ตอนที่ 1580
บทที่ 1580 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1420
October 28, 2026
ติงยียีรีบพูดว่า “แค่นี้ก่อนเถอะค่ะ แค่นี้ก็พอแล้ว”
สวีเห้าเซิงพยักหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดก็พูดว่า “ลูก เพราะพี่สาวของลูกทำให้ก่อนหน้านี้ พ่อทำเรื่องเหล่านั้นที่ไม่ยุติธรรมกับลูก”
ติงยียีรีบเงยหน้าขึ้นมามองเขา จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินอีก แต่แขนอีกข้างที่อยู่ข้างลำตัวสั่นเล็กน้อย
ทันใดนั้นก็มีมือข้างหนึ่งมากุมไว้ นิ้วมือสอดประสานกัน เธอหันไปมองเย่เนี่ยนโม่ อีกฝ่ายยังมีสีหน้าท่าทางเคร่งเครียด แต่มุมปากมีรอยยิ้มบางๆ
สวีเห้าเซิงเลียริมฝีปากที่แห้งกร้าน “พ่อจะไปอยู่เยอรมันสักระยะนะ”
ข่าวนี้ทำให้ติงยียีตกใจเล็กน้อย เธอถาม “ทำไมคะ”
สวีเห้าเซิงยิ้ม “ไม่มีอะไร ทางนั้นอยากเชิญพ่อไปให้คำชี้แนะ พ่อเองก็อยากใช้โอกาสที่ยังไม่แก่สู้อีกสักครั้ง”
ติงยียีรู้ว่านี่ไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง แต่กลับไม่ได้โต้แย้ง เธอกำลังรอให้เขาพูดต่อ
“พ่อรู้ว่าลูกไม่ใช่คนที่ละโมบเห็นแก่เงินแบบนั้น แต่สิ่งที่พ่อทำให้ลูกได้ ก็มีเพียงแค่เงินเท่านั้น”สวีเห้าเซิงพูดพลางดึงเอกสารชุดหนึ่งออกมา
เอกสารหน้าแรกก็คือพินัยกรรม บนพินัยกรรมเขียนว่าทรัพย์สิน80%ของสวีเห้าเซิงยกให้ติงยียี ที่เหลือยกให้อ้าวเสว่
ติงยียีมองดูรายการทรัพย์สินที่แสดงรายชื่อร้านค้ายาวเหยียดและยังมีชื่อกองทุนระบุอยู่บนพินัยกรรม เธอนิ่งเงียบ สวีเห้าเซิงรีบพูดว่า “ลูก พ่อแค่อยากทำหน้าที่ของพ่อให้เต็มที่”
“ฉันยอมรับค่ะ” คำพูดที่สั้นๆตรงไปตรงมาของติงยียีทำให้สวีเห้าเซิงกับเย่เนี่ยนโม่แปลกใจเล็กน้อย สวีเห้าเซิงตกใจเล็กน้อยจจากนั้นก็ตอบรับด้วยความดีใจ เย่เนี่ยนโม่กลับขมวดคิ้วเล็กน้อย
ทุกอย่างมันราบรื่นเกินไป ราบรื่นจนทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ เห็นท่าทางติงยียีกินอาหารอย่างนิ่งเงียบ เขายิ่งไม่วางใจ
สวีเห้าเซิงพูดอย่างดีใจอยู่ข้างๆว่า “แบบนี้ดีมาก วันมะรืน พวกเราไปที่สำนักงานทนายความเพื่อแก้ไขตามขั้นตอนนะ”
วันมะรืน ติงยียีหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรู้ วันที่ตนเองต้องจากไปอาจจะยิ่งใกล้เข้ามาแล้ว
พอกลับมาที่บ้าน ติงยียีรีบโทรหาพ่อ เธอรู้ว่าตนเองไปพบเขาไม่ได้ มิเช่นนั้นเย่เนี่ยนโม่ต้องสงสัยแน่นอน
โทรศัพท์โทรติดแล้ว ติงต้าเฉินรับสาย “ลูกรัก” ทำให้ติงยียีน้ำตาคลอเบ้า เธอส่งเสียงตอบรับ
