ตอนที่ 92
บทที่ 92 ปราบนายพลเซี่ยเจิ้นเจียงและทำให้นายพลทั้งสามตกตะลึงด้วยประโยคเดียว
October 22, 2026
บทที่ 92 ปราบนายพลเซี่ยเจิ้นเจียงและทำให้นายพลทั้งสามตกตะลึงด้วยประโยคเดียว
เมื่อเสียงดังขึ้น ร่างของคนคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากที่ที่แสนไกล
และเมื่อสิ้นเสียงของเขาลง
ร่างที่เคยอยู่แสนไกลก็มาปรากฏเบื้องหน้าทุกคนในพริบตา
แม้สายตาจะมองได้ไม่ชัด แต่ทุกคนตระหนักได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งของชายคนนี้ได้ จนเผลอยกมือขึ้นบังคลื่นพลังที่แผ่ออกมานั้นโดยไม่รู้ตัว
ทว่าเป้าหมายของร่างนั้นคือการพุ่งเข้าชนเซี่ยเจิ้นเจียงต่างหาก!
ผู้ที่เพิ่งปรากฏตัวนี้คือ ฉู่โม่ว!
จังหวะที่เขาเห็นเสี่ยวจิน มันเป็นจังหวะที่พญาหงส์ปีกทองคำกำลังจะถูกจับตัวไปพอดี เช่นนั้นแล้วคิดว่าเขาจะสามารถข่มความโกรธไว้ได้งั้นเหรอ?
ทันทีที่ปรากฏตัว พรสวรรค์ธาตุไฟในร่างก็ถูกเปิดใช้งาน วงแหวนแห่งเพลิงปรากฏขึ้นรอบตัวเขา และกระจายตัวออกเป็นวงกว้างกว่าร้อยเมตร
ขณะเดียวกัน
อณูแห่งชีวิตในร่างและเลือดที่ไหลเวียนอยู่ทั้งกายก็ถูกกระตุ้นจนเดือดปุด ๆ เสมือนลาวาในภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ
“หมัดเพลิงสยบภูผา!”
ด้วยหมัดที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยเปลวเพลิงเสมือนดวงอาทิตย์ขนาดเล็ก มันทำให้มิติรอบข้างเกิดการสั่นสะเทือนและแตกออกบางส่วน ก่อให้เกิดเสียงราวกับสายลมที่แทรกออกมาจากรอยแยกมิตินั้นห่อหุ้มไปทั่วทั้งร่างของฉู่โม่วอีกชั้นหนึ่ง
ยิ่งมีมิติเสียหายมากขึ้นเท่าไร กระแสลมปริศนาก็ยิ่งพวยพุ่งออกมามากขึ้นเท่านั้น มันส่งเสียงแสบแก้วหูประดุจกระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่านไปตามอากาศ
ในระยะร้อยเมตรรอบตัว อากาศกำลังถูกดูดเข้าไปรวมที่ร่างของฉู่โม่วเหมือนว่าเขากำลังดูดกลืนมันเข้าไป
“ไม่ดีแล้ว!”
รู้สึกได้ถึงความรุนแรงของพลังนั้น เซี่ยเจิ้นเจียงก็หน้าถอดสี
เขารีบกลับตัวและถอยกลับ ขณะเดียวกันก็ยกแขนขึ้นมาเพื่อคอยป้องกันการโจมตีนั้นเข้าถึงตัวเขาด้วย!
ครืน!
ทันทีที่หมัดและแขนเข้าปะทะกัน
แทบจะเป็นวินาทีเดียวกัน เซี่ยเจิ้นเจียงก็สัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่มาจากกำปั้นปะทะแขนเขาอยู่ มันทำให้เลือดบริเวณนั้นราวกับถูกเผาไหม้ก่อนที่ร่างของเขาจะกระเด็นออกมา
หลังจากที่กระเด็นลอยไปหลายร้อยเมตร เขาก็ค่อย ๆ ตั้งตัวใหม่อีกครั้ง
“แกเป็นใคร? ทำไมถึงเข้ามาขวางฉันแบบนี้!”
