ตอนที่ 446
บทที่ 446 เตรียมตัวออกเดินทาง และเปิดลูกแก้วหยกเคลื่อนย้ายมิติ!
October 22, 2026
บทที่ 446 เตรียมตัวออกเดินทาง และเปิดลูกแก้วหยกเคลื่อนย้ายมิติ!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ด้วยจักรวาลในแขนเสื้อ เขามีความมั่นใจที่จะเข้าไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่นมากยิ่งกว่าเก่า!
เมื่อคิดได้ดังนั้น
แม้ว่าฉู่โม่วจะอยากใช้วิชาเคลื่อนย้ายมิติออกไปเดี๋ยวนี้
เพียงแต่ว่า
ก่อนที่จะจากไป เขายังมีเรื่องที่ต้องไปจัดการก่อน
…
เมื่อกลับไปถึงสุดยอดฐานจงไห่ ฉู่โม่วก็ตรงกลับไปที่บ้าน
แล้วเขาก็พบเฉินซีเวย
“ที่รัก กลับมาแล้วเหรอ?”
เฉินซีเวยเองก็เห็นฉู่โม่วและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อื้ม”
ฉู่โม่วพยักหน้าและถาม “หลี่โย่วเวยกับหลี่เสวียนจีล่ะ?”
“เมื่อไม่กี่วันก่อน ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางส่งข้อความมาว่ามีเขตแดนลับเปิดออกและมีสมบัติมากมายอยู่ข้างใน แต่เขตแดนลับนี้มีแต่ผู้ปลุกพลังขั้นต่ำกว่าราชันย์เทพยุทธ์เท่านั้นที่เข้าไปได้ ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางอยากให้พวกเขาลองเข้าไป ฉันก็เลยตอบตกลง… นับเวลาดูแล้วคิดว่าตอนนี้พวกเขาคงยังไม่ออกมาหรอก”
เฉินซีเวยกล่าวพร้อมยิ้มกว้าง
ฉู่โม่วพยักหน้าและกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ซีเวย ฉันมีเรื่องจะบอกเธอ”
“มีอะไรเหรอ?”
เฉินซีเวยชะงักไปครู่หนึ่งและถามด้วยความงุนงง
“ฉันคิดว่าคงจะไม่อยู่สักพักน่ะ” ฉู่โม่วกล่าว
“ไม่อยู่เหรอ?”
เฉินซีเวยถาม “สามีฉันจะไปสำรวจเขตแดนลับเหรอ?”
“เปล่า แต่จะออกจากโลกไปที่ดาวอื่นต่างหาก!”
ฉู่โม่วส่ายหน้าและกล่าว
“ไปที่ดาวอื่นเหรอ!?”
เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่โม่ว เฉินซีเวยก็นิ่งงันไปทันที
เมื่อเห็นดังนั้น
ฉู่โม่วก็ถอนหายใจออกมา แล้วเขาก็เล่าเรื่องการสำรวจนิกายของมนุษย์ถ้ำและลูกแก้วหยกเคลื่อนย้ายมิติที่ได้มาให้ฟัง
หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราว ในที่สุดเฉินซีเวยก็เข้าใจ
เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าฉู่โม่วจะได้เจอกับโอกาสในการไปยังดาวดวงอื่น
นี่คือโอกาสครั้งยิ่งใหญ่สำหรับผู้ปลุกพลังทุกคน แต่… เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกะทันหันเสียจนเฉินซีเวยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรและได้แต่นิ่งอึ้ง
หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน เธอก็ได้สติกลับมาและกล่าวด้วยความลังเล “ที่รัก ถ้าไป ไม่นานก็จะกลับมาใช่ไหม?”
“ฉันสัญญา ว่าจะกลับมาภายในสองสามปีนี้แหละ!”
ฉู่โม่วกล่าว
“แต่… ถึงอย่างนั้น ดาวดวงอื่นก็อันตรายเกินไป พวกเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย ถ้านายไปเจออันตรายเข้า…”
เธอยังคงเป็นกังวล
“ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่รู้รึไงว่าสามีคนนี้แข็งแกร่งขนาดไหน? แม้แต่เทียมเทพก็สู้ฉันไม่ได้… ถึงผู้ปลุกพลังบนดาวดวงนั้นจะแข็งแกร่งกว่าบนโลก ขั้นเทียมเทพก็ไม่ใช่แค่พืชผักที่ปรากฏให้เห็นทุกที่ใช่ไหมล่ะ?”
“ถ้าฉันระวังตัวให้ดีก็ไม่มีปัญหาแน่นอน!”
ฉู่โม่วกล่าวพร้อมปลอบประโลมเธอ
“ถึงจะพูดอย่างนั้น ฉันก็ไม่อยากแยกกับนายอยู่ดี!”
เฉินซีเวยกอดฉู่โม่วและกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา “ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา พวกเราไม่เคยห่างกันนานขนาดนั้นมาก่อน แล้วนายยังไปที่ที่อันตรายมากด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนาย ฉันจะทำยังไงดีล่ะ?”
