ตอนที่ 1610
บทที่ 1610 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1450
October 28, 2026
อ้าววเสว่ตกใจ ถามอย่างระมัดระวังว่า “ทำไมเหรอ”
เย่ป๋อเห็นคุณชายไม่ได้แย้งอะไร จึงอธิบายว่า “ผู้ชายคนนั้นตอนแรกอยากจะเข้ามาที่ศูนย์การค้าสากล แต่ว่าพวกเราสืบพบว่าเบื้องหลังเขาไม่สะอาดบริสุทธิ์ ดังนั้นก็เลยปฏิเสธ เมื่อครู่คนของเขาอยู่ด้านนอก ถ้าหากรับของเอาไว้อีกไม่นานตำรวจคงมาหาถึงที่บ้าน ถึงเวลานั้นคุณชายก็คงแก้ตัวไม่ได้”
อ้าวเสว่ฟังอย่างอกสั่นขวัญแขวน อดที่จะรู้สึกโล่งใจไม่ได้ แต่ที่ยิ่งทำให้เธอกังวลก็คือติงยียีจะเอาเรื่องนี้มาข่มขู่ตนเอง เวลานี้เอง พ่อบ้านก็พยุงเย่เฟิ่งหยีเดินเข้ามา
“เนี่ยนโม่ วันนี้เป็นวันครบรอบของคุณปู่ ชีหรั่นกับเชินหลินไม่อยู่ คืนนี้ให้ชูหวินออกไปทานข้าวด้วยกัน” สีหน้าเย่เฟิ่งหยีมีความเศร้าโศกเล็กน้อย อ้าวเสว่รีบไปรับช่วงต่อพ่อบ้านประคองเธอไว้ เย่เฟิ่งหยีตบที่หลังมือเธอเบาๆ “อ้าวเสว่เองก็ไปด้วยกันนะ ให้เขาได้เห็นหลาน ช่วยอวยพรหลานให้ปลอดภัย”
ติงยียียืนอยู่ด้านข้าง ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกัน ก็รู้ว่าตนเองเป็นส่วนเกิน เธอค่อยๆเดินจากไป เย่เนี่ยนโม่มองตามเธอไป สุดท้ายก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร
เวลาผ่านไปเร็วมาก ติงยียีลูบศีรษะแพนด้า ด้านนอกมีเสียงบรรดาสาวใช้พากันเดินอย่างรีบร้อน นั่นคือพวกเธอกำลังปรนนิบัติรับใช้เย่เฟิ่งหยี อ้าวเสว่แล้วก็เย่เนี่ยนโม่ เตรียมส่งพวกเขาออกจากบ้าน
ติงยียีนั่งอยู่บนเตียงคนเดียว เป็นเวลาอาหารแล้ว ท้องเธอส่งเสียงร้องจอกๆแล้ว แต่เธอรู้ว่าวันนี้คงไม่มีอาหารค่ำให้กินแล้ว เธอถอนหายใจ “เด็กดี เดี๋ยวฉันจะลงไปที่ห้องครัวหาอะไรมาให้แกกินก่อนนะ อดทนอีกนิด”
ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิด อ้าวเสว่เดินเข้ามา เธอใส่ชุดกระโปรงหลวมๆ บนคอเล็กเรียวสวมเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยหินโมเสก
“ฉันคิดว่าเธอควรจะไปเรียนวิธีการเคาะประตูนะ” สีหน้าติงยียีมองเธออย่างไร้อารมณ์ความรู้สึก นิ้วมือเธอเลื่อนไปมาบนขนที่เงาวับของแพนด้า
“ตอนนี้ที่บ้านตระกูลเย่เธอก็เหมือนกับอากาศ ฉันอยากจะเข้าไปในห้องที่ไม่มีคนไม่เป็นจำเป็นต้องเคาะประตูหรอกนะ” อ้าวเสว่เอากระเป๋าสะพายวางบนโต๊ะ เธอแบกท้องที่โตอย่างเหนื่อยล้า นั่งลงมา
เธอเพิ่งจะนั่งลง แพนด้าส่งเสียงขู่คำรามหนึ่งครั้งแล้วก็ลุกขึ้นมา ดวงตาคมกริบคู่นั้นที่อยู่ในแสงไฟสลัว มองจนคนกลัวตัวสั่น อ้าวเสว่ตกใจ ลุกขึ้นยืนอย่างอดไม่ได้ แพนด้าจึงได้นอนลงไปใหม่
ติงยียีมองเห็นสายตาที่เธอมองแพนด้าแสดงออกถึงความเกลียดชัง เธอลุกขึ้นมาขวางสายตาที่เธอมองแพนดาอย่างเงียบๆ “มีเรื่องอะไรเหรอ”
อ้าวเสว่ดึงสายตากลับมา “เรื่องวันนี้ห้ามเธอไปบอกคนอื่น”
ติงยียีมองเธออย่างแปลกใจ “ถ้าฉันคิดร้ายกับเธอจริงตอนนั้นฉันคงไม่เตือนเธอหรอก!”