“ทำไมถึงโทรมาหาพ่อได้ล่ะ คงไม่ใช่ว่าไอ้เจ้าคนตระกูลเย่นั่นมันทำอะไรลูกหรอกนะ” น้ำเสียงติงต้าเฉินดุดันขึ้นมา ติงยียีได้ยินเสียงของป้าที่เข้ามาพูดอะไรเล็กน้อยด้วย
“ไม่มีอะไรค่ะ ก็แค่คิดถึงพวกคุณ อีกอย่างจะบอกพวกคุณว่าหนูต้องไปถ่ายหนังเรื่องหนึ่งที่ต่างประเทศสักระยะนะคะ”
“ไปถ่ายหนังที่ต่างประเทศ งั้นดีมาก ถือว่าตระกูลติงของพวกเราผลิตคนคุณภาพแล้วสินะ” ติงต้าเฉินหัวเราะลั่น
น้ำตาติงยียีคลออยู่ในเบ้าตา ความจริงแล้วเธออกตัญญูมาก ที่ทำให้คนแก่ในบ้านต้องคอยเป็นห่วงตนเองตลอด
เธอสูดลมหายใจลึกๆเพื่อให้อารมณ์กลับมาสงบตามปกติ แล้วจึงเอ่ยว่า “พ่อ หนูโอนเงินหนึ่งแสนเข้าบัญชีพ่อนะ พ่ออยากซื้ออะไรก็ซื้อตามปกติได้เลย ไม่ต้องประหยัด”
“หนึ่งแสน!” ติงต้าเฉินพูดอย่างแปลกใจ “ลูกไปเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน เงินนี้เก็บเอาไว้เป็นสินเดิมเถอะ”
ติงยียีฝืนยิ้มพูดว่า “อย่าลืมสิคะว่าตอนนี้ลูกสาวพ่อเป็นดาราดังนะ เอาละ หนูต้องไปทำงานแล้ว แค่นี้นะคะพ่อ”
หลังจากที่เธอวางสาย ก็ทนไม่ไหวร้องไห้โฮออกมา หลังจากร้องพอแล้ว เธอก็เริ่มเก็บสัมภาระด้วยดวงตาที่บวมทั้งสองข้าง เธอคิดดีแล้ว วันที่เธอไปรับรองเอกสารกับสวีเห้าเซิงนั้นเป็นโอกาสที่ดี เธอจะไม่ยอมให้คนอื่นชักนำความรักแม้จะสำคัญ แต่ถ้าต้องทำให้เธอสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง เธอไม่ยอม
ไม่นานเธอก็พบว่าบางอย่างผิดปกติ พาสปอร์ตหายไปแล้ว หลังจากที่กลับจากบาหลีเธอก็ไม่ได้แตะต้องกระเป๋าเดินทางอีกเลย พาสปอร์ตก็น่าจะวางไว้ในกระเป๋าเดินทางถึงจะถูก ในใจเธอนึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง ความคิดแบบนี้ทำให้เธอสั่นไปทั้งตัว
เวลานี้เองโทรศัพท์ที่อยู่ข้างๆก็ส่งเสียงดังขึ้นมา เสียงเย่เนี่ยนโม่ยังคงน่าฟังเหมือนเช่นที่ผ่านมา “กำลังทำอะไรอยู่”
ติงยียีมองห้องที่รกรุงรัง พูดเบาๆว่า “ไม่มีอะไร กำลังเก็บของในห้อง”
ทั้งสองลาเรื่องมาพูดคุยกันเรื่อยๆ จนกระทั่งวางสาย คิ้วของเย่เนี่ยนโม่ยังไม่คลายออกจากกันเลย เขามักจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ตกลงว่าตรงไหนที่ผิดปกติกันแน่ เขาก็ไม่รู้
“ต้องส่งคนไปคอยคุ้มครองคุณยียีหรือเปล่าครับคุณชาย ” เย่ป๋อเอ่ยถาม
“ไม่ต้อง” เย่เนี่ยนโม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ ในเมื่อติงยียีไม่อยากให้เขาทำแบบนี้ เขาก็จะไม่ทำแบบนี้ เขาอยากให้เธอมีช่องว่างทางอิสระมากพอ แบบนี้เธอก็จะไม่คิดที่จะจากเขาไป
เขาเปิดลิ้นชัก มองพาสปอร์ตที่อยู่ข้างในอย่างเงียบๆ ถอนหายใจอย่างแรง