ตอนที่ 1652
บทที่ 1652 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1492
October 28, 2026
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
“อยู่ที่นี่ดีๆ ไม่ต้องออกไป” เย่เชินหลินบอกกับเซี่ยชีหรั่นถึงได้เปิดประตูไล่ตามไป
เขาไล่ตามแหล่งที่มาของเสียง ยิ่งไล่ตามก็ยิ่งไกลออกไป เสียงส้นสูงเดิมที่ได้ยินอย่างชัดเจนได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาขมวดคิ้วและมองไปรอบ ๆ จู่ๆ ก็ได้วิ่งกลับไป
เซี่ยชีหรั่นอยู่ที่ประตู ข้างนอกเหมือนไม่มีเสียงอะไรแล้ว เธอกระสับกระส่ายและเดินไปรอบ ๆ ห้อง สายตาก็ได้ถูกกล่องที่เพิ่งส่งมาดึงดูด เธอก็ได้หยิบขึ้นมาแล้วก็แกะออก ข้างในมีการ์ดใบหนึ่ง “วันที่ 14 ตุลาคม 2010? วันเดือนเป็นวันนี้ไม่ผิด แต่ว่าปีไม่ถูกนะ?”
เธอก็ได้บ่น ประตูก็ได้เปิดออกเบาๆ เธอพูดโดยไม่หันกลับ “ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ จริงด้วย นี่เป็นของขวัญที่แปลกมากนะคะ”
หันกลับไป เสียงกรีดร้องไม่ทันดังออกมา ชายชุดดำในมือถือมีด มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่โผล่ออกมาใบหน้าได้ปกปิดอย่างแน่นหนา แววตาก็ได้เต็มไปด้วยความโกรธ
“นายจะทำอะไร?” เซี่ยชีหรั่นทำเป็นใจเย็นแล้วถอยหลัง ถือโทรศัพท์ขึ้นมาเงียบๆ
ผู้ชายเข้าใกล้ไม่หยุด ยกมีดในมือขึ้น เย่เชินหลินที่มาได้ทันเวลาก็ได้มองอย่างโมโห แย่งมีดด้วยมือเปล่าจากคนคนนั้นอย่างไม่คิดอะไรเลย
ชายคนนั้นถูกเขาชกจนล้มลงกับพื้น เขารีบไปดูเซี่ยชีหรั่น “ไม่เป็นไรนะ ไม่ได้บาดเจ็บใช่ไหม?”
เซี่ยชีหรั่นกำลังส่ายหน้า รูม่านตาก็ได้ขยายตัวขึ้น “ระวัง!”
ชายคนนั้นยกเก้าอี้ในมือและกำลังจะทุบไปที่เย่เชินหลิน อยู่ๆ เอวของเขาก็ได้ถูกถีบอย่างแรง เย่เนี่ยนโม่แย่งเก้าอี้มาก “พ่อครับแม่ครับไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
ผู้ชายถอยไปที่หน้าต่าง สายตาเย็นชากวาดไปมองคนที่อยู่ในห้อง หันหลังกระแทกหน้าต่างจนแตกแล้วหนีออกไป เย่เนี่ยนโม่กำลังจะไล่ตามไป เย่เชินหลินห้าม “อย่าไล่ตามคนที่จนตรอก!”
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?” เซี่ยชีหรั่นตกใจจนขาอ่อน เธอไม่ได้อยู่ในประเทศนานมากแล้ว ไม่รู้เลยว่าใครกันแน่ที่อยากฆ่าเธอให้ตาย!
เย่เนี่ยนโม่ก้มลงหยิบการ์ดอวยพรขึ้น เขาจ้องไปที่ตัวเลขบนการ์ดอวยพร จู่ๆ ก็วิ่งออกจากประตู
สำนักงานตำรวจ ไฟล์เอกสารวางบนโต๊ะ Bakerจ้องไปที่การ์ดอวยพรใบใหม่ “ปี2010มีไฟไหม้งานจิวเวลรี่โชว์ ตอนนั้นเสียชีวิตหนึ่งราย คุณคิดว่าตัวเลขนี้คือเวลาคดีที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีที่ใช่ไหม?”
“ใช่ คนของบริษัทเย่ซื่อที่ตาย และแม่ของผมก็อยู่ที่นั่นในตอนนั้น ดังนั้นผมคิดว่ามันเป็นไปได้” คิ้วของเย่เนี่ยนโม่ขมวดแน่นกว่าเดิม ถ้าเป็นแบบนั้นจริง งั้นติงยียีก็ตกอยู่ในอันตราย!
Bakerเลิกคิ้ว “แล้วจางถังจะว่ายังไง? วันนั้นเขาไม่ได้ไปงานจิวเวลรี่โชว์ แต่เขาเป็นคนแรกที่ตาย”
“ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ตอนนี้เขากำลังจับตาดูตระกูลเย่ ฉันจะใช้วิธีแบบตระกูลเย่เพื่อลากหัวมันออกมา” เย่เนี่ยนโม่ลุกขึ้น สีหน้าก็ได้จริงจังเอามากๆ
นอกสถานีตำรวจ เย่ป๋อยืนอยู่ข้างๆ “คุณชาย!”
