ตอนที่ 1592
บทที่ 1592 สาวใช้ของคุณชายเย่ 1432
October 28, 2026
" เรายังมีเวลาอีกมากที่จะคุยกันดีๆ นะครับ " เขาพูดกับAlinเบาๆ นัยหนึ่งก็เหมือนเขากำลังพูดกับติงยียี
หลังจากฝีเท้าที่นิ่งและมั่นคงค่อยๆ เดินจากไป ติงยียีก็พูดด้วยความละอายใจ: " อาจารย์คะ ทั้งหมดมันเป็นเพราะหนูเอง เราจะทำยังไงดี ธุรกิจของอาจารย์ที่อยู่ในแผ่นดินใหญ่ของประเทศจีนจะจัดการยังไงคะ? "
Alin เหอะสองทีพร้อมพูดต่อ " มันก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะที่จะเจอลูกศิษย์มีความสามารถแล้วยังถูกชะตากับเราอีก แค่เธอบอกว่าไม่อยากไป ก็ไม่มีใครพาเธอไปจากที่นี่ได้! "
ภายในโรงแรม ขณะที่เย่เนี่ยนโม่กำลังนั่งอยู่ เย่ป๋อก็ลังเลและพูดขึ้นมา " Alin มีอำนาจมากในประเทศฝรั่งเศส บุคคลชั้นสูงที่นี่ก็ต่างไว้หน้าเขาทั้งนั้น ในพื้นที่ของเราคงไม่มีแผนที่จะเอาชนะได้เลยแม้แต่นิดเดียว "
เย่เนี่ยนโม่ยังคงนิ่งเงียบ นิ้วชี้ของเขาลูบไล้ลงบนผิวของเพชรเบาๆ แม้แต่สีหน้าก็ยังคงดูนิ่งเฉย แล้วในที่สุดเขาก็ยอมพูดออกมา " พรุ่งนี้กลับประเทศ "
เย่ป๋อรู้สึกแปลกใจในการตัดสินใจของคุณชาย แต่เมื่อได้เห็นสีหน้าและอารมณ์ที่ดูเย็นสุขุมก็เข้าใจแล้วว่า คุณชายจะต้องคิดแผนอย่างดีแล้วแน่จึงจะตัดสินใจทำอะไร
ขณะนั้นเอง โทรศัพท์ในมือของเย่ป๋อก็ดังขึ้น เขารับและตอบกลับไป ก่อนจะยื่นมันให้คุณชาย " คุณอ้าวเสว่ต้องการคุยกับคุณชายครับ จะรับไหมครับ "
เย่เนี่ยนโม่กำลังคิดจะปัดมือเป็นเชิงไม่รับ แต่จู่ๆ ก็เปลี่ยนความคิด จึงหยิบโทรศัพท์มาคุย น้ำเสียงของคุณอ้าวเสว่ ฟังดูหวานหยดย้อย " เนี่ยนโม่ ฉันรบกวนคุณหรือเปล่าคะ? กี่วันมานี้คุณยายคิดถึงคุณมาก แกดูกินอาหารไม่ค่อยลงเลยค่ะ "
" ลองให้หมอมาดูหน่อยแล้วกัน " เย่เนี่ยนโม่พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ อ้าวเสว่ที่อยู่ไปสายก็ตอบตกลงทันที แล้วจึงจะวางสายไป
ณ บ้านตระกูลเย่ อ้าวเสว่โยนโทรศัพท์ไว้บนพื้น จากนั้นก็ฉีกยิ้มและมองไปยังซางหัวที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น " พอละ แกได้ยินเสียงเนี่ยนโม่แล้ว รีบเก็บข้าวของเธอไสหัวไปซะ "
" ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะรอให้คุณชายกลับมา! ฉันต้องรอเจอท่านนายก่อน! " ซางหัวที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น สีหน้าดูดุร้าย เธอจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น ไม่ยอม!
คิ้วที่ได้รูปสวยของอ้าวเสว่ขมวดแน่นขึ้น " เธอก็อย่าลืมแล้วกันว่าเนี่ยนโม่จะขับไล่สายส่งเธอออกไปด้วยตัวเอง "
" มันคือความยินยอมของท่านนายเย่ เพียงแค่ขอให้ฉันได้เจอคุณท่านฉันจึงจะยอมจากไปแต่โดยดี เพราะถ้าไม่เป็นเช่นนั้น เธอก็อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมออกไปจากที่นี่! "
ซางหัวพยายามฝืนตัวเพื่อลุกขึ้นมา ในตอนแรกเธอนึกว่าตัวเองทำเป็นยอมแพ้เพื่อที่จะให้ผู้หญิงคนนั้นประมาทไม่ระวังตัว นึกไม่ถึงเลยว่าเธอยังอยากจะให้ตัวเองออกไปจากที่นี่อีก ถ้างั้นตัวเธอก็คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำตัวอ่อนแออีกต่อไป
