ตอนที่ 1595
บทที่ 1595 สาวใช้ของคุณชายเย่ 1435
October 28, 2026
คำพูดของเขาดูจืดจาง ประหนึ่งใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวและปล่อยวางกับสิ่งที่เป็น ติงยียีคิดอย่างนั้น แต่เธอไม่ได้สังเกตถึงแววตาที่โศกเศร้าของเขา
บรรยากาศโดยรอบดูอึมครึม ทันใดนั้นโทรศัพท์ของติงยียีก็ดังขึ้น เธอจึงรีบโดดลงจากเตียง พอเหยียบลงไปบนพื้นก็ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
" ยียี ฉันคือชิวไป๋เอง เธอสบายดีไหม? " เพราะว่าในที่สุดตัวเองก็สามารถโทรหาติงยียีติด ชิวไป๋ก็ดีใจมาก
" ขอโทษนะที่ทำให้เธอเป็นห่วง " ติงยียีรู้สึกว่าอายแก่ใจไม่ลดละ ที่เธอใช้เบอร์โทรศัพท์เก่าก็เป็นเพราะกังวลว่าเย่ชูหวินจะตามหาเธอเจอ แต่ดันลืมว่ายังมีคนที่บ้านเกิดอันแสนไกลก็เป็นห่วงเธอเช่นกัน
ชิวไป๋ก็เปลี่ยนบทสนทนา " อย่าพึ่งคุยกันเรื่องนี้เลย ที่ฉันอยู่ตอนนี้ว่าจะให้เธอรับงานส่วนตัวหน่อย งานดีเลยทีเดียว ทำแค่วันเดียวเงินที่ได้แทบจะเท่ากับมนุษย์เงินเดือนถึงสองเดือนเลยนะ "
ติงยียีลังเลว่าจะบอกกับเธอดีไหมว่าตัวเองกำลังตัดสินใจที่จะตั้งใจเรียนออกแบบจิวเวลรี่อยู่ ชิวไป๋ไม่เห็นเธอมีท่าทีลังเล จึงพูดด้วยความดีใจว่า: " ถ้าทำงานชั่วคราวนี้เสร็จแล้วละก็ ยียี เธอไม่ต้องทำงานไปอีกนานเลยนะ จากนั้นก็เอาเงินตรงนี้ไปใช้เรียนออกแบบจิวเวลรี่ต่อไง "
คำพูดของเธอทำให้ติงยียีถึงกับใจเต้น ตัวเธอเองก็ไม่อยากพึ่งพาใคร ถ้ามีเงินก้อนนั้นเธอก็จะสามารถเปิดร้านเป็นของตัวเองได้ " เอาสิ เดี๋ยวฉันจะกลับประเทศเอง "
เธอกลับเข้ามาในประเทศจีนอีกครั้ง ติงยียีมองผู้คนที่มีสีผิวที่เหมือนเธอ แค่ได้ยินภาษาที่เหมือนกัน ก็ทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นไม่น้อย เย่ชูหวินก็ยืนนิ่งๆ อยู่ข้างเธอ
แล้วก็มีรถอัลพาร์ดคันหนึ่งจอดลงตรงหน้าพวกเขา ชิวไป๋ลงจากรถก็วิ่งเข้ามากอดติงยียีทันที " ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ "
เย่ชูหวินมองพวกเขาที่กอดกันอย่างยิ้มๆ ทันใดนั้นสายตาของเขาก็เย็นชาลงทันที ติงยียีจึงถามด้วยความแปลกใจ: " เป็นอะไรไปเหรอ? "
เขาส่ายหน้า แววตาของเขาพุ่งไปยังชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในกลุ่มคนที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เย่เนี่ยนโม่คงรู้ว่าติงยียีกลับมาแล้ว แต่ทำไมเขาถึงไม่ปรากฏตัวออกมาล่ะ?
