ตอนที่ 265
บทที่ 265 ไล่ตามอย่างไม่ยอมแพ้
October 22, 2026
เผชิญการยั่วยุของลั่วโยว เฉวียนเยี่ยเชียนหัวเราะในลำคอ แล้วค่อย ๆ พูดขึ้น “ไม่ต้องรีบร้อน มีโอกาสที่จะจัดการเธอแน่”
ลั่วโยว “...”
เธออยากจะเอาหัวโขกกำแพง!
เกลียดความรู้สึกถูกแขวนแบบนี้มากที่สุด ก็เหมือนกับมีดตัดหญ้าห้อยอยู่บนหัว ไม่รู้ว่าจะตกลงมาเมื่อไหร่
สู้ต่อยกันสักยกให้จบไปจะดีกว่า!
ชักช้า อืดอาด น่ารำคาญ!
เมื่อเห็นว่าลั่วโยวแทบจะระเบิด ศึกใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น
หนานซ่งจึงรีบพูดเตือน “เอวของเธอ ช่วงนี้สงบเสงี่ยมไว้หน่อยดีกว่า ไม่เหมาะกับการออกกำลังกายที่หนักหน่วง”
เพียงประโยคเดียว ก็เหมือนกับเข็มที่แทงลูกบอล ทำให้ลั่วโยวหงอยในทันที
ลั่วโยวเลิกคิ้วเงยหน้าขึ้น จู่ ๆ ก็ยิ้มกว้าง “โอ้โห พี่สอง พี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เฉวียนเยี่ยเชียน “?”
ลั่วโยวทำเหมือนคนไม่เป็นอะไร รีบขยับที่นั่ง แล้วปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่บนเก้าอี้
“พี่สองของเสี่ยวซ่งก็คือพี่สองของฉัน ไม่ต้องเกรงใจ นั่งนั่งนั่ง”
ท่าทางสนิทสนม ท่าทางใจกว้าง
เฉวียนเยี่ยเชียนขมวดคิ้ว นั่งลงข้างเธอเหมือนกับคุณปู่ยังไงยังงั้น แล้วถามขึ้นอย่างประหลาดใจ “ตอนเด็ก ๆ นอกจากเธอจะเรียนกังฟูที่วัดเส้าหลินแล้ว เธอได้ไปเรียนเปลี่ยนหน้าที่คณะกายกรรมด้วยใช่ไหม? เปลี่ยนหน้าเร็วกว่าเปิดหนังสือ”
ลั่วโยวถลึงตาโตคู่สวยมองเขา “พี่รู้ได้ยังไง? ฉันเคยเรียนมาจริง ๆ!”
“...”
“พี่ไม่เชื่อเหรอ? วันไหนฉันจะเปลี่ยนหน้าให้พวกพี่ดูฟรี!”
“...”
ใบหน้าทีมีชีวิตชีวาของลั่วโยวจู่ ๆ ก็บูดบึ้งในทันที จากนั้นเธอถอนหายใจ “เฮ้อ ทำยังไงได้ โทษครอบครัวที่ยากจนของฉัน ออกมาทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย มีความสามารถเยอะแยะ คิดเพียงแต่โตขึ้นสามารถหากินได้...”
“พอ”
เฉวียนเยี่ยเชียนกระตุกมุมปาก อดไม่ได้ที่จะกุมขมับ
ยอมแพ้เธอจริง ๆ
ถ้าหากไม่เคยสืบภูมิหลังของเธอ เฉวียนเยี่ยเชียนเกือบจะเชื่อแล้ว
เรียนทักษาะพิเศษตั้งแต่เด็กอันนี้จริง แต่ครอบครัวยากจนนี่...เหอะเหอะ
เธอคิดว่าเขาไม่เคยเห็นโลกภายนอกเหรอ ไม่รู้จักตระกูลลั่วเมืองจิงเหรอ?
หนานซ่งรู้สึกตลกกับเล่ห์กลของลั่วโยว
ยวี่จิ้นเหวินมาข้างเธอ พูดเสียงเบา “รบกวนขยับไปด้านในหน่อย”
หนานซ่งค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ขมวดคิ้ว เหมือนกับมีเครื่องหมายคำถามอยู่บนหัว
ว่า: คุณผู้ชาย เรารู้จักกันเหรอ?
พนักงานเดินเข้ามา ถามขึ้นอย่างฉลาด “คุณผู้ชายครับ ต้องการเพิ่มเก้าอี้อีกตัวไหมครับ?”
ยวี่จิ้นเหวินจ้องมองหนานซ่ง เห็นเธอไม่มีท่าทีที่จะขยับ
เขาเม้มปาก แล้วพูด “ไม่ต้อง”
จากนั้นก็ก้มตัวลง อุ้มหนานซ่งขึ้นมา แล้วเคลื่อนไปตำแหน่งด้านข้าง ค่อย ๆ วางลง
หนานซ่ง “!”
เฉวียนเยี่ยเชียนกับลั่วโยวที่อยู่ตรงข้าม ก็มองดูอย่างตกตะลึง
ในตอนที่รู้สึกตัวอีกที ยวี่จิ้นเหวินนั่งลงบนตำแหน่งที่นั่งเดิมของหนานซ่ง เหมือนกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แล้วพูดกับบริกรอย่างใจเย็น “รบกวนเพิ่มชุดอาหารสองชุดครับ ขอบคุณครับ”
“ครับคุณผู้ชาย รอสักครู่นะครับ”
การกระทำนี้ ทำให้หนานซ่งพูดไม่ออก
เธอจ้องมองหน้าด้านข้างของยวี่จิ้นเหวิน หนานซ่งโกรธแค้น: ตอนนี้หน้าหนากว่า...หนังหมูอีก!
เธอไม่อยากพูดกับยวี่จิ้นเหวิน จึงมองไปทางเฉวียนเยี่ยเชียน “พวกพี่สองคนมาด้วยกันได้ยังไง?”
แน่นอนว่าเฉวียนเยี่ยเชียนไม่มีทางพูดว่าพวกเขาตามพวกเธอมา
เขาเลียริมฝีปากแล้วพูด “บังเอิญเจอ”
ยวี่จิ้นเหวินพยักหน้า พูดต่อ “บังเอิญเจอกันเฉย ๆ”
ลั่วโยวกับหนานซ่ง คนหนึ่งมองเฉวียนเยี่ยเชียน อีกคนมองยวี่จิ้นเหวิน ทั้งคู่ไม่เชื่อ
แล้วมองตากัน: เชื่อพวกนายกับผีสิ!