ตอนที่ 1579
บทที่ 1579 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1419
October 28, 2026
“เสี่ยวเสว่ เธอคิดว่ายังไง” ในที่สุดฝู้เฟิ่งหยีก็เอ่ยถาม น้ำเสียงเธอยังคงเย็นยะเยือก เหมือนกับการพูดคุยธรรมดาทั่วไป อ้าวเสว่ไม่กล้าชะล่าใจ เธอคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ สุดท้ายก็ตอบว่า “ในฐานะที่เป็นผู้หญิงผู้อยู่เบื้องหลังของผู้ชายตระกูลเย่ก็ต้องมีสติที่จะให้อภัยทุกอย่าง ต่อไปถ้าเนี่ยนโม่กับเธออยู่ด้วยกันแล้ว ฉันก็จะไม่ไปวุ่นวาย ฉันก็จะยังรักเดียวใจเดียวกับเขา”
สายตาฝู้เฟิ่งหยีมองไปยังผู้หญิงที่ยืนอยู่นอกหน้าต่างอีกครั้ง มองข้ามไปก่อนว่าสิ่งที่อ้าวเสว่พูดนั้นมาจากใจจริงหรือเปล่า นิสัยของเธอยิ่งคล้ายคลึงกับส้งหลิงหลิง ส่วนผู้หญิงที่ชื่อติงยียีคนนั้น ความเข้มแข็งหนักแน่นที่อยู่ในนิสัยเหมือนกับเซี่ยชีหรั่นสมัยสาวๆ ยอมต่อสู้ฟาดฟันจนตายตกไปตามกันก็ไม่ยอมฝืนตัวเอง
นานพักใหญ่ ในที่สุดฝู้เฟิ่งหยีก็เอ่ยว่า “ไปเถอะ”
เย่ชูหวินมาพบตัวเองและสัญญาว่าจะช่วยให้เธอหนีไป ติงยียีแปลกใจเล็กน้อย เธอพูดอย่างไม่สบายใจว่า “แบบนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคุณกับเขาหรือเปล่า”
เย่ชูหวินนั่งลงตรงข้ามเธอ แสงแดดในยามเช้ากำลังพอดิบพอดี แสงแดดส่องลอดกิ่งไม้เข้ามาในบ้าน บ่งบอกว่าฤดูใบไม้ผลินั้นอยู่ไม่ไกลแล้ว
เขาดึงสายตาที่มองไปนอกหน้าต่างกลับมา ร่างเขาโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย “ผมมีความเห็นแก่ตัวอยู่ ผมหวังว่าคุณจะอยู่ให้ห่างไกลจากเขามากขึ้นเรื่อยๆ ไกลจนเหลือผมให้คุณพึ่งพิงได้คนเดียว มองเห็นผมแค่คนเดียว”
“ชูหวิน!” ติงยียีรู้สึกว่าลำคอตีบตัน เธอกลืนน้ำลายอย่างลำบาก แต่กลับถูกเย่ชูหวินขัดจังหวะ “พวกเราคิดหาวิธีว่าจะหนีจากกล้องวงจรปิดข้างนอกยังไงก่อนดีกว่า”
“กล้องวงจรปิด! เขาเคยบอกว่าจะไม่ทำแบบนั้น” ติงยียีรู้สึกท้อแท้ ดวงตาของเธอมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่รู้ตัว เพียงเห็นกิ่งไม้ที่แห้งเหี่ยว
เย่ชูหวินครุ่นคิด “กล้องวงจรปิดไม่ได้เป็นฝีมือของเย่เนี่ยนโม่” เขามองติงยียีที่ดวงตาเปล่งประกายขึ้นมา ในใจขมขื่น เขาพูดต่อไปว่า “คุณย่าผมกลับมาแล้ว”
ติงยียีมองเขาอย่างไม่เข้าใจ เย่ชูหวินลุกขึ้นหยิบแอปเปิลออกมาจากจานผลไม้หนึ่งชิ้น เขาเดินไปข้างหน้าต่างกวักมือเรียกเธอ เธอเดินไป มองเขาโบกแอปเปิลในมือ จากนั้นโยนออกไปนอกหน้าต่าง
แอปเปิลตกลงบนที่โล่ง แสงสีแดงส่องวาบบนแอปเปิล จากนั้นก็หลบซ่อนไว้ไม่ให้เห็น
“เครื่องตรวจจับด้วยแสงอินฟาเรด” เย่ชูหวินพูดเบาๆ ติงยียีกลับมีสีหน้าตื่นตกใจ เธอไม่เข้าใจจริงๆว่าย่าของเย่เนี่ยนโม่จะเฝ้าดูตนเองทำไม
มุมปากเย่ชูหวินมีรอยยิ้มเศร้าหมอง เขามองแอปเปิลสีแดงสดที่ตกอยู่บนพื้นหิมะสีขาวนอกหน้าต่าง พูดเบาๆว่า “หลานชายสองคนของตระกูลเย่ชอบผู้หญิงคนเดียวกัน คุณคิดว่าคุณย่าจะกังวลมั้ย”
ติงยียีนิ่งเงียบ เธอรู้สึกว่าน่ากลัวมาก ในสังคมที่อยู่ภายใต้กฎหมายยังจะมีคนที่คิดจะคอยติดตามดูคนอื่นได้ ข้อนี้ทำให้เธอตกใจอย่างยิ่ง
จู่ๆเย่ชูหวินก็หันมา มองเธอด้วยสายตาเคร่งเครียด “บางทีคุณอาจไม่ต้องคิดจะหนีเย่เนี่ยนโม่แล้วก็ได้ คุณย่าต้องมาหาคุณแน่”