เซี่ยเจิ้นพยายามปรับสมดุลอณูแห่งชีวิตในร่างใหม่อีกครั้ง เขามองไปยังฉู่โม่วที่มายืนตรงหน้า และถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
จากการต่อสู้ก่อนหน้า แม้มันจะค่อนไปทางการเข้าหาทีเผลอ แต่จากการพลังของอีกฝ่ายที่ทำให้เขาต้องรีบถอย มันก็ทำให้เขารับรู้ได้ว่า ชายที่แข็งแกร่งตรงนี้อย่างน้อยก็น่าจะมีพลังระดับนายพลเมืองได้เลย!
แล้วคนแบบนี้ ทำไมถึงเลือกที่จะสู้กับเขาน่ะ?
ไม่เห็นจะจำได้เลยว่าเคยไปหาเรื่องคนที่แข็งแกร่งระดับนี้มาก่อน?
คิดทบทวนแล้วทบทวนอีก เรื่องนี้ก็ยังทำให้เขาคิดไม่ตก ดังนั้น เซี่ยเจิ้นจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแล้วถาม “ท่านผู้แข็งแกร่ง พวกเราเคยมีอะไรขัดใจหรือเข้าใจผิดกันมาก่อนหรือเปล่า?”
“ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่านายพยายามลงไม้ลงมือกับสัตว์เลี้ยงของฉัน แบบนี้เรียกว่าเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า?”
ฉู่โม่วพูดเสียงนิ่ง
“สัตว์เลี้ยง? หมายถึงเจ้านี่น่ะเหรอ?”
เซี่ยเจิ้นเจียนผงะไปครู่หนึ่ง และเมื่อได้สติ เขาก็ขมวดคิ้วและพ่นลมหายใจไม่พอใจออกมา “ฉันก็นึกว่าเป็นใครที่ไหน ที่แท้ก็เป็นคนที่ต้องกำจัดนี่เอง!”
“สัตว์เลี้ยงของแก ฆ่าลูกชายฉัน เพราะงั้นฉันก็เลยจะฆ่ามัน!”
“แต่ไหน ๆ แกก็มาอยู่ที่นี่แล้ว บางทีฆ่าแกแทนลูกชายฉันอาจจะมีความสุขมากกว่า!”
นายพลผู้มีความแค้นพูดเฉียบขาด
ในทันทีที่เสียงของเขาเงียบลง อณูแห่งชีวิตและเลือดในร่างก็กลับมาเสถียรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันเริ่มปลดปล่อยพลังอันมหาศาลออกมาอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเหมือนว่าเขาพลาดท่าหนัก แต่จริง ๆ แล้วนั่นไม่ได้ใช้พลังอะไรมากขนาดนั้นในการดีดตัวออกมา
ดังนั้นตอนนี้ได้เวลาเอาจริงแล้ว
ชายสูงวัยชี้นิ้วลงไปกับพื้นขณะที่ปลดปล่อยพลังอณูแห่งชีวิตออกมาจนมันโถมใส่ตัวเขาเสมือนเป็นภูเขาลูกยักษ์
อากาศบริเวณรอบตัวเขาเริ่มแตกออก ราวกับว่ามันเกิดระเบิดที่มองไม่เห็นขึ้น และเป็นเช่นนี้ต่อกันไปอีกพักใหญ่
“นี่มัน… กระบวนท่าอันโด่งดังของท่านเซี่ยเจิ้นนี่! ว่ากันว่าสามารถทลายภูผาหรือไม่ก็สลายธารน้ำได้ด้วยนิ้วเดียวเลย! ขนาดสัตว์อสูรระดับ 5 ยังยากที่จะรับมือไหว!”
