ตอนที่ 50
บทที่ 50 ราชาหมาป่าสวรรค์
October 22, 2026
บทที่ 50 ราชาหมาป่าสวรรค์
ทั้งสองยังคงกล่าวขอบคุณซึ่งกันและกัน
ทว่าตอนนั้นเอง
ตูม!
ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก เสียงระเบิดจากการต่อสู้ก็ดังลอยเข้ามา ความรุนแรงมีเยอะเสียจนทั้งสองที่อยู่ในถ้ำยังรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากบนพื้นผิวโลก
“ไม่ดีแล้วแบบนี้!”
“คนที่อยู่ข้างนอกกำลังโดนโจมตีงั้นเหรอ?”
รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนดังกล่าว สีหน้าของฉู่โม่วก็เปลี่ยนไปทันที
ทางด้านหมัวซานซานดูจะสุขุมขึ้นด้วย “หรือว่าจะเป็นสัตว์อสูรแปลก ๆ พวกนั้นอีกแล้ว? ฉู่โม่ว เรารีบไปดูกันเถอะ!”
“เข้าใจแล้ว!”
ทั้งสองไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก หลังจากตระหนักได้แบบนั้นก็รีบพากันวิ่งออกตามเส้นทางทอดยาวที่นำเข้ามายังถ้ำแห่งนี้อย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงหน้าถ้ำ
พวกเขาก็พบว่าที่ด้านนอกเกิดการต่อสู้ขึ้นจริง ๆ!
ฝั่งหนึ่งเป็นสัตว์อสูรที่ดูคล้ายครึ่งมนุษย์กับอสูรราวร้อยตัว กับอีกฝั่งเป็นเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่มากับหมัวซานซาน จากสถานการณ์ที่เห็นในตอนนี้ ทางฝั่งอสูรเหมือนจะเหนือกว่าอยู่มาก!
“เข้าไปช่วยพวกเขาก่อน!”
เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็รีบวิ่งเข้าไปด้วยการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขากระตุ้นพลังธาตุลมในร่างกายและกระโจนเข้าใส่สมรภูมิเบื้องหน้าทันที
…
“พวกมนุษย์ดาวเคราะห์สีน้ำเงินนี้มันอ่อนแอชะมัดเลยแฮะ นิด ๆ หน่อย ๆ ก็พากันล้มตายกันแล้ว สมแล้วที่เป็นเศษขยะ!”
ไม่ไกลนัก
สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายมนุษย์กลุ่มหนึ่งกำลังเฝ้าชมการต่อสู้นี้อยู่
หนึ่งในกลุ่มของพวกมัน เป็นสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายเซนทอร์พูดขึ้นด้วยความอิ่มเอมใจ
ได้ยินเช่นนั้น
หมาป่ายักษ์ที่มีขนสีเงินปกคลุมร่างกายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พ่นลมหายใจเย็นยะเยือกออกมา สิ่งนั้นพูดขึ้นพร้อมกับแสดงความเกรี้ยวกราดออกมาจากดวงตา “เป็นแค่ขยะแบบนี้ก็ดีแล้วนี่?”
“เมื่อไหร่ก็ตามที่เรากำจัดพวกมนุษย์นี่จนหมดสิ้น ได้แผ่นหมื่นบุปผามาและออกจากที่นี่ไปแล้ว พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องถูกกดขี่เอาไว้อีกต่อไป! ด้วยพลังของพวกเราเมื่อเวลานั้นมาถึง มีหรือที่โลกใบนี้จะหลุดไปเป็นของคนอื่น?”
“ไว้ถึงตอนนั้น พวกมนุษย์จะกลายเป็นอาหารให้พวกเราอย่างแน่นอน!”
พูดจบ
ในแววตาของหมาป่าตัวยักษ์ก็ปรากฏร่องรอยของความละโมบขึ้นมา
“ดี!”
“ถ้าถึงตอนนั้นแล้ว พวกมนุษย์ที่เหลือจะถูกจับเป็นเชลย แล้วข้าจะกินพวกมันวันละสิบคนไปเลย!… ไม่สิ วันละร้อยไปเลยดีกว่า!”
