ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 เพราะคุณเป็นภรรยาของผม
September 29, 2026
เมื่อเธอได้ยินเสียงนี้ ชมพูนุทก็เริ่มตัวสั่น
เธอเงยหน้ามองขึ้นไปที่สุริยันซึ่งยืนอยู่ข้างหน้า คุณปู่ของเธอไม่เคยสนใจเธอเลยตั้งแต่เกิด สุริยันไม่แม้แต่จะมาเยี่ยมตอนเธอเกิด เพียงเพราะเธอเป็นเด็กผู้หญิง
ตอนนี้เขากำลังจะเลือกสามีให้เธอ มันเป็นการตัดสินใจที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตที่เหลือของเธอ
ชมพูนุทหายใจแรง เธอโกรธและหงุดหงิด เธอกำลังจะอ้าปากคัดค้าน แต่ทันใดนั้นเธอก็หันไปเห็นทินกรที่นั่งอยู่บนรถเข็น เขากำลังส่ายหน้าห้ามและวิงวอนเธอด้วยสายตา
เธอจึงไม่พูดอะไร
“ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ หลังจากที่ครอบครัวของเราได้ทำการพิจารณาผู้สมัครทั้งสิบคนแล้ว เราได้เลือกชายหนุ่มที่ดีที่สุดมาเป็นสามีของชมพูนุท ผมหวังว่าเราทุกคนในที่นี้จะอวยพรให้กับบ่าวสาวคู่ใหม่!”
คำกล่าวนี้ทำให้ทุกคนปรบมือ
สำหรับชมพูนุทแล้ว เสียงปรบมือนี้ฟังดูราวกับว่ากำลังเยาะเย้ยหรือแม้แต่กำลังสงสารเธออยู่
ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
“คุณพ่อ ผู้ชายคนนี้ครับ”
ภาสกรหยิบการ์ดที่ออกแบบอย่างสวยงามออกมาแล้วส่งต่อให้กับสุริยัน ชื่อของผู้ได้รับเลือกถูกเขียนไว้ในการ์ดใบนั้น
พวกเขาได้ตรวจสอบประวัติอย่างรอบคอบแล้ว ผู้ชายคนนี้ไม่มีภูมิหลังใด ๆ เป็นเพียงเด็กกำพร้าที่อายุ 30 กว่าแล้ว การศึกษาน้อย ไม่ได้รับการอบรมใด ๆ ไม่มีทักษะอะไร และเป็นคนเร่ร่อนจรจัด จริง ๆ อาจพูดได้ว่าเขาเป็นคนที่ไร้ค่าโดยสิ้นเชิง
และเขายังมีปัญหาป่วยทางจิตอีกด้วย
พวกเขาได้ยินมาว่ามันเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์!
ถ้าเป็นเช่นนั้น หลังจากที่ชายคนนี้แต่งงานกับชมพูนุท นอกเหนือจากจะตัดเธอออกจากกิจการของครอบครัวได้แล้ว แม้แต่ลูก ๆ ของเธอก็อาจหมดสิทธิ์ที่จะได้รับมรดกจากครอบครัวนภกาญจน์แม้แต่สตางค์แดงเดียว!
ภาสกรมองมาที่ชมพูนุทและครอบครัวของเธอที่นั่งอยู่ในมุมหนึ่งแล้วใบหน้าของเขาก็ฉายแววแห่งความสุขใจออกมาแวบหนึ่ง
“เอาล่ะ และตอนนี้ผมขอประกาศผู้ได้รับการคัดเลือก!”
สุริยันสายตายาวทำให้มองเห็นไม่ชัดนัก เขาจึงหรี่ตาและค่อย ๆ อ่านตัวหนังสือบนการ์ดมองอย่างระมัดระวัง “ชายหนุ่มผู้โชคดีคนนี้ ก็คือ จิรทีปต์ นิธิธราสกุล!”
