเพื่อฉู่โม่วเท่านั้น
ในช่วงห้วงความเป็นความตายนี้ มีราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวอีกสองหรือสามคนที่แสดงออกถึงความมุ่งมั่น ยอมพลีชีพตัวเองเพื่อปกป้องฉู่โม่ว
เพราะพวกเขาตระหนักดีว่าราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์มีความสำคัญต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์มากถึงเพียงใด!
พวกเขาสามารถเสียสละได้ทุกสิ่งแม้กระทั่งความตายของตน เพื่อรับประกันว่าฉู่โม่วจะมีชีวิตที่ยืนยาวต่อไป เพราะเชื่อว่าสักวันหนึ่งเผ่าพันธุ์มนุษย์จะสามารถฟื้นตัวได้ใหม่อีกครั้ง หรือแม้แต่พัฒนาไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้!
“เจ้าพวกมดปลวก มันสายเกินไปแล้ว!”
“ฮ่าฮ่า สายไปแล้ว!”
“เจ้ามนุษย์ตัวจ้อย ไปลงนรกซะ!”
ราชาอสูรกิเลนวารีแสดงท่าทางร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง พร้อมสีหน้าแห่งความสุข
อย่าว่าแต่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวไปขวางได้ทันเลย เพราะถึงไปทันพวกเขาก็ไม่มีประโยชน์อันใด
ลูกบอลสีทองนี้ถูกควบแน่นไปด้วยพลังปราณและเลือดทั้งหมด ควบคู่กับการเผาผลาญแก่นพลังชีวิตที่หายไปหลายร้อยปี มันไม่ใช่สิ่งที่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวสองสามคนจะรับมือได้
ยิ่งกว่านั้น คือมันสายไปแล้ว!
เพราะว่า
ลูกบอลพลังงานนี้พุ่งไปทางฉู่โม่วด้วยความเร็วสูง และกำลังจะระเบิด
“เจ้ามดปลวก ตายซะ!”
ราชาอสูรกิเลนวารีรีบโคจรพลังปราณและเลือด เพื่อเร่งความเร็วลูกบอลสีทองนี้ขึ้นไปอีก จนมันสั่นสะท้านและใกล้จะระเบิดออกมา
อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
หากมันระเบิดออกมา พลังอันน่าสะพรึงกลัวที่บรรจุอยู่ในนั้นจะกลืนกินเอาทุกอย่างในพื้นที่ที่มีรัศมีแสนกิโลเมตรหายไปทันที และจะไม่หลงเหลือสิ่งมีชีวิตใด ๆ บริเวณนี้อีกต่อไป
ทุกคนที่กำลังจ้องมองฉากนี้ ต่างเชื่อว่าภายใต้แรงระเบิดอันมหาศาล ไม่ว่าฉู่โม่วจะทรงพลังเพียงใดหรือมีความเร็วแค่ไหน เขาก็ไม่อาจหลบหนีได้ทันแล้ว และจุดจบสุดท้ายอย่างเดียวคือความตาย!
ในความเป็นจริง มันสายเกินไปที่ฉู่โม่วจะหลบหนีแล้ว แม้จะใช้การเทเลพอร์ตมันก็ไม่ทันอีกต่อไป
แต่ว่า…
เขานั้นไม่ได้คิดจะหลบหนีอยู่แล้วแต่แรก!
…
“หนีไป!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ ได้โปรดรีบหนีไป!”
เมื่อเห็นว่าลูกบอลสีทองใกล้จะระเบิด ผู้ปลุกพลังมนุษย์นับไม่ถ้วนก็ร้องตะโกนจนเสียงแหบพร่า ไล่ฉู่โม่วให้หนีออกไปจากที่นี่
แม้พวกเขาทั้งหมดจะรู้ว่า
ฉู่โม่วไม่เหลือเวลาอีกต่อไปแล้ว!