“พาติงยียีไปที่ตระกูลเย่ เหตุผลไม่จำเป็นต้องพูด”
รถได้ขับออกไป พึ่งเข้าตระกูลเย่เย่เนี่ยนโม่ก็ถูกเรียกไปที่ห้องหนังสือ ทันทีที่เข้าห้องหนังสือเขาก็เริ่มพูดว่า “คนร้ายอาจจะจงใจลงมือกับคนที่เกี่ยวข้องกับไฟไหม้ห้างสรรพสินค้าในปีนั้น แต่จุดประสงค์ไม่ชัดเจนครับ ข้างศพของจางถังแล้วก็พนักงานของบริษัทเย่ซื่อมีการ์ดอวยพรอยู่” เขานิ่งไปก็ได้พูดว่า “ข้างตัวแม่ก็มีครับ”
“จับมันให้ได้ภายในหนึ่งเดือน ไม่ว่าจะใช้วิธีแบบตระกูลเย่หรือว่าวิธีอื่น ฉันไม่อนุญาตให้ไอ่ระเบิดเวลานี้อยู่ในโลกนี้!” สีหน้าของเย่เชินหลินได้เยือกเย็น เพียงคิดว่าถ้าตนนั้นช้าไปก้าวหนึ่งแล้วคนรักของตัวเองจะเกิดอันตรายแบบไหนขึ้น เขาได้พยายามระงับอารมณ์มากมายเหมือนภูเขาไฟที่ถูกกดทับมานาน
“เรื่องนี้พ่อมาจัดการเอง” เย่เชินหลินก็ได้พูดอย่างเย็นชา
“ผมจัดการเองครับ” เย่เนี่ยนโม่ก้าวเข้าไปขวางเขาไว้ แววตาได้เต็มไปด้วยความหนักแน่น “ให้เวลาผมหนึ่งเดือน”
“ได้ ฉันให้เวลาแกหนึ่งเดือน ถ้าเกิดเรื่องคราวนี้แกสามารถจัดการได้ดี งั้นบริษัทเย่ซื่อก็จะเป็นของแก!”
นอกประตู อ้าวเสว่ก็ได้เดินออกไปเงียบๆ ถึงในห้องเธอก็ยังรู้หวาดกลัวอยู่ ความจริงของเหตุไฟไหม้เมื่อห้าปีก่อนเธอรู้ดีที่สุดแล้ว จางถังอยากจะตามตื๊อเย่ชูฉิงแล้วให้ตนช่วย ไม่คิดว่าจะมีก้นบุหรี่ตกอยู่ที่ชั้นใต้ดิน เธอกลัวเอามากๆ ก็เลยจากไป คิดไม่ถึงว่าจะทำให้เป็นเหตุไฟไหม้ แล้วยังมีคนตายไปคนหนึ่ง หลายคนบาดเจ็บ ผ่านไปห้าปี จางถังเป็นคนที่ถูกฆ่าคนแรก ก็สามารถที่จะรู้ได้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องเมื่อห้าปีก่อน งั้นต่อไปจะเป็นตนหรือเปล่า?
เธอกลัวมากๆ และยังไม่มีคนที่สามารถระบายได้ ก็เลยทำได้แค่โทรไปหาแม่ ซือซือฟังแล้วก็ได้เงียบไปสักพัก “ขอแค่เธอไม่ออกจากตระกูลเย่ก็ไม่เป็นไร”
“จางถังพึ่งออกจากคุกคนลึกลับคนนั้นก็รู้แล้ว หนูกลัวว่าเขาจะมาถึงบ้าน!” อ้าวเสว่รู้สึกกลัวเอามากๆ ก็เลยทำได้แค่กำโทรศัพท์แน่น
ซือซือไม่ได้ใส่ใจ “เธอคิดว่าตระกูลเย่เป็นพวกกินหญ้าเหรอ? เธอก็เป็นคุณนายเย่ของเธอไป อย่าพูดทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเองออกไปอย่างโง่ๆ” โทรศัพท์ก็ได้ตัดสายไปอย่างไร้เยื่อใย อ้าวเสว่ก็ได้สูดหายใจเข้าลึกๆ บ่นว่า “ที่เธอพูดก็ถูก ขอแค่ฉันอยู่ที่ตระกูลเย่ไม่ออกไป ต้องไม่เป็นอะไรแน่!”
สถานที่ถ่ายทำ
“ติงยียีมีคนมาหา” ผู้ช่วยก็ได้เรียกติงยียีก็ได้ตอบแล้วก็เดินออกไปข้างนอก ฟ้าก็ได้เริ่มมืดแล้ว บ้านนอกฟ้ามืดเร็วมีเงาดำๆ ร่างหนึ่งได้ยืนอยู่ข้างเสาไฟ
“นาย?” ติงยียีมองเหยนหมิงเย้าแล้วก็ประหลาดใจเล็กน้อย
เหยนหมิงเย้ามองไปรอบๆ “ทางที่ดีเธอออกไปจากเมืองตงเจียงซะ ยิ่งเร็วยิ่งดี”
“ทำไมถึงพูดแบบนี้ ฉันยังถ่ายละครอยู่นะ?” ติงยียีมองเขาอย่างประหลาดใจ เหยนหมิงเย้ากำลังอยากจะพูดอะไร แสงไฟจากที่ไกลๆ ทำให้ทั้งสองหรี่ตาลง