ตอนที่ 1569
บทที่ 1569หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1409
October 28, 2026
ติงยียีไม่กล้ามองสีหน้าของเขา ดังนั้นเธอจึงรีบลุกขึ้น แล้วก็ยิ้มเพื่อปกปิด “ใช่สิ เดี๋ยวฉันไปชงกาแฟให้กินดีกว่า”
ไม่รอคำตอบจากเขา เธอก็รีบเดินออกไป กระโปรงของเธอกวาดดอกลิลี่ที่อยู่บนโต๊ะ แจกันสั่นแล้วจะตกลงมา เย่ชูหวินเอื้อมมือออกไปรับและแจกันก็ได้กลับมาตั้งตรง
เธอมองดูเขาอย่างขอบคุณ จากนั้นจึงรีบเดินเข้าไปในครัว พื้นที่เล็กๆปล่อยให้เธอหายใจได้สะดวก เธอเปิดกระป๋องกาแฟโดยไม่รู้ตัว และกลิ่นหอมที่มาจากเมล็ดกาแฟทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
ความคิดของเธอเหม่อลอยกลับไปที่คืนนั้น เธอบอกกับเย่เนี่ยนโม่อย่างเขินอายว่าที่บ้านไม่มีกาแฟ แต่วันรุ่งขึ้นเธอก็ไปซื้อเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดหรือแม้แต่หม้อกาแฟ ความคิดที่รอบคอบซ่อนเร้นอยู่ในใจของเธอ ตอนที่เจอกันครั้งหน้าต้องให้เขาได้ดื่มกาแฟที่เธอชงให้ได้
แต่ว่ามันมีประโยชน์อะไรกันล่ะ? เมื่อความคิดของเธอท่วมท้นและคนที่เธอรักไม่สามารถหวนกลับมาได้ ริมฝีปากของเธอก็สั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด และเธอทำได้เพียงนั่งยองๆที่มุมห้องช้าๆ โดยถือเม็ดกาแฟไว้
มีเสียงฝีเท้าที่มั่นคงดังขึ้นที่หน้าประตู เย่ชูหวินเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ เขารู้ว่าตอนนี้ควรจะทำอะไร กอดเธอเอาไว้ และปลอบใจเธอ ทิ้งเรื่องที่กวนใจเธอทุกอย่างออกไป แต่ว่าเขากลับแค่ยืนอยู่แบบนั้น ยืนอยู่เงียบๆเป็นเพื่อนเธอ เพราะเขารู้ว่า ถ้าเกิดว่าไม่ใช่เย่เนี่ยนโม่ ความเป็นห่วงทั้งหลายมันก็จะกลายเป็นแค่ภาระ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ติงยียีเงยหน้าเศร้าขึ้นมา เธออยากจะฝืนฉีกยิ้มที่แสนหวานของตัวเองออกมา แต่ว่าความจริงแล้ว รอยยิ้มของเธอนั้นมันไม่ได้ดูดีกว่าการร้องไห้ไปสักเท่าไหร่เลย เธอพูดเบาๆว่า “พวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะ”
เย่เนี่ยนโม่ถือขนมและเปิดประตูบ้านของติงยียีออก เขารู้ว่าเพราะเธอชอบลืมกุญแจไปบ่อย ก็เลยจะเอากุญแจสำรองวางไว้ใต้พรมหน้าประตูบ้าน ด้วยเหตุนี้เขาจึงตำหนิเธออย่างรุนแรงเมื่อครั้งเคยอยู่ด้วยกันมาก่อน
ดอกลิลี่ที่อยู่ในห้องรับแขกแค่เพียงคงมองมนุษย์ทุกคนอย่าเงียบๆ มนุษย์จะไม่สังเกตเห็นความแก่เฒ่าของพวกมัน แล้วพวกมันก็ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์เช่นกัน
เย่เนี่ยนโม่เดินอย่างช้าๆ เขาเหนื่อยมาก แขกคนสำคัญที่มาในงานหมั้นนั้นต้องจัดการอย่างเหมาะสม สถานการณ์ศูนย์การค้าต่างประเทศก็ไม่ค่อยดีนัก เขาต้องตรวจสอบมันด้วยตัวเอง
แต่ว่าต่อให้เป็นแบบนี้ เมื่อนึกถึงใครบางคนในบ้านที่กำลังหลับอย่างสงบเหมือนลูกแมวในเวลานี้ คิ้วของเขาก็ขมวดขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้แต่สีหน้าของเขาก็อ่อนลง
เขาเปิดประตู และผ้าห่มสีขาวนวลก็จัดวางเป็นระเบียบ โคมไฟตั้งพื้นยังเปิดอยู่ ไฟสีส้มดับลง ใบหน้าที่ซีดเซียวของเขาในเวลานี้ และเตียงก็ว่างเปล่า
เขากำถุงขนมในมือของตัวเองแน่น ในใจรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาในทันที เธอไปที่ไหน? หรือว่าจะไปแล้ว? เขากำหมัดแน่นและต่อยไปที่กำแพงอย่างรุนแรง แค่ความคิดว่าเธอจะไปปรากฏขึ้นในหัว เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในทันที
