ตอนที่ 1653
บทที่ 1653 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1493
October 28, 2026
เย่เชินหลินก็ได้จูบเธอ “ไปต่างประเทศกับผมสักพักดีไหม?”
“คุณได้พูดมาหลายครั้งแล้วนะคะ เป็นเพราะอะไรกันแน่ เกี่ยวข้องกับโชว์เครื่องประดับวันนั้นเหรอคะ?” เซี่ยชีหรั่นนั่งตัวตรง ไม่ได้ให้โอกาสเขาหาเหตุผลมั่วๆ มาพูด
เย่เชินหลินมองเธอนิ่งๆ สีหน้าจริงจังจนเซี่ยชีหรั่นรู้สึกว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ผ่านไปนาน หน้าผากของเธอก็ได้ถูกเคาะเบาๆ ไปที
“คิดอะไรอยู่ครับ? ผมก็แค่พนันกับลูกชายไว้ ถ้าเกิดเขาสามารถบริหารบริษัทเย่ซื่อได้ดี งั้นผมก็จะถอยออกมาเลย”
เย่เชินหลินก็ได้ถูปลายจมูกเธออย่างรักใคร่ ไม่ใช่ไม่อยากที่จะให้เธอรู้ ก็แค่หวังว่าเขานั้นจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ชีวิตที่เหลือของเธอนั้นอยู่ด้วยไร้ความกังวล นี่เป็นความหวังที่ใหญ่ที่สุดของเขา
เซี่ยชีหรั่นมองต่ำลง ตอนเงยหน้าขึ้นมาดูก็เห็นรอยยิ้มที่คุ้นเคย เธอก็ได้พูดอย่างเจ้าเล่ห์ “ที่แท้พวกคุณได้วางแผนนี้ไว้นี่เอง คุณย่าควรจะพูดอีกว่าพวกเราหนีเที่ยว เดี๋ยวฉันไปพูดกับคุณย่า”
เธอลุกขึ้น ตอนที่หันหลังนั้นรอยยิ้มก็ได้หายไปทันที ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเขากำลังโกหก แต่ว่าไม่อยากให้เขาเป็นห่วง เพราะงั้นก็ได้เชื่อฟังเขา ไม่ถามมากกว่านี้ ได้เอาตัวและหัวใจของตัวเองมอบให้เขา
ตอนที่ไม่มีเซี่ยชีหรั่น สีหน้าของเย่เชินหลินก็ได้เยือกเย็นขึ้น เขาเอาโทรศัพท์ออกมา “โจ๋ซวนฉันเอง ช่วงนี้ห้ามละสายตาจากชูฉิงเด็ดขาด ยิ่งอย่าให้เธอกลับประเทศ”
พูดประโยคง่ายๆ พวกนี้เสร็จเขาก็ได้วางสายไป แววตานั้นก็ได้เต็มไปด้วยความโทสะ การที่เขาวางมือในคราวนี้ไม่เพียงเป็นบททดสอบเพื่ออนาคตของบริษัทเย่ซื่อ ยังมีความเป็นพ่อคนหนึ่งที่หวังในตัวของลูกชาย
ติงยียีมองรอบๆ อย่างด้านชา นี่ได้ห่างจากใจกลางของตระกูลเย่ ห่างจากห้องเมื่อก่อนเธอเคยอยู่ ห้องของเย่เนี่ยนโม่อ้าวเสว่แล้วก็ห้องของคนอื่นๆ เอามากๆ
ของตกแต่งเป็นของใหม่ เห็นทีพึ่งตกแต่งเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ ในห้องได้มีครบหมดทุกอย่าง เย่เนี่ยนโม่วางเธอลงไม่พูดอะไรก็ได้เดินออกไป อยู่ๆ ประตูก็ได้เปิดออก
เธอก็ได้ตื่นเต้น “เย่เนี่ยนโม่!”
เย่ป๋อก็ได้พยักหน้าให้เธอ เธอปิดบังความผิดหวังบนใบหน้าไม่อยู่ “นายเองเหรอ”
เย่ป๋อถอนหายใจ “คุณยียี หวังว่าคุณจะเข้าใจในสิ่งที่คุณชายทำนะครับ คุณยังจำเรื่องที่เกิดขึ้นในงานโชว์เครื่องประดับเมื่อห้าปีก่อนได้ไหม?”
ติงยียีพยักหน้า เธอจำได้แม่นมาก ตอนนั้นเย่ชูฉิงถูกขัง เธอไปช่วยเธอ ก็เกือบที่จะตายในเพลิงไหม้นั้น คิดถึงตรงนี้ เธอพูด “เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาทำ?”
“หลังจากที่จางถังตายไป บริษัทเย่ซื่อก็ได้มีพนักงานเก่าคนหนึ่งได้กระโดดลงมาจากตึก แล้วก็ได้เกิดเรื่องโดนลอบทำร้ายในงานโชว์ และพวกเขาต่างมีจุดที่เหมือนกัน”
“การ์ดที่มีตัวเลขดูด้านบนใบนั้น?”