ทันทีที่มีการประกาศชื่อ ทุกคนต่างก็หันไปมองที่ประตูด้านหลังของโรงแรม
เขากำลังจะได้แต่งงานเข้ามาในครอบครัวนภกาญจน์ ดังนั้นแน่นอนว่าเขาจะต้องเดินออกมาจากประตูหลังเท่านั้น
ประตูหลังเปิดออก ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา
ทินกรและภรรยาของเขาแทบทนดูไม่ได้
พวกเขารู้ว่าภาสกรจะต้องเลือกผู้ชายที่แย่ที่สุดให้มาเป็นสามีของชมพูนุทอย่างแน่นอน
แต่ชมดูนุชหันไปมอง เธอต้องการเห็นว่าใครจะมาเป็นสามีของเธอ
จิรทีปต์เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แต่ไม่ได้พูดอะไร
เขาเดินข้ามห้องโถงในขณะที่ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่เขา สีหน้าของเขาดูมีแววเย้ยหยันและสะใจอย่างน่าประหลาด
“ยินดีด้วยนะจิรทีปต์ที่สามารถผ่านด่านเข้ามาเป็นสามีของชมพูนุท และแต่งงานเข้ามาในครอบครัวนภกาญจน์ได้”
ภาสกรกล่าวเสริมว่า “นายไม่จำเป็นต้องขอบคุณเราหรอก ขอแค่ให้ดูแลหลานชมพูนุทอย่างดีที่สุดเท่านั้นก็พอ”
ในสายตาของภาสกร จิรทีปต์ควรที่จะซาบซึ้งในบุญคุณของนภกาญจน์ไปตลอดชีวิตที่ได้มอบบ้านให้กับเด็กกำพร้าไร้ที่ซุกหัวนอนอย่างเขา
ภาสกรเดินไปหาชมพูนุทและจับมือเธอเบา ๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและห่วงใย
“มาเถอะ หลานชมพูนุท”
เขาจับมือของชมพูนุทและพาเธอมาหาจิรทีปต์ จากนั้นก็วางมือของเธอลงบนมือของจิรทีปต์
แขกทุกคนเริ่มปรบมืออีกครั้งเมื่อเห็นภาพนี้ ราวกับว่าพวกเขากำลังเข้าร่วมพิธีหมั้นอันแสนสุข แต่ทินกรและครอบครัวรู้ดีว่าทุกคนต่างกำลังหัวเราะเยาะพวกเขาอยู่!
ในวันพรุ่งนี้ ทุกคนในปฐวีรมาศจะได้รู้ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งแต่งงานเข้ามาในครอบครัวของนภกาญจน์ในฐานะสามีของชมพูนุทและมันก็จะกลายเป็นเรื่องทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปเลยทีเดียว
จิตใจของชมพูนุทว่างเปล่าราวกับว่ามันไม่เหลือความรู้สึกใด ๆ อยู่ในนั้นแล้ว ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ยินหรือมองเห็นอะไรอีกต่อไป และไม่รู้ด้วยซ้ำว่างานเลี้ยงสิ้นสุดลงเมื่อ่ไหร่
เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุดลง จารุวรรณก็ร้องไห้เดินออกไปทันที ขณะที่ทินกรรีบเข็นรถเข็นตามเธอไป
ที่ทางเข้าโรงแรม ลมหนาวพัดมาปะทะใบหน้าของชมพูนุท ทำให้เธอกลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง
เธอมองไปที่จิรทีปต์ที่ยืนอยู่ข้างเธอ ใบหน้าของเธอไร้อารมณ์ และเสียงของเธอก็แหบแห้ง
“อาคะ หนูไม่โทษอาหรอกนะ”
เธอพูดต่ออย่างเงียบ ๆ “อาเองก็น่าสงสารเหมือนกัน”
จิรทีปต์อายุมากกว่าเธอสิบปี ดังนั้นเธอจึงควรเรียกเขาว่าอา
จิรทีปต์ไม่ได้พูดอะไร เขาไม่ได้พูดอะไรเลยตลอดทั้งงาน
คนที่อยู่ข้างหน้าเขาคือเด็กผู้หญิงคนนั้นเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว เธอยังจิตใจดีเหมือนเดิม