ตอนที่ 63
บทที่ 63 พบคนรู้จัก และทดแทนคุณ!
October 22, 2026
บทที่ 63 พบคนรู้จัก และทดแทนคุณ!
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉู่โม่วก็เริ่มออกเดินทางไปที่นอกฐาน
ที่ประตูทางเข้าออกฐานนั้นมีผู้ปลุกพลังยืนประจำการอยู่มากมาย
เมื่อเห็นฉู่โม่วเดินออกมา เหล่าผู้ปลุกพลังที่ประจำการอยู่ก็รีบเตือนด้วยความตกใจ “น้องชาย นี่นายยังกล้าออกไปนอกเมืองในสถานการณ์แบบนี้อีกเหรอ? ไม่กลัวตายหรือไง?”
เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นที่ฐานฉางเฟิง สถานการณ์ทางฝั่งฐานลู่หยางจึงพลอยเข้าสู่สถานะคุมเข้มไปด้วย
ด้วยเหตุนี้ แม้จะไม่มีการประกาศคำสั่งกำหนดเวลา แต่ก็มีการควบคุมไม่ให้ประชากรในฐานออกไปข้างนอกอย่างเด็ดขาด
พวกเขากลัวว่าหากมีคนอื่นออกไปในตอนนี้ คนที่ออกไปจะไม่ได้กลับเข้ามาอีก…
ทว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาของฉู่โม่ว เขาเพียงยิ้มแล้วเดินออกจากฐานไปโดยไม่พูดอะไร
“ฉันอุตส่าห์เตือนหมอนั่นดี ๆ แล้วนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ฉันไม่สนด้วยแล้ว!”
ผู้ปลุกพลังทั้งสองมองตามแผ่นหลังของฉู่โม่วที่เดินไกลออกไป หนึ่งในนั้นอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า
“ฉันคิดว่าเจ้านั่นก็แค่ทำเป็นเก่งไปงั้นแหละ มันคิดว่าตัวเองจะโชคดีรอดกลับมาได้บ่อย ๆ หรือไง?”
ชัดเจนเลยว่า
อีกฝ่ายมองฉู่โม่วเป็นพวกคนเก่งแต่ปาก
หลังจากที่ข่าวคราวเรื่องที่เกิดขึ้นในฐานฉางเฟิงแพร่สะพัดออกมา มีผู้ปลุกพลังมากมายรวมถึงคนธรรมดาที่อยู่ภายในฐานลู่หยางที่คิดว่า หากสัตว์อสูรตนนั้นมาถึง พวกเขาจะต้องตายอยู่ในฐานเป็นกลุ่มแรก ๆ แน่ ๆ
ดังนั้นถ้าเวลานั้นมาถึง …ป่าด้านนอกฐานน่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า!
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเลือกที่จะย้ายออกจากฐานเพื่อชิงหาที่หลบซ่อนก่อน แล้วรอจนกระทั่งสัตว์อสูรตนนั้นทำลายที่นั่นจนพอใจแล้วค่อยกลับเข้าฐานไปดูว่าเหลืออะไรบ้าง
ไม่สามารถปฏิเสธได้เสียทีเดียวว่ามีคนที่โชคดีระดับที่สามารถเอาตัวรอดจากในโลกภายนอกได้ แม้ตัวเองจะไม่ได้เก่งกาจนักนั้นมีอยู่จริง
แต่ก็จัดว่าเป็นพวกที่หาได้ยากมากเช่นกัน!
สำหรับคนทั่วไป ไม่เกินสองวันก็กลายเป็นอาหารสัตว์อสูรในป่าไปแล้ว
“เป็นแค่คนธรรมดาที่หลงเชื่อข่าวลวง ใครจะไปช่วยอะไรได้”
“ก็คงงั้น ขอให้มันรอดได้เกินสามวันก็แล้วกัน พ่อคนเก่ง!”
