ตอนที่ 668
บทที่ 668 ขยายสำนักซ่อนเร้น เทพมารอนธการ
October 22, 2026
บทที่ 668 ขยายสำนักซ่อนเร้น เทพมารอนธการ
“นานถึงเพียงนี้ เขาต้องการทำร้ายข้าหรือพ่ะย่ะค่ะ”
หานทั่วตกตะลึง หวาดหวั่นอยู่ในใจ
จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายส่ายหน้าพลางเอ่ยว่า “มิใช่เช่นนั้น เพียงแต่มรรคของเขาแกร่งกล้าเกินไป เดิมทีเจ้าไม่สมควรพบเขาเลย หากเจ้ามีตบะด้อยกว่านี้สักหน่อย เห็นเขาแค่แวบเดียว เจ้าก็ร่างสิ้นวิญญาณสลายแล้ว”
หานทั่วพรั่นพรึงยิ่งกว่าเดิม ถามด้วยความสงสัย “เขาร้ายกาจกว่าบรรพชนเต๋าหรือ”
จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายตอบ “ไม่ทราบแน่ชัด ตัวตนระดับนั้นอยู่เหนือการคาดคะเนของเรา ในเวลาปกติเจ้าจงอย่านึกถึงอีก เจ้าคิดเช่นไร ผู้อาวุโสอย่างเขาล้วนรับรู้ทั้งสิ้น ”
หานทั่วพยักหน้า ในใจหวั่นวิตกยิ่งกว่าเดิม
แค่คิดถึงก็สอดส่องได้ น่ากลัวเกินไปแล้วจริงๆ
“วันหน้าถ้าเจ้าว่างก็กลับไปที่แดนเซียนสักคราเถอะ หากเราเดาไม่ผิด เจ้าคงใกล้จะมีน้องชายหรือน้องสาวแล้ว”จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายเอ่ย
หานทั่วพยักหน้ารับ ในใจค่อนข้างซับซ้อน
ทำให้เกิดการเพรียกหาเขาผ่านสายเลือดได้ คุณสมบัติคงจะเลิศล้ำมากกระมัง?
….
หานเจวี๋ยไม่ทราบเลยว่าบุตรคนเล็กของตนก่อคลื่นระลอกใหญ่โตถึงเพียงนั้น เขายังคงตั้งใจฝึกบำเพ็ญอยู่
ช่วงเวลาที่ปิดด่านผ่านไปพ้นไปอีกสี่พันปี
ในที่สุดหานเจวี๋ยก็เข้าใกล้ระยะทะลวงขั้นแล้ว เขาอารมณ์ดียิ่ง หลังสิ้นสุดการปิดด่านก็ได้เทศนาธรรมแก่เหล่าศิษย์สำนักซ่อนเร้นอีกหนึ่งร้อยปี
หลังสิ้นสุดการเทศนาธรรม หลี่เสวียนเอ้าและหานตั้วเทียนมาขอเข้าพบ
หานตั้วเทียนคือสิ่งมีชีวิตแรกในเขตเซียนร้อยคีรีที่แปลงกายสำเร็จ ยามนี้เป็นผู้ช่วยของหลี่เสวียนเอ้า ร่วมดูแลธุระน้อยใหญ่ในเขตเซียนร้อยคีรี
หานเจวี๋ยให้พวกเขาเข้ามา ทั้งสองคุกเข่าคารวะ
หานตั้วเทียนเริ่มรายงานสถานการณ์ภายในสำนักซ่อนเร้นไปเรื่อยๆ
เผ่าเอกาหนึ่งหมื่นคนติดค้างอยู่ในระดับปฐมเทพขั้นหก ถึงจะเป็นเช่นนี้ ก็ยังมีพลังเลิศล้ำยิ่ง
นอกไปจากนี้ มีศิษย์สำนักซ่อนเร้นที่บรรลุระดับเทพเกินหลักแสน ไม่นานมานี้ยังมีเซียนทองต้าหลัวปรากฏขึ้นสองรายอีกด้วย ล้วนเป็นอัจฉริยะเปี่ยมพรสวรรค์ ได้กราบศิษย์สืบทอดเป็นอาจารย์แล้ว
ในบรรดาศิษย์สืบทอดทั้งหมด ฉู่ซื่อเหรินรับศิษย์ไว้มากที่สุด ชาติก่อนเขาคือบรรพชนพุทธภควัต มีประสบการณ์ในการรับศิษย์มาแล้ว
จนถึงตอนนี้ นอกจากเต้าจื้อจุนแล้ว ยังไม่มีครึ่งอริยะตนใหม่ปรากฏขึ้น
ส่วนคนที่มีเกณฑ์จะกลายเป็นครึ่งอริยะคนต่อไปคือจ้าวเซวียนหยวน
