ตอนที่ 457
บทที่ 457 ป้อนโจ๊กให้เขา
October 22, 2026
มายมิ้นท์เหล่ตามองเขาแล้วพูดว่า “ฉันล่ะไม่อยากสนใจคุณเลยเชียว ถ้าอยากจะกินข้าวก็รอสักครู่ แต่อันนี้ไม่ได้”
ลาเต้เบ้ริมฝีปากแล้วตอบว่า “ก็ได้ครับ เห็นแก่ที่เปปเปอร์ช่วยชีวิตคุณเอาไว้ ของพวกนี้ผมจะให้เขากินก็ได้”
“ให้ได้อย่างนี้สิคะ” มายมิ้นท์ยิ้มขึ้น “คุณนั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะทำอาหารมาให้ ครู่เดียวไม่นานหรอกค่ะ”
“ครับ” ลาเต้พยักหน้าแล้วเดินตรงไปที่โซฟา
จากนั้นมายมิ้นท์ก็ได้ส้วมผ้ากันเปื้อน แล้วตรงเข้าไปในห้องครัวเพื่อทำอาหารต่อ
ในไม่ช้าอาหารก็ทำเสร็จ ทั้งสองนั่งลงตรงข้ามกันที่โต๊ะกินข้าว
ลาแต่หยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วจู่ๆ ก็เอ่ยถามว่า “อ้อจริงสิครับที่รัก เมื่อสักครู่ผมเห็นกระเป๋าเดินทางของคุณอยู่ตรงโต๊ะน้ำชา คุณจะเดินทางไกลเหรอ?”
“ก็ไม่เชิงค่ะ จะไปที่บ้านของคุณตาสักหน่อย” มายมิ้นท์กลืนข้าวลงคอแล้วตอบเขา
ลาเต้มองไปที่เธอด้วยความสงสัย “กลับไปที่นั่นทำไมครับ?”
“ช่วยคุณตาหาสมุดบันทึกหน่อยน่ะค่ะ”
“อ๋อเหรอ งั้นผมจะไปเป็นเพื่อนนะ” ลาเต้ใช้ตะเกียบคีบอาหารไปวางไว้ในจานแล้วพูดขึ้น
มายมิ้นท์เหล่ตามองเขา “คุณจะไปทำไมคะ?”
“ผมจะไปเป็นคนขับรถให้ กล้ามเนื้อที่ข้างหลังของคุณยังไม่หายดีคงจะขับรถได้เองไม่นานหรอก เดี๋ยวก็คงปวดหลัง ดังนั้นให้ผมไปด้วยจะวางใจกว่า” ลาเต้พูดจบก็ยิ้มขึ้น
มายมิ้นท์เอื้อมมือไปสัมผัสที่หลังของตน
เมื่อเธอสัมผัสเข้ากับมันก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา
เธอเข้าใจดีว่าสภาพของเธอในตอนไม่อาจจะขับรถระยะทางไกลได้ เนื่องจากว่าหากนั่งในท่าเดียวนานๆ เธอก็จะเจ็บหลัง
แต่ว่าคนขับรถของเธอวันนี้ได้ขอลาหยุดพอดี เพราะวันพรุ่งนี้เป็นวันเกิดลูกสาวของเขา
เมื่อเป็นดังนี้คิดว่าเธอคงจะทำได้เพียงหาคนขับรถใหม่และไปด้วยกัน
“ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ก็ขอรบกวนคุณด้วยนะ พรุ่งนี้เช้าเก้าโมงออกเดินทาง” มายมิ้นท์ตักซุปใส่ถ้วยของตน
ลาเต้พยักหน้า “โอเค ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้ พรุ่งนี้เช้าผมจะมารับคุณ”
“ค่ะ” มายมิ้นท์ตอบรับ
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ทั้งสองคนก็เดินทางออกจากบ้านไป
ที่ด้านนอกของคอนโดพราวฟ้า มายมิ้นท์ปฏิเสธลาเต้ที่อาสาไปส่ง
เนื่องจากว่า นับแต่คอนโดพราวฟ้าไปที่โรงพยาบาลนิวเวอร์อย่างมากก็ใช้เวลาสี่สิบนาที ซึ่งเธอพอจะทนได้
เมื่อเห็นว่าเธอยืนหยัดเช่นนั้น ลาเต้เองก็ไร้หนทาง จึงทำได้เพียงตามใจเธอ
แต่ขณะที่มายมิ้นท์กำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูก้าวขึ้นรถไป จู่ๆ ลาเต้ก็ตะโกนเรียกเธอว่า “ที่รักครับ”
“คะ?” มายมิ้นท์จับไปที่ประตูรถแล้วมองเขาด้วยท่าทางสงสัย
ลาเต้กำชับด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ตอนที่อยู่ดูแลเปปเปอร์ คุณระวังตัวด้วยอย่าให้เขาเอาเปรียบเขาล่ะ”
มายมิ้นท์อดไม่ได้ที่จะเผยอริมฝีปากขึ้นแล้วหัวเราะ “คิดอะไรอยู่กันนะคะเนี่ย ฉันจะไปถูกเขารังแกได้ยังไง?”