“ฉันรู้ว่า… ฉันไม่ควรห้าม นี่เป็นโอกาสของนาย แต่ฉัน…”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เธอก็พูดต่อไปไม่ไหวและน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม
ถึงจะรู้ว่าตัวเองไม่ควรฉุดรั้งฉู่โม่วเอาไว้
แต่ในฐานะภรรยา เรื่องนี้ทำเอาเธอกังวลใจอย่างหนัก และไม่อยากให้เขาแยกจากไป
เมื่อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเธอ ฉู่โม่วก็ได้แต่กอดคนตัวเล็กกว่าไว้แน่นและกล่าวอย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไร ไม่ต้องร้องไห้นะ ฉันสัญญาว่าจะไม่มีเรื่องไม่คาดฝันอะไรเกิดขึ้นแน่นอน! ส่วนที่จะไม่ได้เจอกันสองถึงสามปี ถึงมันจะเป็นเวลานาน แต่ก็จะทำให้อนาคตของพวกเราได้อยู่ด้วยกันมากขึ้นนะ!”
“ยังไงซะ พวกเราก็อยู่บนโลกนี้ตลอดไปไม่ได้ ในอนาคตเราจะต้องไปถึงดาวดวงอื่นอย่างแน่นอน ความห่างไกลตอนนี้เป็นแค่เรื่องชั่วคราวเท่านั้น หลังจากที่ฉันตั้งหลักปักฐานที่นั่นได้ ฉันก็จะกลับมาพาเธอไปด้วย แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป!”
“ส่วนเรื่องความปลอดภัยของฉัน เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอก…”
ขณะที่พูด ฉู่โม่วก็หยิบแผ่นหยกออกมาจากที่เก็บของ “แผ่นหยกนี้มีจิตวิญญาณของฉันจารึกอยู่นิดหน่อย ถ้าฉันไม่ตาย สิ่งนี้ก็จะคงอยู่ตลอดไป เก็บแผ่นหยกนี้เอาไว้แล้วเธอก็จะรู้ว่าฉันปลอดภัยดี!”
เมื่อพูดจบ
ฉู่โม่วก็ยื่นแผ่นหยกนั้นให้เฉินซีเวย
เธอรับมันมาและถือแผ่นหยกในมือเอาไว้แน่น
“ฉันจะคิดถึงนายนะ!”
เฉินซีเวยกอดฉู่โม่วและฝืนใจพูดออกมา
“ดีจังเลย”
ฉู่โม่วลูบหัวเฉินซีเวยเบา ๆ และกล่าวอย่างอ่อนโยน
…
ไม่กี่วันหลังจากนั้น
ฉู่โม่วออกไปข้างนอกกับเฉินซีเวยเพื่อซึมซับบรรยากาศอบอุ่นที่หาได้ยาก
เมื่ออยู่ด้วยกัน ทั้งสองเดินทางไปทั่วทุกซอกมุมของสุดยอดฐานจงไห่และกระทั่งไปที่สุดยอดฐานอวี้จาง สุดยอดฐานซานเฉิง หรือสุดยอดฐานอื่น ๆ รวมไปถึงสุดยอดฐานตี้จิงด้วย
ท้ายที่สุด
ทั้งสองก็เดินทางขึ้นเหนือไปจนสุดซึ่งเต็มไปด้วยหิมะและน้ำแข็งตลอดทั้งปี ที่นั่นไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ และแม้แต่สัตว์อสูรก็พบเห็นได้ยาก
ทั้งสองจับมือกันและเดินเล่นอยู่ที่นี่เป็นเวลาหนึ่งเดือนโดยไม่มีใครมารบกวน พวกเขาสำรวจพื้นที่ขั้วโลกภายใต้ธารน้ำแข็ง ปีนขึ้นไปบนยอดเขา และมองดูแสงเหนือแสนสวยงามด้วยกัน กลายเป็นความทรงจำดี ๆ มากมาย
จนกระทั่งผ่านไปมากกว่าหนึ่งเดือน ฉู่โม่วและเฉินซีเวยก็กลับไปที่สุดยอดฐานจงไห่
หลังจากนั้น
ฉู่โม่วก็ติดต่อราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือและบอกเรื่องที่จะออกไปจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินให้เขาฟัง
ราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือและคนอื่น ๆ ต่างก็ตกตะลึงเมื่อได้ยินว่าฉู่โม่วสามารถเดินทางไปยังดาวดวงอื่นได้
พวกเขาต่างก็หวังว่าจะพบวิธีการเดินทางออกไปยังอวกาศ และไม่มีใครคาดคิดว่าผู้คนทั้งหมดจะล้มเหลวหลังจากการพยายามกว่าหลายสิบปี แต่ฉู่โม่วกลับเป็นคนแรกที่ค้นพบโอกาสนี้เสียอย่างนั้น
นั่นทำให้พวกเขารู้สึกอิจฉาเป็นอย่างมาก
แต่พวกเขาก็เข้าใจอยู่ลึก ๆ ข้างใน