ตอนที่ 72
บทที่ 72 คว้าประกายแสงแห่งแรงบันดาลใจ
October 22, 2026
บทที่ 72 คว้าประกายแสงแห่งแรงบันดาลใจ
“มนุษย์หน้าโง่ เจ้าช่างไม่กลัวตายเอาเสียเลย!”
เมื่อเห็นฉู่โม่วพุ่งขึ้นมา วานรเผือกอัคนีก็ไม่นิ่งนอนใจ มันเกรี้ยวกราดขึ้นทันตา!
อันที่จริง
มันคิดอยู่แล้วว่ามนุษย์ตัวเล็กคนนี้ค่อนข้างจะเป็นภัยคุกคามอยู่ไม่น้อยเลย หลังจากที่เห็นอีกฝ่ายสามารถกำจัดบริวารของตนเป็นจำนวนมากไปได้ แต่ตอนนี้ยามที่ฉู่โม่วใช้ถ้อยคำที่ฟังดูอวดเบ่งอย่าง
“คนที่จะตายไม่ใช่ฉันแต่เป็นแก” มันก็พลอยทำให้เจ้าลิงยักษ์นี้รู้สึกเหมือนโดนหยามหน้าขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผลด้วย!
กรรรรรร!
ด้วยเสียงคำรามที่ดังก้องฟ้า สายลมกระโชกแรงก็โถมเข้าใส่ฉู่โม่วอย่างไม่ใยดี
ครืน! ครืน!
สายลมที่รุนแรงนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ฉู่โม่วยากที่จะทะยานขึ้นฟ้าได้เท่านั้น แต่ด้วยความรุนแรงของมัน ผืนแผ่นดินยังสั่นสะเทือนและแตกออกจนแทบจะเหมือนถูกแรงระเบิดซัดลงมาด้วย เศษดินเศษหินรวมถึงต้นไม้ล้วนแต่ปลิวกระจายราวกับว่ามันไร้ซึ่งน้ำหนักใด ๆ!
อย่างไรก็ตาม ฉู่โม่วไม่ยอมแพ้ แม้สายลมจะซัดร่างของตนลงไปกองกับพื้น แต่เขายังยืนหยัดขึ้นมา
“ตายซะ เจ้าพวกอ่อนแอ!”
ดวงตาของวานรเผือกเปล่งสีแดงสว่าง มันยกกำปั้นขึ้นสูง กำปั้นที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยพลังอันมหาศาล จากนั้นก็ทุบลงมาที่ฉู่โม่วอย่างไม่รีรอ
มันเป็นกำปั้นที่ทรงพลัง ด้วยขนาดที่ใหญ่เสียยิ่งกว่าลำต้นของต้นไม้โบราณยักษ์ ยามที่มันลู่ลมลงมา สายลมบางส่วนก็ถูกกดต่ำให้มากดร่างของฉู่โม่วที่อยู่เบื้องล่างเสมือนเป็นแรงกดดันที่ตรึงไม่ให้ชายหนุ่มหนีไปไหนได้
ไม่เพียงเท่านั้น ความเร็วของมันก็เรียกได้ว่าน่ากลัว
ขนาดตัวที่ใหญ่เช่นนี้ ไม่ได้ทำให้มันเคลื่อนที่ช้าเลย กำปั้นของมันเร็วน้อง ๆ กับความเร็วเสียงเลยด้วยซ้ำ!
แม้กำปั้นนั้นจะยังลงมาไม่ถึงตัว ลำพังแค่แรงลมที่พัดกดลงมา หากเป็นคนธรรมดาคงจะละเอียดไปกับพื้นดินที่พังทลายลงไปแล้ว
ตู้ม!
ความตกใจกลัวปรากฏขึ้นในแววตาของทุกคน
แขนขนาดใหญ่ที่นำพากำปั้นลงมานั้น ส่งกำลังเสริมเต็มที่จนเมื่อกำปั้นปะทะพื้น มันสร้างรอยแตกร้าวบนพื้นดินไปหลักสิบเมตรเลยทีเดียว แม้มันจะไม่ได้ลามไปถึงภายในตัวฐาน แต่ผู้คนที่ฐานก็สามารถรับรู้ได้ถึงการสั่นสะเทือนนี้และตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
รอยแตกนั้นลุกลามไปอย่างรวดเร็ว
ก่อนมันจะไปหยุดที่หลายร้อยเมตรนับจากจุดศูนย์กลาง
“ฉู่โม่ว!”
ที่บนกำแพงฐาน
หัวใจของเฉินซีเวยสั่นระรัว เธอกำลังเป็นห่วงฉู่โม่ว
เขาจะสามารถรับมือสัตว์อสูรที่ร้ายกาจเช่นนี้ได้อย่างไร?
ทว่าตอนนั้นเอง
ใบหน้าที่เกรี้ยวกราดของวานรเผือกอัคนีเริ่มขมวดคิ้วช้า ๆ
มันกำลังรู้สึกว่า สิ่งที่กำปั้นของมันสัมผัสนั้น ไม่โดนมนุษย์เลย!