“ครับ ถูกแล้ว! การ์ด ตัวเลขบนการ์ดนั้นเป็นวันที่เกิดเรื่องไฟไหม้เมื่อห้าปีก่อน”
“คุณยียี ขอให้คุณนั้นเชื่อในความรู้สึกที่คุณชายได้มีให้คุณ” มองสีหน้าที่คิดอะไรอยู่ของเธอ เย่ป๋อพยักหน้าแล้วก็ออกไปจากห้อง
พึ่งเข้าไปที่ห้องหนังสือ เย่เนี่ยนโม่ก็ได้ใช้สายตาที่น่ากลัวมองมา “ฉันเคยบอกไว้แล้วว่าฉันไม่ต้องการลูกน้องที่ทำอะไรโดยพลการ”
เย่ป๋อเดินเข้าไป เอามีดเล่มหนึ่งวางไว้บนโต๊ะ “ชีวิตของผมเป็นของคุณชายครับ ถ้าเกิดอยู่มาวันหนึ่งคุณไม่ต้องการผมแล้ว คุณสามารถที่จะจบชีวิตผมได้”
“กำลังขู่เหรอ?” น้ำเสียงของเย่เนี่ยนโม่น่ากลัวมาก เหมือนเสือดาวในป่าที่รอโอกาสล่าเหยื่อ
เย่ป๋อก็ได้รีบก้มหน้า “นี่เป็นคำขอครับ”
เงียบอยู่นานเย่เนี่ยนโม่ก็ได้เปิดปากพูดอีกว่า “เรื่องได้สืบไปถึงไหนแล้ว?”
“ลูกชายของคนที่ตายชื่อว่ากัวต้าชิ่งปัจจุบันทำงานในองค์กรของรัฐในเมืองตงเจียง พนักงานต่างบอกว่าเขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์มาก ปกติก็ไม่ได้พูดเล่นกับใครมาก พอเลิกงานก็กลับบ้าน”
เย่ป๋อเอารูปใบหนึ่งให้เขา ผู้ชายในรูปได้สวมแว่นตาหน้าตาโดดเด่น ไม่มีทางที่จะเอาไปเชื่อมโยงกับฆาตกรที่ฆ่าคนไปแล้วคนสองคนได้เลย
“จับตามองเขาให้ดี อย่าไปมีเรื่องกับตำรวจ” เย่เนี่ยนโม่สั่งพร้อมขมวดคิ้ว
มื้อดึก ติงยียีไม่ได้โผล่มาที่โต๊ะอาหาร และเหมือนว่าไม่มีคนพูดถึงด้วย พ่อบ้านก็ได้พาเหยนหมิงเย้าเข้ามา “คุณน้าเชี่ย คุณลุงเย่ คุณย่า!”
เดิมทีอ้าวเสว่ก็ได้ปวดหัวเพราะติงยียีกลับมาที่ตระกูลเย่อีกครั้ง เห็นเหยนหมิงเย้าก็ยิ่งไม่มีสีหน้าดีๆ ให้ แต่ก็แสดงออกมาไม่ได้ ก็เลยทำได้แค่ก้มหน้าทานข้าว
“เย้าเย้า! มาให้น้าดูหน่อย ไม่ได้เจอเราตั้งนาน” เซี่ยชีหรั่นลากเขามาแล้วก็ดูตั้งแต่หัวจรดเท้า “เด็กดี ยิ่งอยู่ยิ่งเหมือนจิ่วจิ่วแล้ว”
อารมณ์ของเย่เชินหลินก็เหมือนว่าไม่เลว เปิดปากพูด “ได้ยินมาว่าเราเปิดบริษัทแล้ว ตระกูลเย่ก็เป็นบ้านของเรา ลำบากอะไรก็ไปหาบริษัทเย่ซื่อ”
เหยนหมิงเย้ายิ้มแล้วก็ยอมรับ “ขอบคุณครับคุณลุงเย่ แม่ของผมก็บอกให้ผมเห็นว่าตระกูลเย่เป็นบ้านของตัวเอง”
ในมื้ออาหารก็ได้เต็มด้วยเสียงพูดคุยหัวเราะ อ้าวเสว่ก็ได้คอยยิ้มหัวเราะด้วยอย่างอึดอัด รอจนกว่าตัวเองทานข้าวหมด เห็นว่าไม่มีใครสังเกตเห็นตน เธอก็ได้แอบออกมา
ไม่รู้ทำไมเธอก็ได้เดินมาถึงห้องเดิมของติงยียี ในห้องว่างไม่มีใครอยู่ เธอก็ได้ลากคนใช้คนหนึ่งที่เดินผ่าน “ติงยียีล่ะ?”
“เธอไปอยู่ในห้องที่คุณชายเคยอยู่ในตอนเด็กค่ะ”