“ไอ้หนุ่มนั่นโดนฆ่าด้วยนิ้วพิฆาตนี่แน่ ๆ!”
“รู้ผลแล้วละมั้ง”
มุมหนึ่ง เหล่าปรมาจารย์ยุทธ์ที่รอดชีวิตหันคุยกันเองด้วยความตื่นเต้น พวกเขาพยายามถอยออกจากจุดนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับกำลังหนีเพื่อไม่ให้โดนลูกหลง
“ไปตายซะ!”
ภายใต้สายตาที่จับจ้อง ปลายนิ้วนั้นพุ่งไปพร้อมร่างของเซี่ยเจิ้นเจียงและปะทะเข้ากับร่างของฉู่โม่ว มันเกิดเสียงระเบิดดังพร้อมทั้งเกิดควันและฝุ่นลอยคลุ้งออกมา
ทุกคนเสมือนว่าได้หยุดหายใจไปแล้ว
พวกเขารีบปิดจมูกกันโดยสัญชาตญาณและรอจนกระทั่งกลุ่มควันจางหายไปเอง
ส่วนคนที่รู้จักเซี่ยเจิ้นเจียงดีก็จะรู้ได้ว่า เขาฝึกฝนกระบวนท่านี้มาตั้งแต่ที่ขึ้นเป็นขั้นปรมาจารย์ยุทธ์แล้ว ดังนั้นคนคนนี้เชี่ยวชาญกระบวนท่าดังกล่าวมาร่วมทศวรรษแล้ว ด้วยเหตุนี้ พลังโจมตีของมันถึงได้รุนแรงและน่ากลัวสุด ๆ!
เรียกได้ว่า เมื่อไรที่ปลายนิ้วได้สัมผัสกับศัตรู เมื่อนั้นก็คือวันตายของอีกฝ่ายด้วย!
ก็สมควรแล้ว!
เพราะงั้น
นี่เองจึงเป็นที่มาของฉายาที่เซี่ยเจิ้นเจียงถูกกล่าวขาน “นายพลเมืองจอมทำลายล้าง!”
อย่างไรก็ตาม
ในสายตาของคนอื่นที่คิดว่าฉู่โม่วคงจะต้องตายจากการโจมตีด้วยนิ้วพิฆาตของเซี่ยเจิ้นเจียง พวกเขาไม่รู้เลยว่าบางสิ่งบางอย่างไม่ปกติ
คนที่รู้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นเซี่ยเจิ้นเจียง
เขาสัมผัสถึงมันได้
ว่านิ้วของเขามันไม่ได้โดนเป้าหมายเลย!
นายพลผู้เสียขวัญขมวดคิ้วแล้วหันมองรอบตัว
ตอนนั้นเอง
ครืน!
มิติข้าง ๆ ตัวเขาจู่ ๆ ก็เกิดช่องว่างขึ้นมา
ทันทีทันใด
ก่อนที่เขาจะได้โต้ตอบอะไร ร่างร่างหนึ่งก็โผล่ออกมาจากช่องว่างมิตินั้น
ร่างดังกล่าวสะบัดดาบฟันใส่เขา!
ด้วยความเร็วที่อยู่เหนือสัญชาตญาณนี้ แม้ว่ามือจะยกมาแล้วหมายจะปัดป้อง แต่มันกลายเป็นว่าทุกสิ่งอย่างมันช้าเกินไปหมด เสียงฉัวะที่ดังตามมาเป็นเครื่องยืนยันว่ามือของเขาถูกตัดขาดไปแล้วจากตวัดดาบของอีกฝ่ายเมื่อครู่และตกลงไปบนพื้นดิน!
เลือดสีทองไหลออกมา และเลือดเหล่านี้ก็ค่อย ๆ กัดกร่อนผิวโลกจนกลายเป็นหลุมบ่อเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นมาด้วย
“อะไร… !”