เมื่อหานตั้วเทียนรายงานจบ หลี่เสวียนเอ้าก็เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าสำนักขอรับ สำนักซ่อนเร้นสมควรขยายตัวออกไปหรือไม่ ยามนี่ปวงสวรรค์หมื่นโลกาล้วนฝึกบำเพ็ญกันอย่างบ้าคลั่ง ศิษย์ของสำนักดวงชะตาต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นรายวัน ครอบคลุมโลกมนุษย์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีเพียงสำนักซ่อนเร้นของพวกเราที่ยังคงอยู่ในเขตเซียนร้อยคีรี ข้าจำได้ว่าเมื่อแสนกว่าปีก่อนเผ่าสวรรค์เคยแบ่งอาณาเขตให้สำนักซ่อนเร้นของพวกเราสามเมือง ควรนำมาใช้ประโยชน์ได้แล้ว แน่นอนขอรับ ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่าน”
เหตุผลที่หลี่เสวียนเอ้ากล้าพูด เป็นเพราะเขามองรูปการณ์ของมรรคาสวรรค์ในยามนี้ออกแล้ว ก่อนหน้านี้ยามที่เผ่าหายนะเข้าโจมตี หานเจวี๋ยก็เคยส่งเต้าจื้อจุนออกไปรบ เห็นได้ชัดว่าหานเจวี๋ยยังให้ความสนใจมรรคาสวรรค์
ในเมื่อสนใจมรรคาสวรรค์ เช่นนั้นต้องอยากพัฒนามรรคาสวรรค์แน่
หานเจวี๋ยเอ่ยว่า “ได้ เจ้าจัดการเลย เมื่อถึงเวลาข้าจะส่งพวกเจ้าออกไปด้วยกัน ก่อสร้างเมืองขึ้นรอบๆ เขตเซียนร้อยคีรี แผ่ขยายออกไปรอบๆ วันหน้าเขตเซียนร้อยคีรีจะเป็นศูนย์กลางของสำนักซ่อนเร้น”
เขาชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “ในหมู่ศิษย์สืบทอด หากมีผู้ใดอยากออกไป เจ้าก็พาไปด้วยแล้วกัน”
กรณีของเต้าจื้อจุนแสดงให้เห็นแล้วว่ามิใช่ทุกคนที่เหมาะจะพากเพียรบำเพ็ญไปตลอด บางครั้งก็จำเป็นต้องหาประสบการณ์เช่นกัน
ตอนนี้ในมรรคาสวรรค์อยู่ในความควบคุมของหานเจวี๋ยโดยสมบูรณ์แล้ว ปล่อยให้พวกเขาได้ออกไปเสียบ้าง ย่อมไม่มีปัญหา
ก่อนหน้านี้ที่ไม่ปล่อยพวกเขาออกไป เพราะกลัวจะเกิดเรื่องขึ้น
ตอนนี้ไม่ต้องกลัวแล้ว ใต้ฟ้านี้ เขาคือผู้บัญชาการ
แน่นอน หากว่าศิษย์ของสำนักซ่อนเร้นสร้างปัญหาขึ้น หานเจวี๋ยจะจัดการอย่างเข้มงวดเช่นกัน ถึงอย่างไรเขาก็มีกำลังพลอยู่ในเมืองนรก ผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้มากก็สมควรได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม
หลักการและบรรทัดฐานดั้งเดิมไม่อาจทำลายทิ้งได้ ศิษย์ที่วันนี้ฆ่าผู้บริสุทธิ์ตามอำเภอใจ ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจเกิดคิดล้างครูก็เป็นได้
“ขอรับ ข้าจะไปจัดการทันที!” หลี่เสวียนเอ้าเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
หานตั้วเทียนถาม “อาจารย์ปู่ขอรับ เช่นนั้นต้องกำหนดขอบเขตกฎเกณฑ์สำนักและจำนวนคนหรือไม่ขอรับ”
หานเจวี๋ยกล่าวว่า “แล้วแต่พวกเจ้าเถิด แต่หากทำให้ข้าไม่พอใจ ข้าจะไปเอาความกับพวกเจ้า”
วาจานี้ทำให้หลี่เสวียนเอ้าและหานตั้วเทียนได้รับแรงกดดันมหาศาลในทันใด
เมื่อทั้งสองจากไป หานเจวี๋ยสอดส่องดูสิงหงเสวียนต่อ
ตัวอ่อนยังอยู่ระหว่างผดุงครรภ์ มีขนาดเท่าก่อนหน้านี้ หากมองแวบแรก สิงหงเสวียนดูไม่เหมือนหญิงมีครรภ์เลย
แต่หานเจวี๋ยสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของตัวอ่อนแข็งแกร่งขึ้น
หานเจวี๋ยพลันนึกสงสัย จึงใช้ความสามารถวิวัฒนาการตรวจสอบรอบข้าง
[เทพมารอนธการ: สภาวะฟักตัว]
ยอดเยี่ยม!