ตอนที่ 93
บทที่ 93 ชื่อเสียงแพร่สะพัด และเตรียมตัวออกจากฐาน!
October 22, 2026
บทที่ 93 ชื่อเสียงแพร่สะพัด และเตรียมตัวออกจากฐาน!
วันรุ่งขึ้น
ข่าวคราวเรื่องฉู่โม่วสังหารนายพลเมืองและปฏิเสธนายพลอีกสามคนด้วยประโยคเดียวกระจายวงกว้างไปทั่วทั้งฐาน
ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนตกใจกับเรื่องที่ได้ยินนี้
เพราะยังไงเสียอีกฝ่ายก็เป็นถึงนายพลเมืองเลยนะ!
ผู้ที่มีความแข็งแกร่งระดับที่สูงกว่าปรมาจารย์ยุทธ์จนเกือบจะเทียบเป็นอมนุษย์คนนั้น กลับถูกฉู่โม่วฆ่าตายลงเนี่ยนะ!
ยิ่งไปกว่านั้น นายพลเมืองอีกสามคนกลับไม่กล้าที่จะเข้ามายุ่งอะไรด้วย พวกเขายังต้องยอมถอยกลับด้วยความอึดอัดใจ
สิ่งนี้หากไม่ใช่ว่าเป็นเพราะนายพลเมืองทั้งสามเกรงกลัวฉู่โม่วก็คงจะไม่มีเหตุผลใดอื่นอีก นอกจากทั้งสามกลัวว่าถ้าหากปะทะกับฉู่โม่วจริง ๆ ฝ่ายที่บาดเจ็บอาจจะเป็นพวกเขาเอง เผลอ ๆ อาจจะต้องล้มตายกันเลยก็ได้!
น่ากลัว!
ความรู้สึกนี้ประจักษ์ขึ้นในห้วงความคิดของผู้คนนับไม่ถ้วน
ภายในฐาน คฤหาสน์หลังหนึ่ง
ช่ายเฟิงกำลังเดินออกจากห้องด้วยสีหน้าตื่นเต้นสุด ๆ
ผลวิญญาณสีม่วงที่ฉู่โม่วมอบไว้ให้นั้น หลังจากที่ได้กลืนกินมันลงไปและได้พักผ่อน มันก็ทำให้แขนและขาของเขากลับมาใช้งานได้คล่องเหมือนเดิม แถมความแข็งแกร่งยังเพิ่มขึ้นอีก!
เพราะงั้นช่ายเฟิงจึงอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้
“คุณครับ ร่างกายยังไม่… เอ๊ะ? ท่านช่ายเฟิง…กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว?”
ที่หน้าประตูห้องนั้น ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งเห็นช่ายเฟิงเดินออกมา เขาก็รีบวิ่งเข้ามาหมายจะกล่าวเตือนด้วยความเป็นห่วง ทว่าเมื่อเห็นแขนและขาของช่ายเฟิงไร้ซึ่งการบาดเจ็บ ตัวเขาเองก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย
“ใช่แล้วล่ะ”
ช่ายเฟิงที่กำลังอารมณ์ดีตอบและพยักหน้า
จากนั้นเขาก็ถามขึ้นต่อ “มีอะไรสำคัญ ๆ เกิดขึ้นหรือเปล่าช่วงที่ฉันพักผ่อนไม่กี่วันมานี้น่ะ?”
“อ๊ะ มีครับ! มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นในฐานเมื่อวานนี้เองครับ!”
ผู้ปลุกพลังคนนั้นรีบเล่าข่าวลือที่กระฉ่อนเมืองให้หัวหน้าฟัง
หลังจากได้ฟังข่าวนั้นแล้ว ช่ายเฟิงก็ถึงกับผงะไปไม่ต่างกับคนอื่น
“คุณฉู่… สามารถฆ่านายพลเมืองได้จริง ๆ เหรอ?”
เขาได้เห็นพลังของนายพลเมืองมาด้วยตาตนเองแล้วในรอยแยกมิตินั้น พลังที่สามารถทลายภูผาและสลายแม่น้ำได้เพียงแค่ขยับตัวไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน! คนเหล่านี้มีพลังมากมายอย่างที่สมควรถูกยกย่องจริง ๆ!
แล้วฉู่โม่วก็ฆ่าคนที่มีพลังระดับนี้ได้เนี่ยนะ!?
‘ดูท่าความทิ้งห่างของคุณฉู่กับฉันมันคงจะเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่าเลยสินะ’
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
ภายในหัวก็คิดย้อนกลับไปเมื่อตอนพบกันในป่าด้วย
ในตอนนั้น ที่ฉู่โม่วได้ช่วยเขาเอาไว้ ลำพังแค่ตอนนั้น ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายก็เหนือกว่าเขามาก ๆ แล้ว ทว่ามาในตอนนี้…
เพียงแค่จะมองหน้ายังต้องคิดหนักเลย!
แต่
ช่ายเฟิงก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาอะไรในฉู่โม่วอยู่แล้ว
กลับกัน เขายิ่งรู้สึกเคารพชายคนนี้และไฝ่ฝันว่าอยากจะแข็งแกร่งเหมือนกับฉู่โม่วอีกด้วย
“อา ไม่หรอก ฉันจะไปรู้จักคนที่แข็งแกร่งขนาดนั้นได้ยังไง?”
ผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มยอมเชื่อ
ขืนช่ายเฟิงบอกไปว่าตัวเขากับฉู่โม่วนั้นรู้จักกัน จะต้องมีหลายคนที่อิจฉาเขาแน่ ๆ
อีกฟากหนึ่ง
เมื่อเสิ่นจิ้นกับสีอิ้งได้ยินข่าวที่ลือกันมาทั่วเมือง พวกเขาก็ตกตะลึงกันไปชั่วขณะหนึ่ง อันที่จริงก็ไม่ต่างอะไรกับช่ายเฟิงนัก
ปรมาจารย์ยุทธ์ทั้งสี่ถึงกับตกตะลึงกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ พวกเขาเพิ่งจะได้เห็นฉู่โม่วกำจัดสัตว์อสูรระดับ 5 ไปด้วยตาตนเอง
แต่วานรเผือกอัคคีนั้นเป็นเพียงสัตว์อสูรที่เพิ่งขยับขึ้นเป็นระดับ 5 เท่านั้น ผนวกกับมันยังมีอาการบาดเจ็บตกค้างอยู่ด้วย พลังของมันจึงไม่ได้ถูกนับว่าแข็งแกร่งเหมือนกับสัตว์อสูรระดับ 5 ตนอื่น ๆ และตีว่าเป็นสัตว์อสูรระดับ 5 ที่อ่อนแอแทน
ต่อให้ฉู่โม่วจะสามารถเด็ดหัวมันได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเกินความสามารถของอีกฝ่ายมากนัก
ทว่านี่มันต่างออกไป!
ฉู่โม่วสามารถฆ่านายพลเมืองท่ามกลางที่สาธารณะได้ด้วยตนเอง!
นี่มันเหลือเชื่อสุด ๆ!
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความตกใจนี้ พวกเขาก็แอบดีใจกันไม่น้อยเลย
ก่อนหน้านี้เหล่าปรมาจารย์ยุทธ์และนายพลเมืองจากฐานจินหลิงนั้นโอ้อวดตนไว้เยอะ พวกนั้นดูถูกผู้ปลุกพลังภายในฐานลู่หยางและไม่ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างมนุษย์
ดังนั้นการได้เห็นคนเหล่านั้นถูกกระทำคืนบ้าง มันเลยกลายเป็นเรื่องที่น่าดีใจเสียมากกว่า!
การที่ฉู่โม่วสามารถกำจัดนายพลเมืองลงได้ แถมยังทำให้นายพลเมืองที่เหลืออีกสามคนหวาดกลัวจนต้องถอยไปอีกนั้น ถือเป็นการทำให้คนเหล่านั้นเสียหน้ามาก ๆ เลย
ภายในใจของพวกเขาคงจะรู้สึกขมขื่นกันไม่น้อย
ยังไงเสียพวกเขาก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
อีกอย่างหนึ่ง ในตอนนี้ทั่วทั้งฐานต่างกำลังคุยกันเรื่องนี้
ผู้ปลุกพลังที่ประจำอยู่ฐานลู่หยางทุกคนต่างนำเรื่องนี้มาพูดด้วยความภาคภูมิใจ
แน่นอนว่าถ้ามีฝั่งหนึ่งดีใจ …ก็ต้องมีฝั่งที่เสียใจ
ซึ่งในคราวนี้ ฝั่งที่เสียใจกลับกลายเป็นฝั่งปรมาจารย์ยุทธ์กับนายพลเมืองจากฐานจินหลิงแทน พวกเขาอับอายกันมาก ๆ
บางทีอาจจะเป็นเพราะพวกเขาไม่อยากจะได้ยินเรื่องนี้อีก เพราะงั้นในช่วงบ่ายของวัน พวกเขาจึงรีบกลับไปอย่างรวดเร็ว
…
ในขณะที่โลกภายนอกกำลังวุ่นวาย ฉู่โม่วก็ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ในวันนี้
ชายหนุ่มเดินทางเข้ามายังฐานชั้นในเพื่อที่จะพบกับสีอิ้ง
ในฐานะที่เป็นถึงปรมาจารย์ยุทธ์ สีอิ้งถือได้ว่ามีสถานะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ภายในฐาน ดังนั้นการจะเข้าพบเขานั้นถือเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้ปลุกพลังทั่วไป ทว่าผิดกับฉู่โม่วที่เพียงมาถึง อีกฝ่ายก็ยอมลงมาต้อนรับด้วยตนเองพร้อมกับท่าทีที่เคารพนับถือเป็นอย่างสูง
ทั้งสองมานั่งกันอยู่ในห้องรับแขก หลักจากที่เสิร์ฟชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สีอิ้งก็ชิงถามก่อนด้วยท่าทีอ่อนน้อม “คุณฉู่ มาหาฉันที่นี่ในวันนี้ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า?”
“จริง ๆ ผมก็มีเรื่องที่อยากจะรบกวนท่านปรมาจารย์ยุทธ์สีอิ้งนั่นแหละครับ”
ฉู่โม่วตอบ