ตอนที่ 1487
ตอนที่ 1487 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1387
October 28, 2026
รถบีเอ็มดับเบิลยูเห็นท่าอย่างนี้ก็เลี้ยวโค้งขับหนีไป เย่เนี่ยนโม่ลงมาจากรถ สองคนที่ลงมาจากรถเก๋งสองคันนั้น มีหนึ่งคนในนั้นพูดว่า “คุณชายเย่ ต้องตามไปมั้ยครับ”
ติงยียีอยากลงจากรถ แต่เย่เนี่ยนโม่ขวางประตูรถไว้ พูดกับสองคนนั้นเบาๆว่า “ไม่จำเป็น”
ทั้งสองคนพยักหน้า แต่ละคนขับรถของตนเองตามรถของเย่เนี่ยนโม่มาในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก เย่เนี่ยนโม่กลับรถ ติงยียียื่นคอออกไปนอกหน้าต่าง พูดอย่างเป็นห่วงว่า “เหมือนเย่ป๋อจะหายไปแล้ว ”
สีหน้าโมโหของเย่เนี่ยนโม่อ่อนลงเล็กน้อย เอียงตัวมาตรวจสอบเข็มขัดนิรภัยของเธอ พลางเอ่ยว่า “วางใจเถอะ เขาไม่เป็นไร”
รถยนต์กลับมาแล่นบนถนนใหม่อีกครั้ง ติงยียีมองเห็นรถสองคันตามตัวเองมาในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกลด้วยความเร็วกำลังดีผ่านกระจกมองหลัง เมื่อก่อนคิดมาตลอดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ คิดไม่ถึงว่าทุกครั้งที่เย่เนี่ยนโม่ออกเดินทางล้วนมีบอดี้การ์ดคอยติดตามเขา
รถยนต์แล่นเข้าไปในหมู่บ้าน เย่เนี่ยนโม่ลากเธอเข้าไปในคอนโดมิเนียม ติงยียีมองเห็นคนสองคนที่แต่งตัวเหมือนกับชายชุดดำที่สะพานต่างระดับวันนี้ผ่านไปแวบๆตรงที่หัวมุมหนึ่ง
ภายในห้อง เย่เนี่ยนโม่เทนมให้เธอหนึ่งแก้ว ลูบศีรษะเธอ “นอนพักสักหน่อย พอตื่นผมก็กลับมาแล้ว”
หลังจากเย่เนี่ยนโม่ไปแล้ว ติงยียีก็ไม่รู้ว่าตนเองหลับไปนานเท่าไหร่ ในความงัวเงียก็ได้ยินเสียงกริ่งที่ประตูดังขึ้น เธอค่อยๆลืมตา เสียงกริ่งประตูดังขึ้นอีก
เธอรีบยืนขึ้นมา หลังจากเสียงกริ่งประตูดังขึ้นสามครั้งพอดีก็ นิ่งเงียบลง ติงยียีเปิดประตู หลังจากมองเห็นผู้มาเยือนแล้วก็รีบพูดว่า “อาจารย์เซี่ย!”
เซี่ยชีหรั่นดูเหมือนจะไม่แปลกใจเลยสักนิดที่ได้เจอเธอที่นี่ พยักหน้าให้เธอ “ฉันเข้าไปได้มั้ยคะ”
“ได้แน่นอนค่ะ” ติงยียีรีบหลีกทางต้อนรับเธอเข้ามา ด้านหลังของเซี่ยชีหรั่นยังมีผู้หญิงคนหนึ่งตามมาด้วย พอหญิงสาวเข้ามาในห้องก็เริ่มเก็บของทำความสะอาดห้องทันที
“นี่เป็นห้องที่เนี่ยนโม่ใช้เงินที่ตนเองหาได้เป็นครั้งแรกตอนมัธยมปลายซื้อ เขาไม่เคยมาพักอยู่เลย แต่ฉันก็รู้ว่าห้องนี้มีความหมายกับเขาอย่างมาก”
เซี่ยชีหรั่นนั่งอยู่บนโซฟายิ้มพลางมองมาที่เธอ ท่วงท่าง่างามอย่างที่สุด ติงยียีรีบนั่งบนโซฟาอีกด้านทันที
เซี่ยชีหรั่นสีหน้าอ่อนโยน ท่วงท่างามสง่า คนรับใช้ที่อยู่ด้านข้างทำงานอย่างเงียบๆ ติงยียีมองเธอ อายุไม่ได้ทิ้งริ้วรอยไว้บนใบหน้าของผู้หญิงคนนี้เลย ตอนที่มองเห็นซือซือเธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายสวยมาก แต่เมื่อเทียบกับอาจารย์เซี่ยแล้ว ความสวยแบบนั้นก็ถูกบดบังไปทันที
คนรับใช้ชงชามาหนึ่งแก้ว ส่งให้เซี่ยชีหรั่นอย่างนอบน้อม เธอค่อยๆจิบอึกหนึ่ง ติงยียีเป็นฝ่ายที่นั่งไม่ติดก่อน เธอถามว่า“อาจารย์เซี่ยคุณเองก็มาเกลี้ยกล่อมให้ฉันเลิกกับเนี่ยนโม่สินะคะ”
เซี่ยชีหรั่น พยักหน้า “หนึ่งคือฉันคิดว่าเธอไม่เหมาะสมกับเนี่ยนโม่ สองตระกูลสวีมีบุญคุณกับฉัน ฉันเห็นอ้าวเสว่เติบโต เธอก็เหมือนลูกสาวฉันคนหนึ่ง”
“เป็นเพราะบ้านฉันไม่ร่ำรวยเหรอคะ” ติงยียีจู่ๆก็ถามขึ้นมา เธอรู้ดีถึงความแตกต่างของตนเองกับเย่เนี่ยนโม่ ตระกูลเย่เป็นตระกูลเศรษฐีชั้นแนวหน้าของเมืองตงเจียง แต่ตนเองไม่มีอะไรเลยเซี่ยชีหรั่นได้ยินเธอพูดแบบนี้ก็แปลกใจมาก ดวงตาค่อยๆเบิกโพลง “ทำไมเธอถึงคิดแบบนี้”
ติงยียีก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร เสียงอ่อนหวานดังมาข้างหู “ตอนแรกฉันเป็นหญิงรับใช้ของตระกูลเย่”
ติงยียีเงยหน้ามองหน้า เซี่ยชีหรั่นปรมาจารย์นักออกแบบอัญมณีระดับโลกตอนสาวๆเป็นหญิงรับใช้หรอกหรือ!