“อา! ข้าเองก็อยากกินพวกมนุษย์เยอะ ๆ บ้างเหมือนกัน!”
ฟังถ้อยคำของหมาป่ายักษ์แล้ว สัตว์อสูรตนอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ ก็จินตนาการตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม
ในจังหวะที่กำลังเพ้อฝันกันนั้นเอง
“ฆ่าเจ้านั่นซะ!”
เสียงตะโกนดังขึ้นมาจากเบื้องล่างของหน้าผา
ทันทีทันใด
ร่างของผู้ที่พูดก็ถูกคมกระบี่ที่รวดเร็วเช่นสายลมฟาดฟันและล้มตายไปในทันที
“แข็งแกร่งอะไรขนาดนี้!?”
“เจ้านั่นมันเป็นใคร?”
“มีใครอยากจะลงไปฆ่าไอ้มนุษย์นั่นบ้าง?”
ความเกรี้ยวกราดปรากฏขึ้นในแววตาของหมาป่ายักษ์ มันพูดพร้อมพ่นลมหายใจ
สิ้นเสียงกล่าวถาม
อสูรร้ายตนหนึ่งก็กระโดดออกมาจากด้านหลังพร้อมตะโกน “ข้าผู้นี้จะลงไปจัดการมันเอง! ข้าจะฆ่าไอ้มนุษย์ตัวกระจ้อยนี่ แล้วนำมันมาถวายให้ท่านราชาหมาป่าสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่!”
“งั้นก็ไปซะ!”
หมาป่ายักษ์พยักหน้าเบา ๆ
อสูรร้ายที่อาสา เป็นสัตว์อสูรขนาดใหญ่รูปร่างเหมือนสัตว์เลื้อยคลานสายพันธุ์กิ้งก่า แต่สามารถยืนได้อย่างมนุษย์ ทันทีที่ได้รับคำสั่งมา มันก็กู่ร้องคำรามและกระโจนออกไปด้วยท่าทีห้าวหาญ
หลังจากที่ฉู่โม่วออกมาถึงปากถ้ำ ตอนแรกเขาตั้งใจจะเข้าร่วมการต่อสู้ที่อยู่บริเวณนั้น
ทว่าเพราะระหว่างทางที่พุ่งเข้าไป ชายหนุ่มดันค้นพบเสียก่อนว่าที่บนผานี้มีเหล่าสัตว์อสูรอีกกลุ่มหนึ่งกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ และเพราะสัตว์อสูรเหล่านี้ดูต่างออกไปจากพวกข้างล่าง
ไม่ว่าจะด้วยการที่มีจุดประสงค์อะไรก็ตาม ฉู่โม่วตัดสินใจเบนเป้าหมายและเข้าหาสัตว์อสูรกลุ่มนี้พร้อมกับกระบี่แทน
แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ไปถึง ร่างของกิ้งก่าขนาดใหญ่ก็กระโดดสวนลงมาเสียก่อน!
ผิวทั้วร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดหนาจนดูน่ากลัว ดูท่าการโจมตีทั่วไปคงจะแทงผิวมันไม่เข้าแน่
อย่างไรก็ตาม
“รนหาที่ตายเองนะ!”
แววตาของฉู่โม่วยังคงแสดงความเยือกเย็นออกมา ธาตุลมของเขาพัฒนาขึ้นมากแล้ว และยิ่งผสานเข้ากับกระบวนท่าย่างก้าวหมอกควัน มันทำให้จุดที่ร่างจริงของชายหนุ่มเคยยืนอยู่ในตอนนี้กลายเป็นเพียงภาพลวงตาไปแล้ว!
เมื่อร่างของฉู่โม่วปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็อยู่ต่อหน้าเจ้ากิ้งก่ายักษ์ตนนี้แล้ว
‘กระบี่วายุอสนีบาต!’
ชิ้ง!
เสียงของกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝักดังขึ้น พร้อมกับคลื่นกระบี่มากมายนับไม่ถ้วนถูกปลดปล่อยออกไปเบื้องหน้า!