ตอนที่ 1651
บทที่ 1651 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1491
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่มองเธอสักพัก เปิดกล่องหน้ารถ เอาครีมทามือให้เธอขวดหนึ่ง
ติงยียีรับมาแบบเงียบๆ ก้มหน้ามาดูก็พบว่าเป็นครีมสำหรับทารก อีกอย่างยังไม่เคยแกะ
ใจของเธอเหมือนได้มีอะไรบาด ที่ผ่านมานี้เขาไม่ได้มาหาเธอ เธอรู้ว่าเขากำลังโมโห แต่ว่าเป็นเพราะว่าแพนด้าเป็นแค่หมาตัวหนึ่งเขาก็ไม่แคร์แล้วเหรอ? ตอนที่เขาได้เสียใจให้กับลูกที่ยังไม่ได้เกิดมานั้นเขาเคยคิดไหมว่าเธอก็เสียใจมากๆ เหมือนกัน?
รถเบรกอย่างแรง เย่เนี่ยนโม่เปิดกระจกรถ ลมหนาวและเสียงรอบข้างพัดเข้ามา
“ให้เวลาผมอีกหน่อย” เขาได้ขมวดคิ้ว ยื่นมือไปบีบสันจมูก สีหน้าก็ได้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
ติงยียีมองนอกกระจก หิมะได้ละลายแล้ว บนพื้นก็ได้มีทางน้ำไหลยาวๆ “ไม่ต้องแล้ว ไหนๆ การให้อภัยฉันมาทรมานขนาดนี้ งั้นก็ไม่ต้องให้อภัยแล้วล่ะค่ะ”
“นั่นเป็นชีวิตชีวิตหนึ่งเลยนะ หรือว่าผมไม่ควรที่จะเสียใจ หรือว่าผมควรที่จะมาอยู่ด้วยกันกับเธออย่างไม่คิดอะไร ผมไม่ได้เป็นคนเลือดเย็นขนาดนั้น!” เย่เนี่ยนโม่ก็ได้ตะโกนเสียงต่ำ
เธอมองความหงุดหงิดของเขา สีหน้าโศกเศร้า “ไม่ คุณไม่มีทางที่จะวางมันลงได้ คุณจะคิดอยู่ตลอดว่าฉันเป็นคนฆ่าลูกของคุณ ต่อให้ต่อไปพวกเราอยู่ด้วยกันคุณก็จะคิดถึงมัน”
เงียบ เป็นความเงียบที่ไม่มีที่สิ้นสุด เธอได้เปิดบาดแผลของทั้งสองออกมาอีกครั้ง ทำร้ายเขา และยังทำร้ายตัวเอง
อยู่ๆ เธอรู้สึกว่าเหนื่อยเอามากๆ นั้นเป็นความรู้สึกที่ไร้พลังในชีวิต
ไปถึงกองถ่าย ชิวไป๋ก็ได้ขยับเข้ามา “นั่นเป็นเย่เนี่ยนโม่ พวกเธอคืนดีกันแล้ว?”
ติงยียีส่ายหน้า ผู้กำกับไต้ก็ได้เข้ามา “เมื่อกี้เป็นแฟนของเธอเหรอ?”
การออกเสียงพูดภาษาจีนของเขาแปลกมากๆ ไม่แบ่งแยกม้วนลิ้นหรือลิ้นตรง แต่ยังมีเสียงที่ขึ้นจมูกเล็กน้อย ติงยียีก็ได้ฝืนทำให้อารมณ์ดีแล้วก็ได้พูดล้อเป็นภาษาอังกฤษว่า “ฟังคุณพูดอังกฤษฉันยังฟังรู้เรื่องนะคะ แต่ฟังคุณพูดภาษาจีนแล้วฉันฟังไม่รู้เรื่อง!”
ผู้กำกับไต้ก็ได้หัวเราะออกมาดังๆ จากนั้นก็ได้ขยับเข้ามาอย่างมีเล่ห์นัยน์ “พวกเธอรู้ว่าที่นี่มีแถวไหนขายกุ้งมังกรเล็กไหม? ไม่เอาในร้านอาหาร จะซื้อแบบนั้น!”