ร่างยักษ์หันมองรอบ ๆ เพื่อหาเป้าหมาย
อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถทำได้ เพราะพื้นที่บริเวณนั้นถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันที่เกิดจากตัวมันเองเต็มไปหมด
ในจังหวะที่ก่อนกำปั้นจะทุบลงมาถึงตัว ฉู่โม่วใช้ย่างก้าวหมอกควันเพื่อหลบออกมาจากจุดนั้นก่อนหลายสิบเมตร แล้วก็ซ่อนตัวไปชั่วขณะ
ทันใดนั้น!
กระบี่วายุอสนีบาต!
ด้วยเลือดลมที่พลุกพล่าน ฉู่โม่วฟาดฟันกระบี่ในมืออย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะส่องประกายแสงจ้าออกมา
ด้วยพลังของมวลกล้ามเนื้อ ผนวกกับการเพิ่มพลังอีกยี่สิบสี่เท่าจากการกลืนกินอณูแห่งชีวิตที่อยู่รอบตัวและพลังของอสนีบาตคงกระพัน ตลอดจนวิชากระบี่ระดับสูงเองก็ช่วยทำให้เพลงกระบี่นี้เฉียบคมมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวนัก!
พลังแห่งฟ้าดินเชื่อมต่อกันผ่านตัวฉู่โม่ว รังสรรค์ให้เกิดคลื่นกระบี่มากมายนับไม่ถ้วนที่เกิดจากการฟาดฟันพุ่งเข้าใส่เป้าหมายจากรอบทิศทาง
“ฟาดฟัน!”
สิ้นเสียงตะโกน คลื่นกระบี่ขนาดใหญ่ปรากฏออกมา มันเกิดจากการที่คลื่นกระบี่เล็ก ๆ เหล่านั้นเข้ามารวมตัวกัน จนกลายเป็นเสมือนม้าสีขาวตัวใหญ่ที่มีเขาแหลมเหมือนคมมีด กำลังพุ่งเข้าโจมใส่ส่วนหัวของวานรเผือกอัคนีตรงหน้า
คลื่นกระบี่นี้
อัดแน่นไปด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า จนไม่มีอะไรมาหยุดยั้งมันได้
พลังทำลายล้างที่สูงลิ่วของมันราวกับว่าหากศัตรูเป็นสวรรค์ แม้แต่สวรรค์คงต้องขาดสะบั้น!
เมื่อคมกระบี่พุ่งผ่านไป แม้แต่มิติรอบ ๆ ยังสั่นสะเทือนเพราะความเร็วที่สูงลิ่วของมัน ความเร็วดังกล่าวเร็วเสียยิ่งกว่าเสียงเสียอีก
ด้วยเหตุนี้
คมกระบี่อาชาสีขาวสะอาดเข้าเชือดเฉือนส่วนหัวของวานรเผือกอัคนีได้อย่างแม่นยำ
ทว่า…
ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงด้วยความไม่เชื่อ!
มันชัดเจนว่าการโจมตีของฉู่โม่วเข้าเป้าหมาย แต่ทำให้เป้าหมายเกิดบาดแผลบริเวณจุดปะทะไม่ถึงหนึ่งเมตรด้วยซ้ำ!
แถมยังไม่ลึกมากอีก มีเพียงเลือดซึมออกมาเล็กน้อยเสมือนโดนมีดบาด และเพียงไม่นาน ปากแผลนั้นก็ปิดสนิทไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
“ไอ้เจ้ามดปลวก เจ้าทำให้ข้ารู้สึกโมโหขึ้นมาจริง ๆ ซะแล้วนะ!”
วานรเผือกอัคนีแผดเสียงคำรามจนก้องปฐพี
ถึงกระบี่ของฉู่โม่วจะไม่ได้ทำให้มันได้รับบาดเจ็บหนักก็จริง
แต่เพราะมันถือว่าตนเองเป็นสัตว์อสูรระดับ 5 ที่สูงส่งกว่าสิ่งอื่นใด การโดนสิ่งที่เล็กเท่ามดในสายตาทำให้เกิดการบาดเจ็บได้เช่นนี้ นับว่าเป็นความอับอายอย่างมากเลยทีเดียว!
ทันใดนั้น มันง้างแขนขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เปลวเพลิงที่แต่เดิมเคยลุกท่วมอยู่บนขนก็ลุกโชนขึ้น และกระจายออกไปรอบตัวกินพื้นที่กว่าร้อยเมตรเพียงชั่วพริบตา!
ครืน! ครืน! ครืน!
เพลิงอสูรนี้น่ากลัวราวกับว่าสามารถลุกไหม้บนอากาศได้ ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วราวกับจะแผดเผาทุกสิ่งอย่างให้ระเหยไปด้วยไอร้อนเหล่านี้
ไม่ดีแล้ว!
ลางสังหรณ์ปรากฏขึ้นในใจฉู่โม่ว
ไม่มีเวลาให้ลังเล ชายหนุ่มเปิดพรสวรรค์ห้วงมิติและพาตนเองเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ปรากฏตัวอีกครั้งที่ร้อยเมตรจากจุดเดิม
ฉู่โม่วไม่หยุด และเปิดใช้พรสวรรค์ห้วงมิติพาตนเองเคลื่อนย้ายออกจากจุดเดิมไปอีกร้อยเมตร
เมื่อมองทะเลเพลิงที่กินพื้นที่เป็นวงกว้างกว่าร้อยเมตรตรงหน้าแล้ว สีหน้าของฉู่โม่วก็ดูหนักใจ