ภายใต้ความเจ็บปวด เซี่ยเจิ้นเจียนอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา เขาตกใจและโกรธสุด ๆ
ความโกรธนี้ เกิดขึ้นจากการที่อีกฝ่ายกล้าที่จะมาตัดมือของเขาเช่นนี้!
และสิ่งที่ทำให้ตกใจนั่นก็คือ การที่ตนเองได้รับบาดเจ็บ!
แบบนี้หมายถึง… อีกฝ่ายสามารถฆ่าเขาได้งั้นเหรอ!?
เมื่อตระหนักได้เช่นนั้น
นายพลเมืองเซี่ยเจิ้นเจียงก็ไม่กล้าที่จะดูหมิ่นฝีมือของชายหนุ่มตรงหน้าอีก เขารีบตั้งตัวใหม่แล้วถอยจากจุดเดิมอย่างรวดเร็ว
ซึ่งในขณะเดียวกัน เขาก็ใช้พลังอณูแห่งชีวิตรวบรวมและสร้างขึ้นเป็นโล่แข็งมาคอยคุ้มกันตนเองไว้ด้วย
แม้จะอายุเยอะ แต่ก็ยังเร็วอยู่
เมื่อเทียบกับระดับความเร็วแล้ว ผู้ปลุกพลังขั้นนายพลเมืองนั้นน่าจะรวดเร็วได้ราว ๆ ห้าสิบเท่าของความเร็วเสียงเป็นอย่างต่ำ
ยิ่งถ้ามีธาตุลมอยู่ด้วย ต่อให้เป็นระดับ 2 มันก็ยังทำให้เขาเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าคนอื่นอยู่ดี!
เซี่ยเจิ้นหมายจะใช้ความเร็วที่เหนือกว่าของเขาเป็นไม้ต่อและทิ้งระยะห่างออกจากฉู่โม่ว
แต่
สิ่งที่เขาไม่รู้เลยนั่นก็คือ… ฉู่โม่วเร็วกว่าเขาอีกเยอะ!
เมื่อเห็นอีกฝ่ายถอยออกจากสมรภูมิ ฉู่โม่วก็ไม่รอช้า ใช้พลังแห่งห้วงมิติเพื่อตามเขาต่อไปทันที!
เทเลพอร์ต!
เพียงพริบตาเดียว ร่างของฉู่โม่วก็มาปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆ เซี่ยเจิ้นเจียงอีกครั้งแล้ว!
ชายหนุ่มยกกระบี่ยาวขึ้นและฟันลงไปที่อีกคน
ด้วยเสียง ‘ชิ้ง!’ โล่พลังอณูแห่งชีวิตของเซี่ยเจิ้นเจียงก็แตกเป็นเสียง แต่นั่นก็ใช่ว่าทุกอย่างจะจบ เพราะด้วยความที่กระบี่เล่มนี้เป็นกระบี่ยาว ความยาวที่เหลือหลังจากไม่มีโล่มาคอยขวางทางแล้วนั้น มันก็ฟาดฟันโดนร่างของเซี่ยเจิ้นเจียงในที่สุด
ฉัวะ!
เสียงคมกระบี่เชือดเฉือนชิ้นเนื้อ มาพร้อมกับรอยบาดแผลเหวอะหวะน่ากลัวที่ปรากฏขึ้นกลางอกของเซี่ยเจิ้นเจียง แผลนั้นลึกขนาดที่มองเห็นกระดูกได้เลย!
ขณะเดียวกันนั้น
คลื่นกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนขนาดเท่ากับเส้นผมก็พากันพุ่งเข้าไปในร่างของนายพลเมืองผ่านบาดแผลนั้นอย่างรวดเร็วด้วย เสมือนพวกมันเป็นหนอนแมลงที่ชอนไชเข้าไปในร่างมนุษย์ ส่งผลให้ร่างของเซี่ยเจิ้นเจียงสั่นไปทั้งร่าง