อ้าวเสว่จ้องเขม็งเงาหลังที่เดินจากไปของอ้าวเสว่ ด้วยสีหน้าที่ยังคงขมวดคิ้วแน่น ในตอนนี้มันไม่ง่ายเลยที่เธอกับเย่เนี่ยนโม่จะพัฒนาความสัมพันธ์กัน เย่เนี่ยนโม่ถึงขนาดยอมรับโทรศัพท์เธอ เพราะฉะนั้นเธอจะไม่ยอมให้ซางหัวมาก่อกวนในบ้านตระกูลเย่เป็นอันขาด อีกอย่างคำพูดของแม่ตัวเองทำให้เธอฉุกคิดมาโดยตลอด บางทีการที่ซางหัวไม่ยอมออกไป สุดท้ายเธอก็คงจะมีจุดจบที่ไม่ค่อยสวยนัก ถึงแม้ว่าเธอจะเลว แต่เธอก็ไม่อยากทำเรื่องโหดเหี้ยมอำมหิตขนาดนั้น
เธอลูบท้องของตัวเองเบาๆ อากัปกิริยาดูเชื่องช้า และทันใดนั้นก็มีความคิดหนึ่งผุดเข้ามาในหัวเธอ มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ดูชั่วร้าย
ภายในห้องหนังสือ ฝู้เฟิ่งหยีกำลังคัดตำราอะไรบางอย่าง อ้าวเสว่ก็ยกชาเดินเข้ามา " คุณยายคะ นี่คือชาปี้หลัวชุนชั้นดีเลยค่ะ หนูเลือกเฉพาะยอดชาของมันเลย คุณยายลองดื่มดูสิคะ ดื่มตอนนี้กำลังพอดีเลย "
ฝู้เฟิ่งหยีมองเธอด้วยสายตาที่ดูพึงพอใจ ในช่วงนี้ไม่ว่าอ้าวเสว่จะทำอะไรเธอก็รู้สึกพอใจไปหมด แน่นอนว่าถ้าเหลนของเธอได้เกิดมาแล้วแล้วก็เธอก็คงจะพอใจมากกว่านี้
" ลูกในท้องของเธอก็สี่เดือนแล้ว ปกติก็ต้องประคบประหงมอย่างดี ร่างกายของเธอมันมีค่ามากนะ " ฝู้เฟิ่งหยีดื่มชาไป ก็พูดกำชับอย่างละเอียด
" ได้ค่ะคุณยาย จริงสิ ช่วงนี้วัดแถบชานเมืองตงเจียงมีงานด้วยนะคะ ไม่งั้นเราไปไหว้ที่นั่นกันไหมคะ แวะเข้าไปขอพรให้คุณลุงคุณป้าด้วย แล้วก็เนี่ยนโม่อีกคน "
ฝู้เฟิ่งหยีพยักหน้า " ถ้าลูกหลานตั้งมั่นแล้ว คนแก่อย่างฉันก็คงต้องเรียกให้คนเตรียมการหน่อยล่ะ "
" คุณยายคะ ที่นั่นคงพาคนไปเยอะไม่ค่อยได้หรอกค่ะ เดี๋ยวมันจะรู้ว่าเราไม่จริงใจ หนูคิดว่าซางหัวก็ไม่เลวเลยนะคะ แกดูเป็นคนฉลาดมีความคิดดี เราให้เธอไปด้วยก็น่าจะพอแล้วนะคะ "
ฝู้เฟิ่งหยีคิดๆ ดูแล้วก็รู้สึกว่าสิ่งที่เธอพูดก็มีเหตุผลดี จากนั้นเธอก็ตะโกนเรียกให้พ่อบ้านจัดเตรียมเรื่องต่างๆ
ตอนบ่าย ในหน้าประตูวัด มือหนึ่งของซางหัวถือของใช้จำเป็นของคุณแม่ตั้งครรภ์ และอีกมือหนึ่งก็ถือเสื้อหนังสัตว์ที่อ้าวเสว่ไว้เตรียมใส่ตลอดเวลา แถมที่คอก็ยังขวดน้ำแขวนเอาไว้อีก
ฝู้เฟิ่งหยีกับอ้าวเสว่ก็เข้าไปในวัดเพื่อกราบไหว้ ซางหัวก็ยังคงยืนอยู่หน้าประตูวัดเช่นเดิม วันนี้เธอระมัดระวังตัวตลอดเพราะกลัวอ้าวเสว่แกล้งเธอ แต่อีกฝ่ายไม่มีท่าทีอะไร เพียงแต่ให้เธอถือของมากมายก็เท่านั้น
คิดเหรอว่าการที่ให้ทำแบบนี้จะทำให้เธอยอมถอยได้? ซางหัวยิ้มเย็น มือทั้งสองข้างที่ถือของเอาไว้ เมื่อผ่านไปสักพักใหญ่ มือของเธอก็เริ่มรู้สึกชาจนไร้ความรู้สึกใดๆแล้ว อ้าวเสว่ก็ประคองแขนของฝู้เฟิ่งหยีเดินออกมาช้าๆ
" คุณยายรอแป๊บหนึ่งนะคะ หนูจะเอาเงินไปใส่ตู้น้ำมันสักหน่อย มันถึงจะแสดงความจริงใจของพวกเราได้ค่ะ " อ้าวเสว่หยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กและยิ้มเนิบๆ พร้อมเดินไปยังตู้บริจาคเงินน้ำมัน
" เสแสร้งล่ะสิไม่ว่า " ซางหัวพูดพึมพำคนเดียวเงียบๆ
" ซางหัว มาประคองฉันหน่อยสิจ๊ะ " อ้าวเสว่ที่ยืนอยู่ไกลๆ ก็ตะโกนออกมา เธอจึงรีบตอบรับ และเดินสาวเท้าวิ่งตรงไปยังอ้าวเสว่
เพราะเธอยืนนานเกินไป และในมือก็ถือของไว้เยอะ มันจึงทำให้มือของเธอมีอาการชาจนแทบจะแบมือไม่ได้ ท่าทีในขณะที่ประคองอ้าวเสว่จึงดูเหมือนวางมือเบาๆ เท่านั้น