ติงยียีพูดว่า “มีค่ะ คุณสามารถไปซื้อได้ที่ตลาดตงเหมินค่ะ อยากได้เท่าไหร่ก็มีค่ะ”
ชิวไป๋ก็ได้พูดล้อข้างๆ ว่า “เกรงว่าคนเขาจะฟังภาษาจีนที่เขาพูดไม่รู้เรื่อง อีกอย่างก็เขาไปแล้วต้องถูกรีดไถแน่ๆ”
ผู้กำกับไต้พยักหน้าอย่างจริงจัง ผมที่เปียกอยู่ข้างหลังง่ายๆ นั้นก็ได้สะบัดไปมา ติงยียีถอนหายใจ “ช่างเถอะ พวกเราพาคุณไปดีกว่า”
ตลอดการถ่ายละครในช่วงบ่ายทุกคนต่างสัมผัสถึงความสุขอันแรงกล้าจากผู้กำกับ ขนาดด่าคนก็ยังน่าฟังขึ้นไม่น้อย พอถ่ายเสร็จ สายตาของผู้กำกับไต้ก็ได้มองไปทางติงยียีกับชิวไป๋
ชิวไป๋ก็ได้มองอย่างลำบากใจว่า “เมื่อกี้ฉันได้รับสายจากแม่ บอกว่าวันนี้ฉันต้องกลับไปทานข้าวที่บ้าน”
ติงยียีก็ได้ให้เธอรีบกลับไปก่อน แล้วก็ไปที่ตลาดเป็นเพื่อนผู้กำกับไต้เห็นเขาที่ถือถุงใบใหญ่ใบเล็ก ติงยียีก็ได้บ่นในใจว่าที่แท้ผู้ชายที่พิถีพิถันแล้วก็ปากจัดแบบนี้ก็เป็นคนที่กินเก่งเหมือนกัน
พึ่งออกมาจากตลาด ทั้งสองก็ได้เจอกับเรื่องที่สนุกเข้า บางคนได้ถ่ายรูปรถสปอร์ตของผู้กำกับไต้เก็บไว้เป็นที่ระลึก ทั้งสองยิ้มให้กันและกำลังจะก้าวไปข้างหน้า อยู่ๆ รถมอเตอร์ไซต์ได้วิ่งมาด้วยความเร็วสูงจากทางปากซอย ขี่มาเร็วมาก คนที่เดินไปเดินมาก็หลบไม่ทัน มีกี่คนก็ได้ล้มไป
ผู้กำกับไต้ตาไว ก็ได้กอดติงยียีแล้วก็หลบไปอีกด้าน รถผ่านทั้งสองคนเลี้ยวหัวมุมแล้ววิ่งเข้าไปในซอยอื่น ผู้กำกับไต้ขมวดคิ้วแน่น ท่าทางของคนเมื่อกี้ทำไมเหมือนว่าจงใจขับมาทางติงยียีเลยล่ะ แต่ว่าติงยียีไม่ได้คิดแบบนั้น ก็แค่รู้สึกเสียดายที่อาหารทะเลตกออกมาจากถุงจนหมด
แต่ว่าเรื่องสงบสุขได้ไม่นาน หลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ บริษัทเย่ซื่อเกิดเรื่องแล้ว แต่ละชั้นก็ได้ตกอยู่ในความวุ่นวาย Bakerขมวดคิ้วแล้วก็คีบเอาการ์ดที่อยู่ข้างศพขึ้นมา ตัวเลขบนการ์ดก็ได้เหมือนกับคราวก่อนไม่มีผิดเพี้ยน กลุ่มคนได้แตกตัวออก เย่เนี่ยนโม่ก็ได้รีบก้าวเข้ามา ตอนที่เห็นภาพนั้นก็ได้ขมวดคิ้วอย่างแรง
Bakerเลิกคิ้ว “เห็นทีพวกเราต้องคุยกันหน่อยนะครับ”
ในห้องทำงาน Bakerก็ได้เอาการ์ดที่ใส่ในถุงพลาสติกออกมาวางบนโต๊ะ “สองคนนี้ก็ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทเย่ซื่อไม่มากก็น้อย คุณช่วยคิดดูให้ดีๆ หน่อยครับว่าคุณได้เคยเห็นตัวเลขพวกนี้ไหม?”
เย่เนี่ยนโม่มองตัวเลขนั้น ผ่านไปนานก็ได้ส่ายหน้า “นึกไม่ออกจริงๆ ครับ พนักงานคนนั้นเป็นพนักงานเก่าของบริษัทเย่ซื่อ ได้ทำงานให้บริษัทเย่ซื่อมาหลายปีแล้ว”
แววตาของBakerก็ได้มีความผิดหวัง เขาได้ยืนขึ้นแล้วก็เก็บหลักฐานอย่างดี “หวังว่าคราวนี้จะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ”
Bakerออกไปแล้ว เย่เนี่ยนโม่หลับตาลงแล้วก็พิงไปข้างหลัง พอรู้สึกได้ว่ามีคนเดินเข้ามาเขาก็ได้ลืมตาขึ้นทันที ความเหนื่อยล้าในแววตาก็ได้หายไป
“บอกกับครอบครัวของเขาแล้วครับ และยังให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ไปที่เว็บไซต์สื่อข่าวใหญ่เพื่อจัดการกับมัน” เย่ป๋อที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ได้นิ่งไป แล้วก็พูดต่อว่า “คุณท่านกับคุณหญิงกลับมาวันนี้ครับ”
ที่สนามบิน
เซี่ยชีหรั่นก็ได้กอดเย่เนี่ยนโม่ “การนั่งเครื่องบินกับทุกคนนี้นี่มีความสุขที่สุดแล้ว นั่งเองคนเดียวมันน่าเบื่อจริงๆ!”
เย่เชินหลินที่อยู่ข้างๆ สีหน้าก็ได้ไม่ดี ฝรั่งคนนั้นกล้าคุยกับเธอบนเครื่องบิน เห็นว่าเขาตายแล้วเหรอ? ไม่ได้ ต่อไปต้องดูแลดีๆ!