" พวกคุณไปธุระก่อนเถอะ ผมมีเรื่องต้องจัดการ " เขาไม่รอให้สองคนตอบรับแต่เดินตรงดิ่งไปยังกลุ่มคนพวกนั้น
ภายในตรอกเล็กๆ ผู้ชายคนหนึ่งเดินถอยหลังและมองด้วยความระมัดระวัง " ไม่ต้องมองแล้ว ฉันอยู่นี่ " เย่ชูหวินเดินไปตรงหน้าเขาและมองด้วยสายตาเย็นยะเยือก
" คุณชูหวิน " ชายคนนั้นรู้สถานะของเย่ชูหวิน แน่นอนว่าคงไม่สามารถยึกยักกับเขาได้ " ทั้งหมดนี้เป็นคำสั่งของคุณชายเย่เนี่ยนโม่ครับ "
เย่ชูหวินรู้ดีว่าเขาคงไม่ยอมคายความลับออกมา จึงหันตัวแล้วตรงดิ่งไปยังตระกูลเย่
ภายในโถงใหญ่ของตระกูลเย่ คนรับใช้หญิงห้าหกคนเรียงกันเป็นแถวเดียวเพียงเพื่อที่จะคอยปรนนิบัติหญิงตั้งครรภ์เพียงหนึ่งคน ฝู้เฟิ่งหยีนั่งอยู่อีกข้างเพื่อคอยกำชับพ่อบ้านให้ยกซุปบำรุงที่ตุ๋นใหม่มาให้อ้าวเสว่
" เด็กดี เธอต้องบำรุงหน่อยนะ รีบดื่มเข้าไปสิ "
" ได้ค่ะคุณยาย นำซุปนี้รสชาติดีเลยทีเดียวค่ะ "
อ้าวเสว่ซดน้ำซุปคำเล็กคำน้อย เธอแทบอยากจะอ้วกออกมาอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องทำตัวเอาใจฝู้เฟิ่งหยีก็เท่านั้น
" คืนนี้เนี่ยนโม่จะกลับมากินข้าวไหมคะ? " แววตาของอ้าวเสว่เปล่งประกายออกมาอย่างมีความหวัง ฝู้เฟิ่งหยีตกไปที่หลังมือเธอแล้วหัวเราะด้วยความเอ็นดู
" เพราะรู้ไงจ๊ะว่าเธอเป็นห่วงเรื่องนี้ ฉันก็เลยให้คนไปถามมาแล้ว กลับมาทานมื้อเย็นอยู่แล้วล่ะ! "
พูดถึงใครคนนั้นก็มาพอดี เย่เนี่ยนโม่สาวเท้าเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว พ่อบ้านจึงรีบไปรับเสื้อตัวนอกในมือของเขาเอาไว้ ดูเหมือนวันนี้เขาจะอารมณ์ดีมาก มุมปากก็มีรอยยิ้มเล็กๆ
มันโต๊ะอาหารนั้น อ้าวเสว่ตักน้ำซุปใส่ชามให้เขาแล้ววางลงตรงหน้าของเขา ครั้งนี้เขาไม่ได้ปฏิเสธอะไร มันทำให้ใจของอ้าวเสว่กระชุ่มกระชวยขึ้นมา ในที่สุดก็ไม่มีติงยียี เย่เนี่ยนโม่จะต้องเปลี่ยนความคิดอย่างแน่นอน ไม่แน่สุดท้ายก็ไม่ต้องเอาเด็กคนนี้ออก แล้วจะให้เย่เนี่ยนโม่มาเป็นพ่อเด็กแทน
เธอยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกมีความสุข จากนั้นจึงหยิบตะเกียบเตรียมที่จะคีบกุ้งในจานหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลออกไป เธอยื่นมือยังไงก็ไม่ถึง จังหวะที่จะเรียกคนใช้ ก็มีตะเกียบคู่หนึ่งคีบกุ้งอบน้ำมันมาวางในจานของเธอ จากนั้นก็ยกกุ้งชามนั้นมาวางตรงหน้าของเธอให้
อ้าวเสว่เผยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นและตกตะลึงให้กับการกระทำนี้ คนใช้รีบเดินมาข้างหน้าและสวมถุงมือเพื่อแกะกุ้งให้อ้าวเสว่ ฉากนี้ดันไปเข้าตาเย่ชูหวินที่เดินเข้ามาพอดี ช่างน่าขันเสียจริง
" เย่เนี่ยนโม่ ไม่นึกเลยว่า ภายในเวลาอันสั้น คุณก็แต่งงานใหม่เสียแล้ว? " เขาโกรธจนต้องดันมือพ่อบ้านออก
เย่เนี่ยนโม่ยังคงทำสีหน้าเช่นเดิม เขาหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปากอย่างสง่างาม และมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉย อ้าวเสว่ใจสั่นขึ้นมา จากนั้นก็แบกท้องแล้วยืนขึ้น " ชูหวินมาทานข้าวด้วยกันสิจ๊ะ "
เย่ชูหวินกวาดสายตามองท้องของเธอ " ไม่จำเป็น "
เขามองเย่เนี่ยนโม่ด้วยความเย็นชา เงียบไปสักพักจึงจะพูดว่า " การที่คุณทำแบบนี้ก็มีแต่จะทำให้ติงยียียิ่งห่างคุณออกไปไกลมากขึ้น "
ติงยียีสามคำนี้ มันคือฝันร้ายของอ้าวเสว่ชัดๆ เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าในขณะที่เย่เนี่ยนโม่ใกล้จะเปลี่ยนใจจากผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อนี้ก็ยังไม่วายตามมารังควานพวกเขาอีกจนได้