“นั่นก็ไม่แน่ ใครจะไปรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ในใจ!” อ้าวเสว่เบ้ปาก มีเสียงสาวใช้ร้องเรียกเธอดังมาจากบันได เธอสะบัดชายกระโปรง หยิบกระเป๋าสะพายมาถือไว้ในมือ ยิ้มพลางมองไปยังติงยียี “คุณย่ากำลังเรียกหาฉัน พวกเราจะออกไปแล้ว”
ไม่รอให้ติงยียีตอบอะไร เธอก็เดินออกไปอย่างมีความสุข ติงยียีเดินไปที่ระเบียง มุมที่ระเบียงสามารถมองเห็นสถานการณ์ที่ประตูใหญ่ได้พอดี อ้าวเสว่รับหน้าที่พาเย่เฟิ่งหยีเข้าไปนั่งในรถ แม่บ้านหลายคนที่ปรนนิบัติดูแลอ้าวเสว่และเย่เฟิ่งหยีนั่งอยู่ในรถด้านหลัง
ติงยียีมองเห็นเพียงแค่ร่างของเย่ป๋อแวบๆ เธอมองเข้าไปในรถโดยไม่รู้ตัว เห็นใบหน้าเย่เนี่ยนโม่รางๆอยู่ในรถ เห็นแค่ว่าเขาก้มหน้าเล็กน้อย เหมือนกำลังตั้งใจฟังเย่เฟิ่งหยีพูดอะไรบางอย่าง
ติงยียีมองจนใจลอย ทันใดนั้นเย่เนี่ยนโม่ที่อยู่ในรถก็ค่อยหันหน้ามา เหมือนกับว่าสายตาเขามองมาทางที่เธออยู่ เธอตกใจรีบไปซ่อนตัวในผ้าม่าน
จนกระทั่งไม่ได้ยินเสียงรถ ติงยียีจึงเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างอ่อนแรง นอกหน้าต่างก็ว่างเปล่า มีเพียงลำต้นของต้นไม้ที่รกร้าง บ้านทั้งหลังเงียบสงัดจนน่ากลัว
ติงยียีสูดลมหายใจลุกๆทันที เธอหมุนตัวไปตบมือ “เอาละ!แพนด้า! วันนี้ไม่มีใครอยู่ในบ้าน แกออกไปเล่นได้!”
ดูเหมือนว่าแพนด้าจะตื่นเต้นมาก มันกระดิกหางไปทางติงยียี ขนที่เงาวับค่อยๆตั้งชัน คนหนึ่งคนสุนัขหนึ่งตัวลงมาชั้นล่าง ทั้งห้องโถงเงียบสงัดไม่มีคนเลยสักคนเดียว
ติงยียีร้องตะโกนเสียงดัง ได้ยินเสียงดังสะท้อนอย่างที่เธอต้องการ เธอหมุนตัวสองสามครั้งในห้องรับแขกที่กว้างงใหญ่ สิ่งเหล่านี้ซึ่งปกติแล้วเธอทำไม่ได้เธอก็ทำจนหมดแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกเหงาอยู่ดี
“พวกเราไปดูว่าอาจารย์ทำอะไรกันเถอะ” ติงยียีเดินไปทางห้องพักแขก ที่ห้องพักแขกที่กว้างใหญ่ Alinกำลังจัดการกับหุ่นนางแบบตัวหนึ่งอยู่ ผ้าสีส้มบนตัวของนางแบบเปลี่ยนมาเปลี่ยนไป บนเคราของเขายังมีหมุดรูปตัวยูอยู่ด้วย
ติงยียีค่อยๆถอยออกมา ตอนที่อาจารย์กำลังออกแบบไม่ชอบให้คนอื่นมารบกวนเด็ดขาด เธอกลับไปที่ห้องรับแขกใหม่ หยิบรโมทขึ้นมาไม่รู้จะทำอะไรดี เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบ่นพึมพำว่า “โทรหาชูหวินหน่อยดีกว่า”
เพิ่งจะกดโทรออกไป ติงยียีก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เย่ชูหวินไม่สามารถอยู่เป็นเพื่อนเธอได้ เธอถอนหายใจอย่างแรง แกล้งทำเป็นมีความสุข “แพนด้าเราไปทำอะไรอร่อยๆกินกันเถอะ”
ที่โรงแรม เย่ชูหวินนั่งอยู่ข้างๆด้วยใบหน้าเยือกเย็น เย่เฟิ่งหยีพูดอย่างเป็นห่วงว่า “ชูหวิน ทำไมหลานยิ่งผอมลงเรื่อยๆ เมื่อวันก่อนย่าเพิ่งคุยโทรศัพท์กับเสี่ยวจุน เขากับฉิงฉิงอาจจะกลับมาก่อนวันตรุษจีน”
“คุณย่าครับผมไม่ได้เป็นอะไรครับ” เย่ชูหวินยิ้มให้เธอ ตอนที่ดวงตามองไปทางเย่เนี่ยนโม่กลับเต็มไปด้วยความเย็นชา เขาปล่อยให้ติงยียีอยู่เพียงลำพังในบ้านได้อย่างไร หรือว่าเขาไม่รู้จักความโดดเดี่ยวอ้างว้างหรืออย่างไร ทุกคนต่างออกจากบ้าน เหลือเพียงเธอแค่คนเดียว นี่จะทำให้เธอรู้สึกอย่างไร
เขาหงุดหงิดไม่พอใจ ดื่มเหล้าตรงหน้ารวดเดียวจนหมด ยังไม่หายโกรธ หยิบไวน์ที่อยู่ข้างๆโต๊ะมาดื่ม มือใหญ่ข้างหนึ่งมาขวางเขาไว้ เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว “หยุดเถอะ!”