เขาเดินกลับออกมาที่ห้องรับแขกอีกครั้ง ฝีเท้าแนวแน่ ดูน่าสะพรึงกลัว แล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมา “สืบให้ฉันหน่อยว่าตอนนี้ติงยียีอยู่ที่ไหน”
นอกหน้าต่างตอนนี้พระอาทิตย์กำลังตก บางทีก็ได้ยินเสียงของเด็กที่วิ่งเล่นกัน เขาเดินไปหยุดอยู่ริมหน้าต่าง เปิดผ้าม่านที่หนาทึบออก แสงแดดเย็นเฉียบส่องลงมาบนตัวเขา แต่มันก็ทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นขึ้นมาไม่ได้
การรอนั้นเจ็บปวด เขาลุกจากเตียงไปและถูกกลิ่นที่คุ้นเคยในครัวดึงดูดใจ เขาค่อยๆเดินเข้าไปในครัวที่เล็กกว่าห้องน้ำของตระกูลเย่ซะอีก ทุกอย่างในครัวเป็นระเบียบเรียบร้อย และเม็ดกาแฟไม่กี่เม็ดก็กระจัดกระจายอยู่บนพื้น
เขาเก็บเม็ดกาแฟขึ้นมา ภาพรอยยิ้มที่เขินอายของติงยียีก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา เพื่อดับความหนาวเย็นของห้องในเวลานี้ เขาบดเม็ดกาแฟอย่างดุเดือด ปล่อยให้ผงละเอียดและกลิ่นหอมเข้มข้นกระจายทั่วปลายนิ้ว
นอกประตูเกิดเสียงเคาะ 3 ครั้งอย่างมีมารยาท เขาลุกขึ้นในทันที ความโกรธบนใบหน้ากลายเป็นความเฉยเมยและความมุ่งมั่นตามปกติ เย่ป๋อเดินเข้ามาแล้วพูดว่า “คุณยียีตอนนี้กำลังอยู่กับคุณเย่ชูหวินครับ”
ตอนนี้เขากำลังบีบราวบันไดอยู่ แล้วนิ้วทั้งห้าของเขาก็ผ่อนคลายลงหลังจากที่ได้ยินคำพูดของเย่ป๋อ เย่ป๋อพูดอย่างระมัดระวังว่า “ให้ผมไปพาคุณยียีกลับมาไหมครับ?”
เย่เนี่ยนโม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่ต้องหรอก” นี่คือการที่ยอมอ่อนข้อที่สุดของเขาแล้ว ขอแค่เธอไม่ไปไหน ขอแค่เธออยู่ข้างๆเขา เขาก็จะเคารพการมีเพื่อนของเธอ ถึงแม้ว่าผู้ชายคนนั้นก็จะรักเธออย่างสุดหัวใจเหมือนกัน
ตะวันลับขอบฟ้าไปหมดแล้ว ลมหนาวก็ยังพัดเข้ามาเรื่อยๆ ดอกลิลี่พริ้วไหวตามสายลม ทันใดนั้นเย่เนี่ยนโม่ก็พูดออกมาว่า “ส่งคนไปตามติดตัวเธอ แล้วก็รายงานทุกสถานการณ์ให้ฉันรู้”
เย่ป๋อตกใจมาก “คุณชาย···”
คำพูดที่เหลือเขาไม่ทันได้พูดจบ สีหน้าของคุณชายแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องทำอย่างแน่นอน เขาก็พยักหน้า แล้วก็ทำได้แค่เดินออกจากห้องไป คุณชายที่อยู่ภายในห้องก็นั่งอยู่บนโซฟาไม่ขยับไปไหน เหมือนกับรูปปั้นยังไงอย่างนั้น แล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างรุนแรง
ตอนที่เย่ป๋อกำลังบอกคำสั่งของนายน้อยอยู่นั้นจู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขามองไปที่หน้าจอ ความกระสับกระส่ายในใจเขาก็สงบลง เขากดรับสาย แล้วก็มีเสียงตะคอกที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของชิวไป๋ก็ดังขึ้นมาในทันที “ฉันซื้อตั๋วเครื่องบินไปปารีสได้เร็วที่สุดก็เป็นพรุ่งนี้เท่านั้น ตอนนี้ยียีเป็นยังไงบ้าง ฉันโทรหาเธอไม่ติดเลย”
“เธอไม่เป็นอะไร ตอนนี้กำลังอยู่กับคุณเย่ชูหวิน” เย่ป๋ออดไม่ได้ที่จะปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนและพูดช้าลง เสียงของความผ่อนคลายก็ค่อยๆดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ของอีกฝั่ง “ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว”เสียงปลายสายนั้นชะงักไป “ขอบคุณนะ”
เย่ป๋อหัวเราะเบาๆไปสองครั้ง มันไม่ง่ายเลยที่จะให้คนปากแข็งมาขอบคุณ พอได้ยินเสียงหัวเราะของเขา ชิวไป๋ก็เหมือนแมวขนฟู พอบอกลาแล้วก็รีบวางสายในทันที
ปารีส ใบหน้าของเอเลนก็ดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย “เป็นยังไงบ้าง ?”
เธอมองเขาอย่างระมัดระวัง ปากก็พูดเหมือนขอไปทีแต่ในใจก็ยังรู้สึกห่วงใย ติงยียี เธอต้องผ่านมันไปให้ได้นะ!