เซี่ยชีหรั่นยิ้มอย่างอ่อนโยน พูดต่อไปว่า “ความฝันและความรัก มักจะอยู่ที่เส้นทางเหมือนกัน คุณติงจะเลือกแบบไหนคะ”
คำถามของเธอทำให้ติงยียีเองก็ตอบไม่ได้ ได้แต่นั่งอยู่อย่างเซื่องๆ เซี่ยชีหรั่นลุกขึ้น ตบไหล่เธอ น้ำเสียงอ่อนโยน “ฉันไม่เหมือนพ่อแม่คนอื่นที่ใช้เงินบีบให้เธอไปจากเขา นี่มันเป็นการดูถูกความรักพวกเธอ แต่ฉันหวังว่าด้วยฐานะของคนเป็นแม่ขอให้เธอคิดทบทวนให้ดี”
เซี่ยชีหรั่นลุกขึ้น สาวใช้รีบช่วยเธอเปิดประตู เธอเพิ่งจะออกจากประตู ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลัง “ฉันรับปากคุณค่ะ”
เธอไม่ได้หันหน้ามา ถอนหายใจหมุนตัวเดินจากไป ตามมาด้วยเสียงปิดประตู ภายในห้องเหลือเพียงเธอกับสาวใช้
สาวใช้ได้แต่ค่อยๆส่งสัญญาณไปทางเธอ แล้วก็เข้าไปทำงานในห้องครัวต่อ กลิ่นหอมของคุ้กกี้ลอยออกมาจากในเตาอบ ติงยียีรู้สึกว่าห้องขนาดหลายร้อยตารางเมตรนี้ไม่ได้อบอุ่นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เธอเดินเข้าห้อง หยิบกระเป๋าเดินทางของตนเองออกมา เอาเสื้อผ้าที่เย่เนี่ยนโม่ซื้อให้เธอแขวนไว้ในตู้อย่างเรียบร้อยเอาเสื้อผ้าที่ตัวเองเอามาสองสามชุดใส่เข้าไป
เดินออกมาจากในห้อง เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างไร้อารมณ์ความรู้สึก ในห้องน้ำยังมีแปรงสีฟันและแก้วน้ำบ้วนปากแบบเดียวกันวางอยู่ ข้างแก้วน้ำบ้วนปากมีน้ำยาบ้วนปากสองขวดวางซ้อนกันอยู่
“นี่ คุณใช้น้ำยาบ้วนปากของฉันใช่มั้ย น้ำยาบ้วนปากของฉันกลิ่นมิ้นต์ค่อนข้างเข้มข้นกว่า!” ในหัวเธอจู่ๆก็นึกถึงท่าทางตอนที่เย่เนี่ยนโม่เพิ่งตื่นนอนหยิบผิดใช้น้ำยาบ้วนปากของตนที่เพิ่งซื้อมาแล้วยังไม่ยอมรับ หัวเราะคิกคักออกมา
สาวใช้เดินผ่านมาพอดี ก็มองเธออย่างแปลกๆ เธอหุบยิ้ม เก็บของต่อไป หนึ่งชั่วโมงต่อมา เธอมองกระเป๋าเดินทางที่ยัดไม่เข้าแล้วอย่างเหม่อๆ ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เธอเห็นที่นี่เป็นบ้านด้วยความเคยชิน เป็นฝ่ายเอาของใช้ส่วนตัวเข้ามาวางที่นี่ก่อน ตอนที่ต้องเก็บข้าวของออกไป จึงพบว่าความเคยชินได้หลอมรวมเขามาอยู่ในชีวิตแล้ว
ติงยียีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดหมายเลขที่คุ้นเคย ไม่นานก็มีคนกดรับสาย “ตื่นแล้วเหรอ” เย่เนี่ยนโม่ถาม
จู่ๆเธอก็อยากร้องไห้ แต่กลับพยายามยิ้มออกมา “วันนี้กลับมาเร็วหน่อยได้มั้ยคะ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ”