ตอนที่ 1581
บทที่ 1581 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1421
October 28, 2026
ทำไมเขาถึงตามใจติงยียีขนาดนั้น เขาต้องการอะไรจากตัวของติงยียี ชิวไป๋มองดูติงยียีที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างก็นึกขึ้นได้ฉับพลันว่าคนที่เกี่ยวข้องกับติงยียีก็คือเย่เนี่ยนโม่ และเบื้องหลังของเนี่ยนโม่ก็คือบริษัทเย่ซื่อ
ถ้าหากว่าจางจื๋อหรุ่ยต้องการใช้ตัวติงยียีไปข่มขู่เย่เนี่ยนโม่ แล้วอย่างนั้นเขาทำเพื่ออะไร ชิวไป๋สับสนกับคำถามที่วุ่นวายในสมอง
“เขามาแล้ว” ติงยียีหันหลังแล้วกล่าวเบาๆ เธอเดินไปถึงกลางบ้าน วางมือลงบนกระเป๋าเดินทาง มือของชิวไป๋ก็มากุมเธอไว้ จากนั้นกล่าวอย่างจริงจัง: “เธอตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม จากไปครั้งนี้อาจไม่สามารถหวนกลับมาอีกได้นะ”
ติงยียีค่อยๆดึงมือของเธอออก จากนั้นทำการกุมใหม่อีกครั้ง “ขอบคุณเธอมากที่ดูแลฉันมานานขนาดนี้”
ดวงตาชิวไป๋เริ่มแดงขึ้น “เธอไปถึงอเมริกาแล้วสามารถไปหาอันหรันได้นะ เขาจะต้องดีใจมากแน่ ๆ”
“ฉันจะไปหาเขาแน่นอน” ติงยียีเดินออกจากห้องอย่างใจเย็น ฝีเท้าของเธอช้าและหนักแน่น ชิวไป๋ยืนอยู่ที่ริมหน้าต่างมองดูติงยียีขึ้นรถ จากนั้นรถก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไกลออกไป
บนรถ ติงยียีนั่งมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างอย่างเงียบ ๆ ใกล้จะตรุษจีนแล้ว ซึ่งนั่นก็หมายความว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมา ถึงตอนนั้นตัวเองจะอยู่ที่ไหน? แล้วกำลังทำอะไรอยู่?
รถได้จอดลง เย่เนี่ยนโม่ลงจากรถและเดินตรงไปที่ร้านเคเอฟซีที่อยู่ข้างทาง ติงยียีมองดูเขาที่คุยกับพนักงานอย่างตั้งใจ เธอดึงสายตากลับ แล้วหยิบสร้อยคอหนึ่งเส้นออกจากกระเป๋า สร้อยคอเส้นนั้นเป็นของขวัญชิ้นแรกที่เขามอบให้กับเธอ
เป็นสร้อยคอที่งดงามและราคาแพงมาก แต่เธอต้องการตัดขาดจากเขาอย่างไม่มีเยื่อใย เธอจึงใส่สร้อยคอนี้เข้าไปในเก๊ะรถ ในเก๊ะรถมีหนังสือนิทานเล่มหนึ่ง
ติงยียีชะงักแล้วหยิบหนังสือนิทานขึ้นมาเปิดดู ทำให้หวนคิดถึงคืนที่อยู่ปารีสที่เย่เนี่ยนโม่อ่านนิทานให้ตัวเองฟัง
เธอยิ้ม อยากจะเก็บหนังสือนิทานกลับไปไว้ที่เดิม แต่นิ้วมือกลับกำไว้แน่น เธอถอนหายใจ จากนั้นเก็บหนังสือนิทานไปใส่ไว้ในกระเป๋า ของที่ไม่อยู่ในสายตาแบบนี้เขาคงไม่น่าจะสนใจหรอกมั้ง ให้เธอเก็บไว้เป็นความทรงจำแล้วกัน
ประตูถูกเปิดออก ลมเย็นได้พัดโชยเข้ามา สักพักร่างหนึ่งก็ได้บังลมเย็นนั้นไว้ เย่เนี่ยนโม่วางถุงหนึ่งถุงลงในมือของเธอ
