ตอนที่ 1649
บทที่ 1649 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1489
October 28, 2026
“เธอจะไปอธิบายกับพวกเขาเมื่อไหร่คะ ไม่อย่างนั้นฉันกลัวจริงๆ ว่าพวกเขาจะตื๊อเรื่องแต่งงาน” ติงยียีก็ได้พูดล้อเล่นอยู่ข้างหลังเธอ
ทั้งสองเดินไปที่ตู้โชว์ อยู่ๆชิวไป๋ก็ได้หยุดเดิน ตอนที่ติงยียีกำลังเดินเข้าไป ก็ได้ถูกเธอห้ามไว้ “ยียี อยู่ๆ ฉันก็คิดได้ว่ามีธุระสำคัญที่ต้องทำ เดี๋ยวไว้ซื้อทีหลัง”
ติงยียีเห็นว่าสีหน้าของเธอไม่เป็นธรรมชาติ ก็ได้พยักหน้า “ค่ะ”
“นี่เป็นน้องสาวสุดที่รักของฉันไม่ใช่เหรอ?” ตรงทางเดินอ้าวเสว่ที่ได้แต่งตัวอย่างดีก็ได้ยืนมองพวกเขาอยู่ข้างๆ
ชิวไป๋ลากแขนของติงยียีแล้วอยากเดินออกไป ตอนผ่านตัวอ้าวเสว่ เธอก็ได้พูดเบาๆ ว่า “เครื่องประดับที่ฉันออกแบบสวยใช่ไหมล่ะ?”
“ยียี พวกเราไปเถอะ” ชิวไป๋จ้องมองอ้าวเสว่ อยากที่จะลากแขนของติงยียีแต่ว่าอีกฝ่ายได้หลบ
ติงยียีก็ได้ค่อยๆ เดินกลับไปที่ตู้โชว์ ที่แท้ตำแหน่งที่โชว์เครื่องประดับที่เธอออกแบบได้กลายเป็นเครื่องประดับที่อ้าวเสว่ออกแบบแล้ว
เสียงส้นสูงที่กระทบพื้นก็ได้ดังอย่างชัดเจน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมกลิ่นไวโอเล็ตเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มุมปากของอ้าวเสว่ชี้ขึ้น “อย่าคิดว่าเธอนั้นเหนือกว่าคนอื่นทุกด้าน เก่งกว่าคนอื่นทุกด้าน อย่างน้อยด้านการออกแบบเครื่องประดับเธอนั้นไม่มีทางที่จะดีไปกว่าฉันได้ เธอก็ไปแสดงละครอย่างว่าง่ายเถอะ!”
“พอแล้ว!” คนที่พูดคือชิวไป๋ พูดอย่างโมโหว่า “ฉันรู้สึกว่าไม่ใช่เธอที่เทียบกับหล่อนไม่ได้ แต่เป็นหล่อนที่จงใจเอาเครื่องประดับที่เธอออกแบบออกไปสินะ”
อ้าวเสว่เลิกคิ้ว “ฉันชอบคำพูดนี้”
ชิวไป๋ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมต่อติงยียี เธอก็ได้ลากมือของติงยียี “ไป พวกเราจะถูกรังแกแบบนี้ไม่ได้”
“ไปกันเถอะ ฉันไม่แคร์หรอก” ติงยียีไม่อยากที่จะมีให้เกิดเรื่องใหญ่เพราะเรื่องแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นการไถ่บาปแทนเด็กที่แท้งไปคนนั้นเถอะ
ชิวไป๋จ้องเธอสักพัก ไม่สนใจที่เธอพูดก็ได้ลากเธอขึ้นลิฟต์ ห้องทำงาน เย่ป๋อเดินตามหลังเย่เนี่ยนโม่ ทั้งสองกำลังไปประชุม
เห็นติงยียี ทั้งสองก็ได้อึ้งไปสักพัก เย่เนี่ยนโม่ก็ได้เลื่อนสายตาออกก่อน ติงยียีก็ได้เลื่อนสายตาออกตามด้วยความเศร้าใจเล็กน้อย
“เย่เนี่ยนโม่ นายรู้อยู่แล้วแท้ๆ ว่าเธอนั้นชอบเครื่องประดับ ตอนแรกนายเป็นคนตัดสินใจเอาเครื่องประดับที่เธอออกแบบวางขายเอง แต่ตอนนี้อยู่ๆ ก็ได้เอาเครื่องประดับของเธอออก นายได้คิดถึงความรู้สึกของเธอหรือเปล่า”
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว “เครื่องประดับของเธอยอดขายไม่ค่อยดี”
ติงยียียิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าดูแย่ เหมือนตัวเองกำลังพยายามเข้ายึดตำแหน่งนั้นอย่างหน้าด้าน ชิวไป๋กลับไม่สน “เธอเป็นคนที่นายพูดเองว่ารักนะ หรือว่าเทียบกับยอดขายบ้าๆ ของนายแล้วมันไม่สำคัญ?”
