ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 รักแรกพบ
September 30, 2026
พิธีเริ่มจะช้าลงและคงที่เป็นอย่างนั้นในห้องจัดเลี้ยง และในระหว่างนั้น พิธีกรก็ขึ้นไปบนเวทีเพื่ออ่านชื่อของนักไวโอลินที่จะทำการแสดงเดี่ยว วีผู้ซึ่งเบื่อพอสมควรตั้งแต่งานเลี้ยงเริ่มในตอนแรกก็รีบอุทานขึ้นมาทันทีว่า “พ่อฮะ นั่นคุณคนสวยนี่ฮะ!”
ธันวาจ้องไปที่เวที
ในตอนนี้ น้ำขิงได้เปลี่ยนอยู่ในชุดเดรสสีเบจสง่างามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่ตัดให้เข้ากับส่วนเว้าส่วนโค้งให้เข้ากับสะโพกของเธอได้อย่างไรที่ติ เธอถือไวโอลินที่วีเลือกให้เธอก่อนหน้านี้ขณะที่ก็เดินไปยังเวทีกลางอย่างสง่างาม เมื่อแสงไฟแทร็คไลท์ส่องลงไปบนผิวของใบหน้าสวยราวกับตุ๊กตาของเธอ ทำให้เธอดูเปล่งประกายออกมา
ชั่วครู่หนึ่ง ความประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นมาในตาลูกแก้วสีดำขลับของธันวา และเขาคิดว่าเขาอาจจะหลงเสน่ห์เธอเข้าจริงๆ
บนเวที น้ำขิงอดที่จะประหม่าขึ้นมาเล็กน้อยเสียไม่ได้ ในขณะที่เธอก็ยืนตัวตรงตระหง่านท่ามกลางสายตาพิจารณาจากผู้ชมที่เงียบสงัด นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอที่เธอได้ทำการแสดงต่อหน้าคนสำคัญหลายๆคนและแขกผู้มีเกียรติที่เป็นสมาชิกของกลุ่มสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่น่าเกรงขามอย่างตระกูลโยธาบดี
เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น เธอก็สังเกตเห็นธันวาท่ามกลางฝูงชนอย่างไม่ตั้งใจ
ร่างสูงโปร่งของเขานั้นช่างดูโดดเด่นท่ามกลางแขกคนอื่นๆ และอากาศเจ้ายศเจ้าอย่างที่เขาถือไว้นั้นทำให้เขาดูแตะต้องไม่ได้และสูงส่งกว่าทุกๆคน
เธอสบตาเข้ากับเขาโดยไม่ตั้งใจ และเธอก็สั่นสะท้านเมื่อเธอได้เห็นว่าดวงตาของเขานั้นคล้ายกับทะเลลึกที่ไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนน้ำวนสีดำที่ขู่จะดึงคุณลงไปด้วยการมองเพียงครั้งเดียว
หัวใจเธอหยุดเต้นและเธอก็รีบผละสายตาออกจากเขา แล้วก็ได้สบตากับสายตาอันกระตือรือร้นของวีแทน
เด็กชายตัวน้อยนั่งอยู่บนเก้าอี้สูงขณะที่เขามองมาที่น้ำขิงด้วยแววตาเป็นประกาย ความคาดหวังปรากฏขึ้นชัดเจนบนใบหน้าของเขา
ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ความกังวลทั้งหมดที่มีได้จางหายไปทันทีที่เขาได้เห็นเด็กคนนั้น เธอกระทั่งสามารถยิ้มออกมาได้อย่างง่ายดาย
ก่อนที่เธอจะทำการแสดง เธอโน้มตัวไปข้างหน้าโมโครโฟนและพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มาทำการแสดงในวันนี้ บทเพลงที่ฉันจะเล่นต่อไปนี้ขออุทิศให้กับเด็กเจ้าของวันเกิดที่น่ารักและฉลาดที่สุด นี่คือความสำเร็จที่มีความสุขมากมาย เด็กน้อย!”
ทั้งห้องโถงส่งเสียงปรบมือและให้กำลังใจอย่างกระตือรือร้น
น้ำขิงยิ้มอย่างสง่างามจากนั้นก็โค้งคำนับ เมื่อเธอทำเช่นนั้นเสร็จ เธอก็กลับเข้ามาตำแหน่งเดิมตรงกลางเวที และทันทีที่เสียงดังในห้องโถงกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง ไฟทุกดวงก็หันและตกกระทบมาที่ตัวเธอ เธอไม่สะทกสะท้านกับสปอตไลท์ เธอแทรกไวโอลินไว้ใต้ส่วนโค้งของกรามอย่างกระชับ และเริ่มที่จะเล่นคอร์ดแรก
ในไม่ช้า เสียงอันไพเราะของไวโอลินก็แผ่ซ่านไปทั่วห้องโถง ทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายไปกับความงามอันเงียบสงบของการแสดง เหมือนกับเสียงร้องในคณะนักร้องประสานเสียงของสกายลาร์ค
หญิงร่างเล็กบนเวทีนั้นราวกับนางฟ้าที่ลงมาใต้แสงจันทร์ รูปร่างของเธอนั้นดูนุ่มนวลและละเอียดอ่อน ความงามของเธอนั้นดูไร้ตัวตน ความมั่นใจของเธอนั้นเปล่งประกาบยเหมือนกับแสงสปอตไลท์ที่ส่องมายังตัวเธอ
ทุกอย่างบนตัวเธอนั้นดูมหัศจรรย์มากที่ไม่มีใครสามารถละสายตาไปจากเธอได้แม้แต่วินาทีเดียว
สิ่งที่น่าประทับใจไปยิ่งกว่านั้นก็คือเสียงของไวโอลิน ซึ่งดูเหมือนจะทำให้คนฟังตกอยู่ในภวังค์ขณะที่ท่วงทำนองเคลื่อนตัวและส่งพวกเขาไปยังดินแดนมหัศจรรย์แห่งหนึ่ง ผู้ชมต่างดื่มด่ำไปช่วงเวลาหนึ่งและพวกเขาก็ชื่นชมการแสดงฝีมือของหญิงสาว
สักพักต่อมา วีก็ปรบมือเล็กๆของเขาในขณะที่ก็ปรบมือให้กับการแสดงที่น่าทึ่งของน้ำขิง และหันไปถามธันวาด้วยความตื่นเต้นว่า “คุณผู้หญิงเก่งมากเลยใช่มั้ยฮะ คุณพ่อ?”
สายตาของธันวานั้นมืดลงเล็กน้อย แต่แทนที่เขาจะตอบคำถามของวี เขาก็ถามกลับไปว่า “ลูกเคยเจอเธอมาก่อนเหรอ?”
เด็กน้อยพยักหน้า “ใช่ฮะ ผมเคยเห็นเธอหนึ่งครั้งตอนที่ผมไปดูการแสดงของวงออเคสตรากับท่านทวด”
ธันวาสงสัยและเค้นถามต่ออีกว่า “แค่นั้นเองเหรอ? ลูกไม่ได้คุยกับเธอหรือทำอะไรทำนองนั้นหลังจากที่ลูกเห็นเธอเลยเหรอ?”