ตอนที่ 1568
บทที่ 1568หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1408
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่ไม่มองเธออีกต่อไป หันหลังแล้วก็เดินออกไป ไม่มีร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์เลยแม้แต่นิดเดียว ก้าวเดินมั่นคง ผ่านไปครู่หนึ่ง อ้าวเสว่ถึงได้ดึงสติกลับมา เธอเดินโซเซไปข้างหน้าสองสามก้าว แต่สะดุดกับโต๊ะกาแฟ
ถ้วยน้ำชาเซรามิกบนโต๊ะกระทบกับพรมขนสัตว์ และถ้วยก็เต็มไปด้วยฝุ่นแล้ว เธอมองไปยังห้องที่ว่างเปล่าและเงียบสงบ ทันใดนั้นหัวของเธอก็นึกถึงเสียงของแม่บวกกับเสียงในปากกาอัดเสียงขึ้นมา
เพราะว่าแม่บอกกับเธอว่าติงยียีกับเย่เนี่ยนโม่จะคบกัน ในเสียงบันทึกนั้นแม่ก็เป็นคนบังคับให้เธอพูดเอง! ทั้งหมดเป็นเพราะแม่ แม่ทำให้เธอเปลี่ยนไปกลายเป็นผู้หญิงที่ร้าย แม่ทำให้เธอสูญเสียความรักไป กลายเป็นเครื่องมือเสมือนซากศพที่เดินได้
เธอโกรธจนทนไม่ไหว ฝุ่นในบ้านนี้ดูเหมือนจะหัวเราะเยาะเธอ ความโง่เขลาของเธอ และการที่เธอถูกหลอกใช้
ประตูถูกเธอปิดอย่างแน่นหนา และกุญแจก็ถูกทิ้งไว้ในห้อง นี่คือห้องที่จะไม่มีวันเปิดได้อีกตลอดกาล
สีหน้าของซือซือไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถเข้าร่วมงานหมั้นของลูกสาวตัวเองได้ แต่เธอรู้ดีว่าช่วงเวลาแห่งความสำเร็จของเธอกำลังใกล้เข้ามาทุกที ขอแค่อ้าวเสว่เข้าไปในตระกูลเย่ได้สำเร็จ แล้วก็แต่งงานก่อนที่เด็กจะคลอดออกมา เธอก็จะได้ทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของบริษัทเย่ซื่อ แล้วตอนนั้นเธอก็จะกลับไปที่ตระกูลเย่อย่างเปิดเผย
ความเชื่อเหล่านี้ประคับประคองเธอเอาไว้ เป็นการปลอบใจเดียวจากการที่เธอนอนไม่หลับทั้งคืน แต่ว่าเมื่อกี้สวีเห้าเซิงโทรมาหาเธอ แล้วก็บอกเธออย่างรีบร้อนว่างานมันได้ถูกยกเลิกไปแล้ว สรุปแล้วนี่มันคือเรื่องอะไรกันแน่!
เธอเดินออกมาจากห้องด้วยความรำคาญใจ แล้วก็โทรหาอ้าวเสว่อีกครั้ง แต่ว่าก็ยังไม่มีใครรับสายเหมือนเดิม สีหน้าของเธอมืดมนจนน่ากลัว ทันใดนั้นก็มีเสียงเบรกรถดังขึ้นมาจากนอกประตู
อ้าวเสว่พุงลงมาจากรถอย่างเร่งรีบ พอเข้าประตูมาก็ได้ยินเสียงซือซือตะโกนมาว่า “มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมอยู่ดีๆก็ไม่แต่งกันแล้วล่ะ ใครเป็นคนตัดสินใจ พวกเซี่ยชีหรั่นพูดว่าอย่างไร!”
เธอโยนคำถามไปเป็นชุด แล้วก็เห็นว่าอ้าวเสว่ยืนอยู่ที่ประตูแล้วจ้องเธอเขม็ง ดวงตาของเธอแดงก่ำและบวม และสีหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
ซือซือตกใจเพราะสีหน้าของเธอ แล้วก็แสร้งทำเป็นสงบนิ่งพร้อมกับเดินไปอยู่ข้างๆเธอและตบไหล่เธอเบาๆ พยายามจะปกปิดความไม่พอใจในใจของตัวเอง “ลูก บอกแม่มาหน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
อ้าวเสว่ใช้ดวงตาที่แดงก่ำมองมาที่เธอ เสียงของเธอนั้นอ่อนโยนมาก เหมือนกับแม่ทั่วไปที่พูดกับลูกสาวตอนที่ลูกสาวไม่ได้รับความเป็นธรรมจากข้างนอกมา แต่ว่าผู้หญิงคนนี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ความอ่อนโยนของเธอกลับทำให้คนอื่นรู้สึกหวาดกลัว
“ทำไมตอนแรกแม่ถึงโกหกหนูบอกว่าติงยียีกับเย่เนี่ยนโม่จะอยู่กินด้วยกัน”อ้าวเสว่มองแม่ของตัวเอง เธอรอคอยที่จะได้ฟังคำตอบ แต่ก็หวาดกลัวคำตอบเหมือนกัน
ซือซือมองเธอด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน แต่ว่าหัวใจได้มีความคิดว่า เธอรู้ได้ยังไง ใครเป็นคนบอก พอเห็นแววตาที่ระมัดระวังของเธอ ซือซือก็รีบดึงมือของเธอมาและปลอบใจว่า “เจ้าเด็กโง่ ลูกพูดอะไรกัน แม่จะทำร้ายลูกได้ยังไง แล้วอีกอย่าง แม่คือคนที่อยากให้ลูกเข้าไปอยู่ที่ตระกูลเย่มากที่สุดไม่ใช่เหรอ?”
