ตอนที่ 1609
บทที่ 1609 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1449
October 28, 2026
บรรยากาศในตอนนี้เย็นลงถึงขึ้นหนาวยะเยือก เย่เนี่ยนโม่หน้าบึ้ง น้ำเสียงดุร้ายน่ากลัว “ศูนย์การค้าสากลไม่นำเข้าสินค้าจากยุโรป จะเกิดผลกระทบอย่างร้ายแรง แต่ถ้าแบรนด์ของยุโรปไม่เข้ามาที่ศูนย์การค้าสากล คนที่เสียหายก็คือตัวแบรน์ทั้งหมด”
“คุณ!” Alinจ้องมองเขาอย่างโมโห “เนี่ยนโม่ อาจารย์Alin เอเลน” เสียงอ้าวเสว่ดังมา เธอมีสาวใช้ประคองอยู่ “ฉันได้เกลี้ยกล่อมคุณย่าแล้ว ตอนนี้ยียีกลับไปพักที่ห้องแล้วค่ะ”
“หึ!”Alinเหลือบมองเย่เนี่ยนโม่ หมุนตัวเดินไปหาติงยียี เอเลนลังเลอยู่ชั่วครู่ นึกถึงสถานะตัวเองขึ้นมาได้ จึงไม่ได้ตามไปด้วยท่าทีลังเล เย่เนี่ยนโม่มองอ้าวเสว่ พูดว่า
“ลำบากคุณแล้ว”
“ในอดีตฉันเคยทำเรื่องที่ผิดมามาก แต่ฉันรู้ว่าฉันต้องจากไปแล้ว ต่อไปเธอคือแม่ของลูก ดังนั้นฉันอยากจะช่วยสะสมคุณงามความดีให้ลูก ”
อ้าวเสว่มีสีหน้าเศร้าโศก ริมฝีปากเย่เนี่ยนโม่เม้มเป็นเส้นตรง “ตามผมมา”
ภายในห้อง เขาเอาหนังสือสัญญาฉบับหนึ่งวางตรงหน้าเธอ “เซ็นสัญญาฉบับนี้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก ในนั้นน่าจะมีเงินมากพอให้คุณใช้ไปตลอดชีวิต”
อ้าวเสว่หยิบหนังสือสัญญาด้วยมือที่สั่นเทา เนื้อหาในสัญญาล้วนมีผลดีต่อเธอ แม้จะมีหลายอย่างที่ไร้เงื่อนไข เพียงแค่เซ็นสัญญาฉบับนี้ เธอก็แทบจะกลายเป็นมหาเศรษฐี
“ต่อให้ฉันทำตามนี้ คุณก็ยังไม่เชื่อว่าฉันจะไม่ทำร้ายเธอเหรอคะ” เธอประคองสัญญาฉบับนั้นเบาๆ
เย่เนี่ยนโม่ลุกขึ้น เขาเดินเข้าใกล้เธอ เอาปากกาใส่เข้าไปในมือเธอ“เซ็นเถอะ”
“ใครกล้าให้เธอเซ็น!” ที่ประตู เย่เฟิ่งหยีโกรธจนตัวสั่น “อ้าวเสว่มาข้อร้องฉันแทนผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่จิตใจดีแบบนี้หลานกลับให้เขาเซ็นสัญญาว่าเมื่อคลอดแล้วก็จะจากไป! เอาเด็กให้ติงยียีฉันไม่ไว้ใจ!”
“คุณย่า” อ้าวเสวนาร้องพลางมองเธอ แววตาเต็มไปด้วยความน่าเวทนา
เย่เฟิ่งหยีเดินเข้าไปในห้องอย่างสงสาร เธอตบที่หลังมืออ้าวเสว่เบาๆ หยิบหนังสือสัญญาจากในมือเธอแล้วเอาไปใส่ในเครื่องทำลายเอกสารด้านข้าง “ที่ตระกูลเย่ ขอแค่ฉันยังไม่ไม่ตาย อ้าวเสว่ก็จะไปไหนไม่ได้!”
ในสวนหย่อม อ้าวเสว่ยังหวาดผวาอยู่ เมื่อครู่เธอเกือบจะถูกเย่เนี่ยนโม่บีบบังคับให้เซ็นสัญญาฉบับนั้นแล้ว โชคดีที่คุณย่าปรากฏตัวออกมาได้ทันเวลา หัวใจเธอยังเต้นโครมคราม สองมือลูบท้องกลมดิก ทันใดนั้นก็เอามือออกด้วยท่าทีรังเกียจอีก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเย่เนี่ยนโม่ เธอก็จะสับสนหวาดกลัวอย่างยิ่ง
“รบกวนด้วย” ทันใดนั้นเสียงเอเลนก็ดังขึ้นด้านหลัง เธอรีบหันกลับไป ก็เห็นว่าห่างออกไปไม่กี่ก้าวเอเลนกำลังมองตนเองอยู่
“สวัสดีค่ะ” อ้าวเสว่ฝืนยิ้มให้เขา กลบเกลื่อนความโหดเหี้ยมบนใบหน้า
เอเลนเดินมาตรงหน้าเธอ “ขอบคุณที่คุณช่วยยียี เมื่อผมจากไป ก็จะพยายามช่วยเกลี้ยกล่อมAlin.”
“อย่างไรเสียเธอก็เป็นน้องสาวของฉัน ฉันไม่ช่วยเธอแล้วจะช่วยใคร แต่ความเป็นศัตรูของเธอที่มีต่อฉันมันรุนแรงมากเหลือเกิน” อ้าวเสว่ถอนหายใจ สีหน้าโดดเดี่ยวอ้างว้าง
“ติงยียีที่ผมรู้จักไม่ใช่ผู้หญิงที่จิตใจคับแคบอย่างนั้นแน่นอน ข้อนี้ผมมั่นใจ” เอเลนพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ ดูเหมือนเขาจะรู้สึกว่าตนเองพูดแรงไป เขาจึงเสริมขึ้นมาอีกว่า “แน่นอนว่าผมก็เชื่อมั่นว่าคุณเองก็เป็นผู้หญิงที่จิตใจดีเช่นกัน”
อ้าวเสว่ไม่ได้พูดอะไร ในใจกลับกำลังหัวเราะเยาะ ถ้าเธอเป็นผู้หญิงที่จิตใจดีป่านนี้ไม่รู้ว่าจะไปซัดเซเพนจรอยู่ที่ไหนแล้ว ละครสนุกๆเพิ่งจะเริ่มเปิดฉากเอง
ทั้งสองคนยังพูดคุยกันอีกสองสามประโยค อ้าวเสว่หาข้ออ้างจากไป เอเลนหมุนตัวเดินไปทางด้านนอก เขาจะไปผู้หญิงที่ชื่อชิวไป๋ ถามเธอว่าตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
ติงยียีอยู่ในห้องมาหนึ่งวันเต็มแล้ว สำหรับเธอ การออกจากห้องขังกลับมาที่ห้อง เป็นเพียงการเปลี่ยนจากกรงหนึ่งไปอีกกรงหนึ่งเท่านั้น
ทันใดนั้นโทรศัพท์ที่อยู่ข้างๆส่งเสียงดัง เสียงของเย่ชูฉิงยังคงหวานไพเราะ ทำให้คนเรารู้สึกสดชื่นร่าเริงขึ้นมาก ทั้งสองพูดคุยกันมากมายหลานเรื่อง เย่ชูฉิงพูดอย่างตื่นเต้นว่า “พี่ยียีรู้หรือเปล่าคะ ตอนนี้พวกเราอยู่ที่เยอรมัน วันนี้เป็นงานเทศกาลของพวกเขา มีการจุดพลุด้วยนะคะ ตอนกลางคืนจะสวยเป็นพิเศษเลย! เหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างนั้นเลยค่ะ ”
ติงยียีฟังออกถึงความสุขที่อยู่ในน้ำเสียงของเธอ ในใจก็รู้สึกดีใจกับเธอด้วย “ถ้ามีโอกาสพี่เองก็อยากเห็นพลุที่สวยเหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้า”
เสียงเย่ชูฉิงชะงักไป นานพักหนึ่งจึงพูดว่า “ความจริงแล้วพี่ชายให้ฉันโทรมาคุยกับพี่ เขาเป็นห่วงว่าพี่จะอารมณ์ไม่ดี มีเรื่องเก็บไว้ในใจ”
ติงยียีอึ้งไปเล็กน้อย ตอบไปตามสัญชาตญาณว่า “พี่ไม่ได้เป็นอะไร!” ฟังออกว่าปลายสายอีกด้านคิดจะหาคำพูดมาปลอบตนเอง เธอก็รีบหาข้ออ้างวางสายทันที
ภายในห้องอันว่างเปล่าดูเหมือนจะมีเสียงก้องสะท้อนของเสียงตอบในโทรศัพท์เมื่อครู่ ติงยียีเปิดประตูตัดสินใจว่าจะออกไปสูดอากาศเสียหน่อย ในห้องรับแขกไม่มีคน เธอพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ หยิบรีโมทออกมาเปิดโทรทัศน์
ติงยียีเปลี่ยนช่องอย่างไร้จุดหมาย สายตาเธอไม่ได้จับจ้องไปยังที่ใด นิ้วมือขยับเหมือนกับเครื่องจักร เธอมองเห็นอ้าวเสว่ค่อยๆเดินออกมาจากในห้องอย่างช้าๆ
เธอเบี่ยงสายตาไปทางอื่น อ้าวเสว่กลับตรงดิ่งมาที่เธอ “ปิดทีวีไปเลย เสียงทีวีแบบนี้ฉันฟังแล้วปวดหัว รู้สึกไม่สบายท้องด้วย”
อ้าวเสว่เอ่ยปาก ต้าต้ามองติงยียีอย่างลำบากใจ สุดท้ายก้เดินไปปิดทีวี ติงยียีลุกขึ้นคิดจะเดินกลับห้อง