ติงยียีเปิดถุงออก แล้วหยิบจี้กระต่ายเล็ก ๆ สีขาวออกมา เย่เนี่ยนโม่นั่งนิ่งแล้วมองดู “พนักงานสาวที่ขายอาหารดึงดันที่จะแถมให้”
ติงยียีถือเล่นอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าวขึ้นทันใด:“ของขวัญที่คุณให้ฉันครั้งก่อน ฉันยังไม่ได้ให้ของขวัญตอบคุณเลย หรือว่าสิ่งนี้ถือเป็นของขวัญจากฉันแล้วกันนะ”
เย่เนี่ยนโม่เหลือบมองจี้กุญแจที่มือของเธอแวบหนึ่ง จากนั้นก็ขับรถต่อไปอย่างเงียบๆ
ติงยียีกะพริบตา “ในเมื่อคุณไม่ชอบ อย่างนั้นก็คงต้องโยนทิ้ง” เธอเปิดกระจกรถ มือข้างหนึ่งได้ยื่นมาแย่งจี้ที่อยู่ในมือของเธอไป
ติงยียียิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ทันใดนั้นริมฝีปากอุ่นขึ้นฉับพลัน สายตาเย่เนี่ยนโม่ที่เคร่งขรึม “รอดูนะว่าคืนนี้ฉันจะจัดการเธออย่างไร”
รถยนต์ได้แล่นมาถึงที่หน้าสำนักงานทนายความ ติงยียีเปิดประตูรถแล้วโบกมือให้กับเย่เนี่ยนโม่
จู่ ๆ เย่เนี่ยนโม่ก็รู้สึกใจคอไม่ดี จนถึงขั้นลังเลใจว่าจะอยู่เป็นเพื่อนตีงยียีดีไหม
ติงยียีกำลังจะหันหลังก็ถูกเรียกขึ้น เสียงของเย่เนี่ยนโม่มีความกระวนกระวายใจเล็กน้อย “มีร้านอาหารเปิดใหม่ คืนนี้ฉันจะพาเธอไปทานนะ”
ติงยียีจ้องเขาราวกับอยากจะบันทึกความทรงจำของเขาไว้สมองทั้งหมด สักพักเธอพยักหน้า และฉีกยิ้มกว้างขึ้น “ค่ะ ฉันจะรอคุณนะ”
กระทั่งรถได้เคลื่อนจากไปจนไม่เห็นเงา ติงยียีถึงได้หันหลังไปอย่างเงียบ ๆ เธอยกเท้าก้าวเดิน แต่กลับไม่สามารถที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าได้
ในห้องทำงาน หลังจากสวีเห้าเซิงเห็นการปรากฏตัวของติงยียีแล้ว ถึงได้ถอนหายใจยาว ๆ ออกมา “ยียี หนูมาแล้วเหรอ”
เขาเดินเข้าไปต้อนรับ แต่กลับถูกน้ำตาของเธอทำให้ตกใจ เขาจึงรีบถามขึ้น “ยียีเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น”
ติงยียีส่ายหน้า “พวกเราเริ่มกันเถอะ” กระบวนการขั้นตอนเป็นไปอย่างราบรื่น ติงยียีรู้สึกว่าน่าทึ่งมาก หลังจากเซ็นสัญญา เธอก็จะสามารถเป็นเศรษฐีโดยไม่ต้องทำอะไร ที่เหมือนกับตัวเองในตอนนั้นที่จู่ ๆ ได้เป็นลูกของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของประเทศอย่างสวีเห้าเซิง
สวีเห้าเซิงเก็บเอกสาร ครุ่นคิดสักพักแล้วสุดท้ายก็กล่าวขึ้น :“อย่าไปตำหนิแม่ของหนูเลย นิสัยของแม่หนูก็เป็นแบบนี้แหละ”
ติงยียีดูนาฬิกาครู่หนึ่ง เธอไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าในเอกสารนั้นมีเลขศูนย์กี่ตัว เธอก็รีบเก็บเอกสารแล้วกล่าวขึ้น “แม่ของฉันเสียไปตั้งนานแล้ว”
สวีเห้าเซิงรู้ว่าเธอไม่มีทางที่จะให้อภัยเขากับซือซือได้เร็วขนาดนั้น จึงได้แต่ถอนหายใจ