ติงยียีคิดไม่ถึงว่าคำพูดของเขาจะกลายเป็นจริงได้รวดเร็วมาก มองหญิงชราที่หน้าตาเคร่งขรึมดุดัน ติงยียีเอาชาวางไว้ด้านหน้าเธอ
ฝู้เฟิ่งหยีได้แต่เหลือบมองชาแวบหนึ่งก็ไม่ได้แตะต้องอีก ติงยียีก็ไม่ได้ใส่ใจ เธอรู้ว่าอีกฝ่ายไม่เห็นชาเหล่านี้อยู่ในสายตา ทำด้วยใจก็พอ
ฝู้เฟิ่งหยียิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่านิสัยของเธอเหมือนกับเซี่ยชีหรั่นในตอนแรก เคร่งขรึมไว้ตัวมาก ไม่สามารถใช้เงินมาฟาดอีกฝ่ายได้ เธอค่อยๆคลี่ยิ้มบางๆ พูดว่า “พูดคุยอะไรกับชูหวินเหรอ เด็กคนนั้นพอโตแล้วก็ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับฉันเลย”
ภาพที่คนรุ่นก่อนเล่าเรื่องในอดีตกับคนรุ่นหลังน่าจะเป็นภาพที่อบอุ่น แต่กลับทำให้ติงยียีรู้สึกเหมือนกับนั่งอยู่เข็มหมุด ที่เธอพูดแบบนี้เพื่อบอกตัวเองว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอเหรอหรือ
ติงยียีสูดลมหายใจเข้าลึกๆลดความสับสนวุ่นวายภายในใจให้กลับมาเป็นปกติ เธอคิดใคร่ครวญ พูดว่า “สวัสดีค่ะคุณย่าของเนี่ยนโม่และชูหวิน ฉันคือติงยียี เชื่อว่าคุณย่าเองก็คงทราบแล้ว วันนี้ที่ท่านมาก็เพื่อให้ฉันไปจากเย่เนี่ยนโม่ใช่มั้ยคะ”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาเปิดเผยของเธอทำให้ฝู้เฟิ่งหยีตกตะลึงไปเล็กน้อย เธอพยักหน้า “ถูกครึ่งหนึ่ง”
ติงยียีมองเธออย่างไม่เข้าใจ ฝู้เฟิ่งหยียิ้ม หางตามีริ้วรอยเพิ่มขึ้นมาบ้าง ทำให้สีหน้าที่ดุดันของเธอละลายอ่อนลง เธอพูดว่า
“ฉันรู้ว่าเนี่ยนโม่ชอบเธอ จะบอกว่าพวกเธออยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ไม่ได้ แต่ว่าฉันต้องการให้พวกเธอรอให้อ้าวเสว่คลอดลูก แต่งงานเข้าตระกูลเย่ก่อน ถึงเวลาไม่ว่าอย่างไรฉันจะไม่ไปยุ่งกับพวกเธออีกเลย”
ติงยียีสูดอากาศเย็นเข้าไปเฮือกใหญ่ ตกใจกับข้อเสนอของเธอไม่น้อย เธอจะปล่อยให้ตนเองกับเย่เนี่ยนโม่อยู่ด้วยกัน จากนั้นแต่งงานกับอ้าวเสว่! นี่ตกลงว่ามันคือเรื่องตลกอะไรกัน
ฝู้เฟิ่งหยีเห็นเธอลังเลไม่ตอบ ก็โบกมือให้ทางด้านหลัง ซางหัวยื่นเช็คมาให้หนึ่งใบ เธอเอาเช็ควางบนถ้วยชาพูดเบาๆว่า “แน่นอนว่าเธอสามารถเลือกที่จะตัดขาดความสัมพันธ์กับหลานชายฉันได้ เอาเช็คใบนี้แล้วจากไป”
ฝู้เฟิ่งหยีมีความมั่นใจมาก ถ้าเด็กผู้หญิงคนนี้ทำเพื่อเงิน เช่นนั้นเธอก็จะไม่มีทางไปจากหลานชายเธอเพียงเพราะเช็คใบนี้ ในเมื่อขอแค่เธอจับเย่เนี่ยนโม่เอาไว้ได้ ต้องการอะไรก็ย่อมได้ ดังนั้นเช็คใบนี้ความจริงแล้วก็เพื่อบีบให้เธอตัดสินใจเท่านั้น เธอไม่มีทางบีบให้หล่อนไปจากเย่เนี่ยนโม่จริงๆ เพราะเธอรู้จักนิสัยของหลานชายตัวเองดี บีบเธอก็ไร้ประโยชน์
เห็นติงยียีก้มหน้ามองเช็คไม่พูดอะไร ฝู้เฟิ่งหยีพูดด้วยเสียงที่อ่อนลงว่า “ขอแค่เธออดทนอีกสองสามเดือน รอจนเด็กคลอดออกมาเธอก็ยังกลับมาได้”
ติงยียีก็ยังไม่พูดอะไร ฝู้เฟิ่งหยีลุกขึ้นยืน ซางหัวรีบไปพยุงเธอ เธอพูดอย่างมีเลศนัยว่า “ฉันก็ไม่ได้เร่งรัดเธอ เธอคิดดูให้ดีๆ ถึงเวลาพวกเราค่อยาคุยกัน”
เธอหมุนตัวไปอย่างสง่างาม มีเสียงเบาๆดังมาจากด้านหลัง “ฉันตัดสินใจได้แล้วค่ะ”
ฝู้เฟิ่งหยีหันมามองเช็คที่เธอถืออยู่ในมือ สีหน้าสงบนิ่งมั่นคง “ฉันเลือกเช็คค่ะ”