ตอนที่ 1570
บทที่ 1570หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1410
October 28, 2026
เย่ชูหวินเหลือบมองเธอ “ฉันให้เธอ” เมื่อเห็นเธอสับสน เขาก็นั่งถัดจากเธอและบีบอุ้งเท้าหมี “ฉันเตรียมไว้จะมอบให้เธอเมื่อเธอกลับมาจากปารีสน่ะ”
ประโยคนี้ทำให้ทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบ แต่ว่าไม่นานติงยียีก็คลี่ยิ้มออกมา “แปลกจริงๆ ลุงกับป้าไม่ได้อยู่กับนายเหรอ? พวกเขายังอยู่ที่อเมริกาเหรอ?”
แววตาของเย่ชูหวินมีความปวดร้าวที่อธิบายไม่ถูก แม้แต่น้ำเสียงของเขายังคงต่ำลง “พวกเขาอยู่ที่แคนาดา”เพราะเห็นว่าติงยียียังอยากจะพูดอะไรต่อ เขาก็ยกมือของเธอขึ้นเบาๆ “เธอเนี่ยจริงๆเลยนะ ยิ้มไม่ออกก็ไม่ต้องยิ้ม ดูแย่จริงๆเลย”
ติงยียีเอามือกุมหัวไว้ น้ำตาร่วงลงมาเพราะคำพูดของเขา คราวนี้เขานิสัยไม่ดีจริงๆเลย ทำไมต้องเปิดโปงสิ่งที่เธอกำลังปิดบังอยู่ ทั้งๆที่เธอเนียนมากแล้ว
เพราะเห็นว่าเธอปิดหน้าและร้องไห้ เย่ชูหวินลุกลนมาก เขารีบยื่นมือออกมาและลูบที่หัวของเธอเบาๆพร้อมกับพูดอย่างปวดใจว่า “ฉันไม่ได้ออกแรงซะหน่อย เธอเจ็บจริงๆเหรอ?”
น้ำเสียงของเขามันอ่อนโยนมาก ติงยียีก็ร้องไห้ออกมาดังๆ เปิดเผยด้านที่เปราะบางของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ เธอซบไหล่ของเย่ชูหวินแล้วก็ร้องไห้ออกมา เย่ชูหวินได้แต่ลูบหลังให้เธอเบาๆแล้วก็อยู่เป็นเพื่อนเธอแบบนั้น
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ติงยียีก็ก้มหน้าพร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำและพูดว่า “ไม่เจ็บแล้ว”
น้ำเสียงของเธอยังแหบแห้งจากการร้องไห้ ทำให้คนที่ฟังรู้สึกปวดใจ เย่ชูหวินพยายามฝืนยิ้มออกมา “เธอนี่จริงๆเลย เพื่อนบ้านน่าจะคิดว่าฉันรังแกเธอ เดี๋ยวฉันไปทำอะไรให้เธอกินดีกว่า เธอเดินเล่นในห้องไปก่อนนะ”
เย่ชูหวินออกไปอย่างรีบร้อน เขาพิงตัวไปที่ผนังกำแพง คนที่อยู่ข้างในยังคงสะอื้นร้องไห้ และเสียงนั้นทำให้เขารู้สึกทุกข์ใจจนเขาอยากจะตายไป
เขาทุบหน้าอกของตัวเอง แล้วก็เดินอย่างยากลำบากไปที่ครัว ในห้องนั้น ติงยียีกอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่อยู่ บรรยากาศในห้องค่อนข้างหดหู่ เธอเดินไปที่ริมหน้าต่างและเปิดผ้าม่านออก
ข้างนอกบ้านเป็นสีขาวโพลนและคนทำความสะอาดยังคงกวาดหิมะอยู่ เธอเหลือบมอง แล้วเดินกลับไปที่ห้อง ภายในห้องนั้นมีชั้นหนังสือขนาดใหญ่สองชั้น ในชั้นหนังสือชั้นหนึ่ง มีแผ่นหลายแผ่นวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
เธอสุ่มหยิบแผ่นดิสก์ที่มีเฉพาะวันที่ออกมาแล้วใส่ลงในเครื่องเล่นแผ่นดิสก์ เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น เป็นคลิปโฆษณาที่เธอเคยถ่ายให้กับร้านบาร์บีคิวร้านหนึ่ง ในคลิปนั้น เธอถือมีดกับส้อมพร้อมกับยิ้มหวานให้กล้อง
ใจเธอสั่นระรัว เธอจึงค้นหาแผ่นอื่นๆโดยอัตโนมัติ เล่นมันทีละแผ่น ตั้งแต่เธอเดบิวต์จนถึงปัจจุบัน คลิปงานอีเวนต์และออกรายการทุกครั้งที่ฉายบนหน้าจอทุกคลิปก็ถูกคัดลอกออกมา มีหลายแผ่นที่มีรอยขีดข่วนเนื่องจากถูกเล่นมาหลายครั้ง
ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกของเย่ชูหวินจากด้านนอกที่เรียกให้เธอไปกินข้าว เธอรีบวางแผ่น CD กลับเข้าไปที่เดิมอย่างเร่งรีบจนทำให้ตำแหน่งของซีดีทั้ง 2 แผ่นสลับกัน
บนโต๊ะกินข้าว เธอมองเขา ในใจรู้สึกเจ็บปวด ตั้งแต่ต้นจนจบเธอมักหลบเลี่ยงคำสารภาพรักจากเย่ชูหวินมาโดยเสมอ เธอรู้ว่าการทำแบบนี้ตัวเองนั้นเห็นแก่ตัวมาก แล้วเธอก็เคยคิดว่าถ้าเกิดว่าเธอคบกับเขาแล้วตัวเองจะมีความสุขมากกว่านี้ไหม แต่ว่าพอนึกถึงเขาคนนั้นขึ้นมา สีหน้าของเย่เนี่ยนโม่ก็จะลอยเข้ามาในหัวใจของเธอโดยที่ไม่รู้ตัวเลยทันที ทำให้เธอไม่สามารถนึกถึงผู้ชายคนอื่นได้อีกเลย
สำหรับความเงียบบนโต๊ะกินข้าวของเธอนั้น เย่ชูหวินก็อดทนอย่างมาก ฟ้าค่อยๆมืดลงแล้ว ติงยียีถอนหายใจออกมา “ขอบคุณมากนะ แต่ว่าตอนนี้ฉันอยากกลับบ้านแล้ว”
เย่ชูหวินพยักหน้า “เดี๋ยวฉันไปเอาเสื้อคลุมก่อนเธอรอฉันแป๊บหนึ่ง”
เขารีบลุกขึ้นและเข้าห้องไป สายตามองไปที่เครื่องเล่นซีดีที่ติงยียีลืมกดปิด แผ่นซีดีบนชั้นวางที่เขาจัดวางอย่างเป็นระเบียบก็มีร่องรอยของการพลิกกลับด้าน เขาถอนหายใจออกมา ยิ้มอย่างเศร้าสร้อยและพูดกับตัวเองว่า “ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ยอมรับฉันเลยใช่ไหม?”
