ตอนที่ 1486
บทที่ 1486 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1386
October 28, 2026
“นี่แกกล้าตบฉันเหรอ!” อ้าวเสว่ดวงตาสองข้างเบิกโพลงอย่างเหลือเชื่อ
“ฉันรู้สึกละอายใจในการอบรมเลี้ยงดูของเธอ!” ติงยียีเอาชิ้นไก่ที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าออก หมุนตัวเดินจากไป
เดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าว ติงยียีก็ร้องเบาๆด้วยความเจ็บอ้าวเสว่จับผมของเธอแล้วดึงไปข้างๆเธอ รอบๆยังมีคนสองสามคนมุงดูอยู่
ติงยียีโมโหแล้ว กระทืบเท้าบนรองเท้าส้นสูงของอ้าวเสว่ อ้าวเสว่ร้องด้วยความเจ็บ รีบปล่อยมือ ที่ทั้งสองถือตรงปลายคนละด้าน จ้องมองอีกฝ่ายอย่างเคียดแค้น
“เสี่ยวเสว่!” ซือซือเดินเข้ามาพอดี มองเห็นฉากนี้ ก็ไปยืนข้างหน้าอ้าวเสว่โดยสัญชาตญาณ
“เธอเป็นพี่สาวของลูกนะ! ทำไมรังแกพี่เขาอย่างนี้ พี่ยังป่วยอยู่นะ!” ซือซือทำเหมือนกับติงยียีไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนเลย ดังนั้นน้ำเสียงที่พูดก็หนักด้วย
ติงยียีหัวเราะเยาะ “คุณไม่ได้บอกให้ฉันเรียกคุณว่าคุณน้าหรอกเหรอคะ ทำไมเธอถึงได้กลายมาเป็นพี่สาวฉันได้อีก”
ซือซือถูกเธอทำให้สำลักจนพูดไม่ออก ทันใดนั้นอ้าวเสว่ก็ปรี่มาจากด้านข้างเงื้อมือขึ้นมาตบหน้าติงยียีหนึ่งฉาด พูดอย่างสะใจว่า “นี่คือรางวัลของแก!”
ติงยียีรู้สึกเวียนศีรษะ ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องตะโกนดังขึ้นด้านหลัง “ใครกล้ารังแกลูกสาวฉัน!”
เธอเตรียมที่หันกลับไปด้วยความประหลาดใจ แต่ถูกอ้าวเสว่ลากออกไป ชายผู้หนึ่งเขย่งด้วยขาข้างเดียวพลางเอาไม้เท้าโบกไปทางสองคนนั้น
อ้าวเสว่และซือซือหลบหนีอย่างเหน็ดเหนื่อย ซือซือด่าอย่างโมโหว่า “แกเป็นใคร!”
“นังผู้หญิงปากร้ายนี่ กล้ารังแกลูกสาวฉัน!” ติงต้าเฉินจ้องมองทั้งสองคนอย่างดุร้าย ติงยียีรีบวิ่งไป “พ่อ!”
“ลูกไม่ต้องกลัว! ตระกูลติงของพวกเราแม้จะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็ไม่ได้ต่ำต้อยกว่าคนอื่นเด็ดขาด พวกเราไปแจ้งตำรวจกัน!” ติงต้าเฉินมองแก้มที่เป็นรอยแดงของติงยียีด้วยความสงสาร ดึงมือของเธอเดินไปข้างนอก ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้เขามาที่เมืองตงเจียง ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะมาพูดคุยกับเย่เนี่ยนโม่ที่บริษัทเย่ซื่อ เขาก็คงไม่รู้ว่าลูกสาวตัวเองถูกรังแกถึงขั้นนี้
ติงยียีถูกมือใหญ่ที่หยาบกร้านของเขาจูงอยู่ ความน้อยเนื้อต่ำใจทั้งหมดจางสลายหายไป เธอพยักหน้า หยิบกำไลอันหนึ่งออกมาจากในกระเป๋าติงต้าเฉินมองเธอย่างแปลกประหลาดใจ
ติงยียีถือกำไลเดินไปตรงหน้าซือซือ ส่งกำไลให้เธอ “ขอบคุณที่คลอดฉันออกมา และขอบคุณที่ตัดสินใจไม่ยอมรับฉัน”
ดวงตาติงยียีมองตรงๆไปที่ซือซือหรือว่าผู้หญิงคนนี้คือแม่แท้ๆของลูกตนเอง เขาพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “ยียี คนนี้คือ”
ติงยียีเห็นเธอไม่ยอมรับกำไลของตนเอง ก็ย่อตัวลงเอากำไลวางไว้บนพื้น แล้วลุกขึ้นยิ้มพลางเอ่ยว่า “คนคนนี้ไม่ได้เป็นใครทั้งนั้นค่ะ”