“ที่รักครับผมพูดเรื่องจริง คุณอย่าทำเป็นเล่นไป เปปเปอร์ยังไม่ถอดใจจากคุณหรอก และตอนนี้เขาเข้ามาช่วยเหลือคุณเอาไว้ คงยากที่จะบอกว่าเขาไม่คิดจะทวงบุญคุณคืน ดังนั้นจึงจะร้องขอให้คุณทำนู่นทำนี่ เนื่องจากว่าคุณติดหนี้เขาและไม่อาจปฏิเสธได้”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ของลาเต้ มายมิ้นท์ก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน
แต่ในไม่ช้าคิ้วของเธอก็คลายลง ยิ้มเบาๆ แล้วตอบว่า “เขาไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ นิสัยของเขาเป็นอย่างไรฉันก็พอจะรู้อยู่บ้าง เขาไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่”
ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยติดหนี้บุญคุณเปปเปอร์มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมจำนวนกว่าพันล้าน หรือสัญญาของบริษัทต่างๆ เหล่านั้น
เพียงแค่เปปเปอร์ต้องการ เขาสามารถใช้เหตุผลเหล่านี้มาบีบบังคับเธอ ทำให้เธอต้องก้มหน้ายอมรับก็ได้
แต่เปปเปอร์ไม่เคยคิดจะทำอย่างนั้นมาก่อน ดังนั้นเธอจึงเชื่อว่าเปปเปอร์ไม่ใช่คนแบบนั้น
เมื่อพบว่ามายมิ้นท์ไม่เห็นด้วย ลาเต้ถึงได้ถอนหายใจออกมา “เฮ้อ ช่างเถอะ ตอนนี้ผมพูดอะไรไปคุณก็คงไม่ฟัง เอาเป็นว่าคุณระมัดระวังตัวเอาไว้หน่อยก็ดี ถ้ามีเรื่องอะไรก็โทรหาผมได้เสมอ ผมจะรีบไปทันที”
“ค่ะ” มายมิ้นท์พยักหน้าตอบรับ
จากนั้นเธอก็โบกมือลาลาลาเต้แล้วขึ้นรถขับตรงออกไป
ผ่านไปประมาณสี่สิบนาที มายมิ้นท์ก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องผู้ป่วยของเปปเปอร์
ประตูนั้นปิดสนิทอยู่ แต่ก็พอจะได้ยินน้ำเสียงที่ออกมาจากภายในห้องเล็กน้อย น่าจะเป็นเสียงเปปเปอร์กำลังโทรศัพท์กับใครสักคนอยู่
มายมิ้นท์ยกมือขึ้น ตั้งใจจะเคาะประตู
ทันใดนั้นก็ได้ยินน้ำเสียงฝีเท้าอันเร่งรีบก้าวเข้ามา