อ้าวเสว่มองเธออย่างลังเล ตอนนี้หัวใจของเธอกลายเป็นเศษๆ เธอไม่รู้ว่าควรจะฟังใครด้วยซ้ำ ซือซือพูดช้าลง “ลูกอยากรู้ไหมว่าทำไมแม่ถึงได้เกลียดตระกูลเย่มาโดยตลอด”
เธอค่อยๆพูดออกมา แล้วก็เล่าเกี่ยวกับความโกรธที่ตัวเองมีต่อตระกูลเย่ ลูกของเธอกับเย่เชินหลินเสียชีวิตไปตั้งแต่ในวัยเด็กได้อย่างไร และเธอถูกเย่เชินหลินทำร้ายจนบ้านแตกสาแหรกขาดได้อย่างไร
“แต่ว่าแม่ยังรักเขาอยู่ไม่ใช่เหรอ?”จู่ๆอ้าวเสว็เอ๋ยปากถามออกมา เธอลูบท้องที่ป่องออกมาของตัวเอง ในใจรู้สึกโศกเศร้าอย่างมาก
ซือซือเงียบ เธอรักเขาเหรอ? เวลามันผ่านไปนานมากแล้ว เป็นเวลานานจนเธอไม่รู้ว่าเธอรักเขาหรือเกลียดเขา หรือว่าเธอรักเขามากขึ้นหรือเกลียดเขามากขึ้น
ตอนที่เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งนั้น ความสับสนบนใบหน้าของเธอก็ได้หายไปแล้ว แล้วมันถูกแทนที่ด้วยความแน่วแน่แทน เธอกุมมืออ้าวเสว่แน่น “ลูก แม่คือคนที่คาดหวังจะให้ลูกเข้าไปที่ตระกูลเย่ใดมากที่สุด แม่โชคร้ายพอแล้ว แต่ก็หวังว่าลูกจะมีความสุข”
อ้าวเสว่จ้องเธอเขม็ง ต้องการจะหาร่องรอยของการโกหกในตัวของแม่ ตอนนี้เธอไม่อยากถูกใครหลอกใช้อีกแล้ว
มือของเธอกำแน่นขึ้นเล็กน้อย เธอมองไปที่ผู้หญิงข้างหน้าที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเกี่ยวข้องกับเธอ เธอลังเลและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้หนูต้องทำยังไง หนูยังมีโอกาสที่จะได้ยืนหยัดกลับมาอีกครั้งไหม?”
พอซือซือได้ยินสิ่งที่เธอพูดเสร็จแล้วก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน ตอนนี้สวีเห้าเซิง เซี่ยชีหรั่นและเย่เชินหลินก็ต่างรู้เรื่องที่อ้าวเสว่แกล้งทำเป็นโรคซึมเศร้าและโดนรังแกไปแล้ว โชคดีที่ยังไม่เจอเรื่องของเด็กคนนี้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเด็กคนนี้คือหมากตัวเดียวที่เหลืออยู่ของพวกเธอ
“ลูกไปขอโทษทุกคน แล้วก็ไปคืนดีกับติงยียีซะ ขอแค่เด็กคนนี้ยังอยู่กับลูก ไม่ต้องกังวลเรื่องที่ตระกูลเย่จะไม่ยอมรับลูกเลย”ซือซือเงียบอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พูดออกมา
“ดีกับติงยียีอย่างนั้นเหรอ!เป็นไปไม่ได้”อ้าวเสว่กัดฟัน สายตามีแต่ความเกลียดชัง ติงยียีทำลายชีวิตของเธอ แล้วอยากจะให้เธอไปคืนดีกับมันอีกอย่างนั้นเหรอ นี่มันน่าถูกใจมากกว่าการฆ่าเธอให้ตายซะอีก
ซือซือพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยความอดทน “ไม่ว่าจะยังไง เธอก็เป็นน้องสาวของลูก จุดนี้สามารถใช้ผลประโยชน์จากมันได้ สำหรับคนอื่นๆ ขอแค่ในท้องของลูกยังมีเด็กคนนี้อยู่ ก็ไม่ต้องกังวลว่าพวกเขาจะไม่อภัยให้ลูก ตอนนี้ลูกแค่จำเป็นต้องประพฤติตัวให้ดีเท่านั้น”
อ้าวเสว่หันหน้าออกอย่างไม่เต็มใจ จนได้ยินเสียงตำหนิของแม่ตัวเอง “ถ้าอยากจะเข้าไปตระกูลเย่ได้สำเร็จก็ต้องฟังแม่ ไม่อย่างนั้นตอนนี้แกออกไปซะ แม่ไม่มีลูกสาวอย่างแกอีกต่อไป”