ภายในความมืด เย่เนี่ยนโม่นั่งอยู่ตรงนั้นเงียบๆ เสียงทีวีดังลอดเข้ามาทางหน้าต่าง และแสงสีส้มที่ปลายนิ้วส่องประกาย อากาศก็อบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ
เขาได้ยินเสียงคมชัดจากลิฟต์นอกประตู และเสียงฝีเท้าหนักเบาสลับกันค่อยๆ ดังขึ้น แล้วก็หายไป ตามด้วยเสียงสนทนา
เปลวไฟสีส้มหายไปจากปลายนิ้ว ลบร่องรอยอุณหภูมิสุดท้ายออกไป หมัดของเขากำแน่น ร่างกายของเขาก็เกร็งแน่น ริมฝีปากของเขาถูกกดให้เป็นเส้นตรง ด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่เขาสามารถยับยั้งแรงกระตุ้นที่ครอบงำเขาให้ออกไปจับตัวเธอกลับมา ดวงตาของเธอจะได้มองเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น
หัวใจของเขาเป็นทุกข์ เขาทนไม่ไหวแล้ว เขาทนไม่ได้กับสิ่งที่คนรักของเขาพูดอย่างสนิทสนมกับคนอื่นอยู่นอกประตู แค่คิดว่ารอยยิ้มของเธอจะเบ่งบานให้คนอื่นเท่านั้นก็ทำให้จิตใจของเขานั้นแทบจะระเบิดแล้ว!
ติงยียีมองดูเย่ชูหวินเดินเข้าลิฟต์ไป ถึงได้ละสายตากลับมา เธอยืนนิ่งอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง จู่ๆก็รู้สึกโดดเดี่ยว เมื่อทุกสิ่งที่จงใจปกปิดไว้ก็สลายไปหมดแล้ว และสิ่งที่เหลืออยู่ก็เต็มไปด้วยความสับสนและปวดใจ
ติงยียีพยายามหากุญแจในกระเป๋า แต่ว่าก็ไม่เจอเธอเดินไม่กี่ก้าวไปยังทางตรงบันไดที่มีไฟและมองหา เธอไม่ได้ไปแตะต้องกุญแจสำรองที่เธอวางไว้ที่พรมหน้าห้อง หลังจากที่เธอเลิกกบเย่เนี่ยนโม่ ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่ลืมที่จะพบกุญแจติดตัวอีกเลย เพราะเธอรู้ว่า จะไม่มีใครมาเปิดประตูให้เธออีกแล้ว แต่ว่าการวางกุญแจสำรองไว้ก็เลยกลายเป็นนิสัยติดตัว
กุญแจถูกเสียบเข้าไปในรูกุญแจและทำให้เกิดเสียงอู้อี้เล็กน้อย ทันทีที่เธอเข้าเปิดประตูออก แรงที่ครอบงำก็ล็อกเธอไว้แน่น ตอนที่เธอกำลังคิดอยู่นั้น ริมฝีปากบางของเธอก็ถูกปิดกั้นอย่างรุนแรง และจมูกของเธอก็เต็มไปด้วยลมหายใจที่คุ้นเคย
หัวใจของเธอปั่นป่วนไม่หยุด ดวงตาของเย่เนี่ยนโม่ในความมืดนั้นมืดมนจนเกือบจะทําให้คนเสมือนจมน้ำ ทันใดนั้นเธอก็ได้สติ โดยคิดว่าความอ่อนโยนที่ปิดริมฝีปากของเธออยู่ตอนนี้ก็เคยทำกับผู้หญิงคนอื่นเหมือนกัน ทั้งหมดนี้ทำให้เธอแทบจะขาดอากาศหายใจ
เธอใช้ฝ่ามือผลักอย่างรุนแรง ต้องการที่จะกำจัดพันธนาการนี้ออกไป แต่กลับพบว่าเธอกลับถูกมัดอย่างแน่นขึ้น เธอขมวดคิ้ว แล้วก็กัดฟันอย่างรุนแรง
กลิ่นเลือดเต็มริมฝีปากและมีเสียงอู้อี้ในอากาศ แต่ว่าเขากลับไม่หยุด จนเสียงร้องไห้ของติงยียีดังขึ้นภายในห้องที่เงียบงาน