เย่เนี่ยนโม่อยากจะอธิบาย แต่น้ำเสียงนั้นกลับเย็นชาเอามากๆเหมือนเดิม ต่างกับน้ำเสียงของชิวไป๋ที่กำลังโมโหอยู่ลิบลับ “ฉันเป็นนักธุรกิจ”
“พอแล้ว!” ติงยียีก็ได้สะบัดแขนของชิวไป๋ออกแล้วก็วิ่งออกไปข้างนอก ชิวไป๋จ้องเย่เนี่ยนโม่สักพักก็ได้หันหลังวิ่งตามไป
เย่เนี่ยนโม่เม้มปากแน่นมองแผ่นหลังที่จากไปของติงยียี มือที่กำหมัดในกระเป๋ากางเกงก็ได้กำแน่นขึ้น
ชิวไป๋ไล่ออกไปถึงนอกตึก ก็ได้เห็นติงยียีที่ขึ้นรถแท็กซี่พอดี ไม่นานรถก็ได้ขับออกไปไกลจนมองไม่เห็น ข้างหลังก็ได้มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น เย่ป๋อยืนอยู่ข้างหลังเขา “เธอไม่ควรที่จะว่าคุณชายแบบนั้น”
“ฉันพูดผิดเหรอ?” ชิวไป๋ก็ได้ถอยไปไม่กี่ก้าว ตอนนี้เธอโมโหมากๆ ขนาดมองเย่ป๋อยังรู้สึกขัดตาเลย
เย่ป๋อก็ได้ขมวดคิ้วแน่น เขาเคารพคุณชายมาก เพราะงั้นก็ไม่อยากให้ผู้หญิงที่ตัวเองชอบเข้าใจคุณชายผิดไป “ที่คุณชายตัดสินใจทำแบบนี้ก็เพราะต้องชดใช้แทนคุณยียี ตอนเด็กคุณชายกับนายหญิงลำบากมามาก เพราะงั้นเขารอคอยการมาของลูกคนนั้นเอามากๆ”
คำพูดของเขาทำให้ชิวไป๋เงียบไป สติก็ได้กลับมา ใจก็เริ่มรู้สึกว่าเมื่อกี้ตัวเองอารมณ์ร้อนเกินไปหรือเปล่า เย่ป๋อเห็นว่าเธอใจเย็นลง น้ำเสียงก็ได้อ่อนโยนลง “ช่วงนี้ยุ่งมากเหรอ? หรือว่ายังหลบผมอยู่?”
ชิวไป๋จ้องเขาสักพัก “ฉันไม่มีเวลาหลบนาย ฉันยุ่งมากจริงๆ!”
ทั้งสองยืนอยู่ที่หน้าประตู แล้วก็ได้มีเด็กวิ่งมาพอดี ชิวไป๋หันหลังให้ประตูก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ข้างหลัง จู่ๆ ก็มีมือมาพันรอบเอวเธอ แล้วก็พาให้ตัวเธอขยับไปอีกด้านอย่างสบายๆ
เธอได้ชนกับแผ่นอกของเขาอย่างไม่ตั้งตัว เด็กวิ่งผ่านทั้งสองคนไปพร้อมหัวเราะ หน้าของชิวไป๋แดง ผลักเขาออกแล้วก็เดินออกไปข้างนอก
เธอเดินเร็วมาก ขนาดขึ้นรถแล้วก็รู้สึกว่ามีสายตาจ้องตามอยู่ เธอได้สูดหายใจเขาลึกๆ โทรศัพท์ก็ได้ดังในเวลานี้พอดี เป็นข้อความจากติงยียี
“ขอโทษนะ ที่ทิ้งเธอแล้วกลับบ้านก่อน”
ชิวไป๋รีบตอบ “ไม่เป็นไร วันนี้ฉันอารมณ์ร้อนไปหน่อย”
ชุมชนตระกูลติง ติงยียีวางโทรศัพท์ลงแล้วก็ถอนหายใจดังๆ เธอรู้สึกว่าระหว่างตัวเองกับเย่เนี่ยนโม่มีแม่น้ำคั่นอยู่ ทั้งสองไม่ว่าทำยังไงก็ข้ามหากันไม่ได้
พึ่งออกจากลิฟต์ เย่ชูหวินเอาหูฟังออกแล้วมองเธอ “ไม่รู้ว่าเธอกลับมาตอนไหน เพราะงั้นก็ได้เตรียมอุปกรณ์มาเอง ถูกวันจริงๆ ด้วย”
ติงยียีรีบเปิดประตู ช่วยเขายกกระเป๋าใบใหญ่ใบเล็กเข้ามาในบ้าน “เธอทำเค้กเป็นไหม?” เย่ชูหวินถาม
เธออึ้งไป จากนั้นส่ายหน้า เย่ชูหวินก็ได้ถอนหายใจ “เห็นทีพวกเราต้องทำเองมั่วๆ แล้วล่ะ”