ทั้งสองผู้ปลุกพลังพูดกันเองอย่างสนุกปาก
…
ฉู่โม่วไม่ได้รู้เลยว่าตนเองโดนผู้เฝ้าประตูทั้งสองนินทาลับหลัง
แต่ต่อให้เขารู้ เจ้าตัวก็อาจจะแค่หัวเราะและไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจอยู่ดี
สถานที่ซึ่งตัวนิ่มแปดแถบยักษ์ปรากฏตัวครั้งสุดท้าย คือ ราว ๆ สองพันกิโลเมตรห่างจากตัวฐาน และตามบันทึกโลกเก่า ที่แห่งนี้เคยเป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่มาก่อน
ภายหลังจากที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างหนัก ทำให้ที่นี่ได้รับผลกระทบไปด้วย จนพัฒนาจากเดิมที่เป็นแค่พุ่มหญ้ากลายเป็นทุ่งหญ้ากว้างที่มีพื้นที่ไม่ต่ำกว่าพันกิโลเมตรไปเรียบร้อยแล้ว
และตัวนิ่มแปดแถบยักษ์ก็ซ่อนตัวอยู่ภายในทุ่งหญ้าขนาดใหญ่แห่งนี้
สองชั่วโมงต่อมา
ฉู่โม่วเดินทางมาถึงปลายทางพร้อมกับพญาหงส์ปีกทองคำ
ในตอนนี้เขาได้เข้าสู่พื้นที่ของสัตว์อสูรระดับ 4 แล้ว จึงจำเป็นต้องเคลื่อนที่ให้ช้าลงและระมัดระวังตัวมากขึ้น ขณะที่ต้องค้นหาร่องรอยของตัวนิ่มแปดแถบยักษ์ไปด้วย แน่นอนว่าเทียนเผิงเองก็ช่วยหาจากบนฟากฟ้าด้วยเช่นกัน
แต่…
ตามบันทึก สัตว์อสูรตนนี้ค่อนข้างที่จะฉลาด ดังนั้นการหาร่องรอยของมันจึงค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยากมาก…
เพราะงั้นแม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว แต่ฉู่โม่วยังไม่พบร่องรอยของตัวนิ่มแปดแถบยักษ์ตัวนั้นเลย เขาทำได้เพียงจัดการกับเหล่าสัตว์อสูรระดับ 3 ที่เผอิญปรากฏตัวขึ้นมาแทนเท่านั้น
วันนี้
ฉู่โม่วกำลังยืนมองซากกิ้งก่าปรอทที่อยู่เบื้องหน้าตน มันเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ที่บังเอิญเดินมาเจอฉู่โม่วเข้าและถูกกำจัดทิ้งไปเมื่อไม่นานมานี้
‘นี่ก็เจ็ดวันแล้วนะหลังจากที่ออกมาตามหาตัวนิ่มแปดแถบยักษ์นั่น ถ้าวันนี้ยังไม่เจออีกละก็ เห็นทีคงต้องกลืนกินเจ้ากิ้งก่าปรอทนี่แล้วกลับฐานไปแทน!’
เขาคิดกับตนเอง
หลังจากมุ่งมั่นอย่างนั้น ฉู่โม่วก็เริ่มเดินสำรวจทุ่งหญ้าขนาดใหญ่นี้อีกครั้ง!
ตอนนั้นเอง
“นายท่าน ข้าเห็นใครบางคนกำลังสู้กับสัตว์อสูรอยู่ไม่ไกลนี้ครับ!”
ได้ยินดังนั้น
จิตใจของฉู่โม่วก็สั่นระรัวขึ้นมาทันที
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลออกจากฐานนับพันกิโลเมตร ซึ่งถือว่าไกลมากแล้ว นอกจากนี้สถานการณ์ที่ไม่สู้ดีในช่วงนี้ ทำให้คนส่วนใหญ่จะต้องถูกกักตัวอยู่ในฐานแท้ ๆ แต่ทำไมถึงได้มีคนมาอยู่ในที่อย่างนั้นได้ล่ะ!?
“รีบไปดูเร็วเข้า”
ฉู่โม่วให้เทียนเผิงนำทาง แล้วเขาก็รีบวิ่งตามไปยังเส้นทางดังกล่าวเพื่อดูสถานการณ์
แม้ว่าจะเป็นระยะทางที่ค่อนข้างไกล แต่ด้วยความเร็วของฉู่โม่ว
เพียงครู่เดียว เขาก็เริ่มได้ยินเสียงการปะทะกันลอยเข้าหู และรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่กระจายมาตามพื้นดินด้วย
ไม่นานนัก
ชายหนุ่มก็มาถึงยังจุดที่เกิดการปะทะกัน
มีกลุ่มคนกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรที่ร้ายกาจอยู่ ร่างของมันสูงใหญ่ราว ๆ เจ็ดเมตร ดูทรงพลังมาก แถมยังมีเกราะหนาปกคลุมร่างกาย ขนาดที่ว่าโดนเหล่าผู้ฝึกยุทธ์มากมายระดมโจมตี ยังไม่มีสิ่งใดที่สามารถสร้างบาดแผลให้มันได้เลย
กลับกัน ผู้ฝึกยุทธ์ที่ถูกมันโจมตีใส่กลับกลายเป็นฝ่ายบาดเจ็บหนักแทน
ฉู่โม่วจ้องมองสถานการณ์ก่อนจะต้องรู้สึกประหลาดใจ
ทั้งสองฝั่งนั้นจะเรียกว่าคนคุ้นหน้าคุ้นตากันก็ไม่เชิง
ฝั่งมนุษย์นั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์จากกลุ่มนักล่าสายลมที่โด่งดังนั้นเอง
เมื่อตอนยังอยู่ในฐาน พลังกายระดับกลางที่เขามี ก็ได้มาจากการแอบดูดกลืนมังกรพสุธาที่กลุ่มนักล่าสายลมล่ามานั่นแหละ!