“คุณติงยียีคะ” สาวที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์วิ่งออกมาดู หลังจากมองเห็นติงยียีก็ถามอย่างแปลกใจว่า “ฉันต้องไปเรียกผู้จัดการใหญ่มั้ยคะ”
อ้าวเสว่จ้องไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เมื่อครู่เธอบอกว่าเย่เนี่ยนโม่ไม่พบตนเอง ตอนนี้เพื่อติงยียีกลับจะไปหาเย่เนี่ยนโม่ เธอไม่ยอม
สาวประชาสัมพันธ์ถูกสายตาเธอมองจนขนลุก ค่อยๆถอยหลังไปสองสามก้าว ติงยียีก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวอย่างเงียบๆ เห็นอ้าวเสว่เงื้อฝ่ามือขึ้น เธอรีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อช่วยสาวประชาสัมพันธ์ที่ช่วยพูดแทนตนเองคนนั้น
มือของอ้าวเสว่ที่โบกไปทางสาวประชาสัมพันธ์ในตอนแรกจู่ๆก็เปลี่ยนทิศทางกลางคันหันมาทางติงยียีแทน ติงยียีหลบไม่ทัน ได้แต่หลับตาตามสัญชาตญาณ
ความเจ็บปวดที่คาดเดาเอาไว้ไม่ได้มาถึง ปลายจมูกได้กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายที่คุ้นจมูก เธอลืมตา มองไปตามแววตาที่แปลกประหลาดใจของอ้าวเสว่ที่มองไปยังเย่เนี่ยนโม่
เย่เนี่ยนโม่ยืนอยู่ข้างติงยียี ยึดมือของอ้าวเสว่ที่กำลังฟาดไปทางติงยียี สายตาเหลือบไปเห็นหน้าติงยียี และเสื้อผ้าที่สกปรกเลอะเทอะ แววตาเยือกเย็น
“เนี่ยนโม่ ฉันไม่ได้ตั้งใจ เมื่อกี้ฉันอารมณ์แปรปรวนอย่างมาก เธอก็มาตบฉันอีก” อ้าวเสว่รีบพูดขึ้นมา
เย่เนี่ยนโม่ปล่อยเธอ หันหน้าไปทางซือซือ “คุณคือคุณแม่ของอ้าวเสว่ ผมคิดว่าพวกเราคุยกันได้”
“พวกเราไม่มีอะไรจะคุยด้วย!” ซือซือเผชิญหน้ากับใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับเย่เชินหลินรู้สึกขาดความมั่นใจอย่างประหลาด
เย่เนี่ยนโม่มองเห็นทุกอย่าง อ้าวเสว่ที่อยู่ข้างๆรู้ว่าแม่เกลียดตระกูลเย่มาก คาดว่าระหว่างแม่กับตระกูลเย่ต้องมีความแค้นต่อกันแน่นอนถ้าให้ตระกูลเย่รู้ถึงการมีตัวตนของแม่ ตนเองก็ไม่มีอะไรสนุกๆแล้ว
คิดมาถึงตรงนี้ จู่ๆอ้าวเสว่ก็กุมศีรษะทรุดตัวลงร้องโหนหวนว่า “แม่ เนี่ยนโม่ ฉันปวดหัวมากเลย!”
ซือซือดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็วไปพยุงอ้าวเสว่ เย่เนี่ยนโม่ก้มลงมอง อ้าวเสว่มองเขา ในตามีน้ำตาคลอ เรียกเบาๆว่า “เนี่ยนโม่!”
เย่เนี่ยนโม่ก้าวไปทางเธอสองก้าว อ้าวเสว่รีบยื่นมือออกมามองไปทางเขาอย่างวิงวอนขอร้อง
“ปล่อยมือเถอะอ้าวเสว่” เขาพูดจบก็หมุนตัวไปโดยไร้เยื่อใย “เนี่ยนโม่!” อ้าวเสว่เรียกเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ พอเห็นเย่เนี่ยนโม่ชะงักฝีเท้า ในดวงตาเธอก็เต็มไปด้วยความหวังขึ้นมาอีก
“ช่วยเรียกรถพยาบาลให้เธอด้วย” เย่เนี่ยนโม่พูดกับหญิงสาวที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เบาๆ เดินไปตรงหน้าติงยียี เขาขมวดคิ้ว “สกปรกจังเลย”
ติงยียีก้มหน้าอย่างเขินๆ เธอรู้ว่าตอนนี้หมดสภาพดูไม่ได้อย่างมาก ไม่พูดอะไรสกปรกเลอะเทอะไปทั้งตัว ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้ายังบวมด้วย