ตอนที่ 1665
บทที่ 1665 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1505
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่เอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า “ข้อแรก ผมต้องการรู้เรื่องทั้งหมดในกองถ่าย ข้อสอง ผมต้องการให้ติงยียีเป็นนางเอก”
คำพูดของเขาไม่ได้รับการตอบกลับในทันที เขาก็ไม่ได้รีบร้อน เลิกคิ้วนั่งรอเงียบๆ ห้องทำงานที่มีขนาดหลายร้อยตารางเมตรเงียบงัน ผ่านไปเนิ่นนาน “ขอโทษครับ ผมไม่เห็นด้วย”
เย่เนี่ยนโม่เลิกคิ้ว “เหตุผลล่ะ”
“ยียีนั้นไม่เลวจริงๆ แต่แนวความคิดแรกที่ผมคิดเอาไว้ได้กำหนดเรียบร้อยหมดแล้ว ผมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกะทันหันได้ นี่เป็นการไม่มีความรับผิดชอบต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ และไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้ชมยิ่งกว่า”
เขาเอ่ยจบแล้ว ก็ดูเหมือนว่าการสูญเสียโอกาสนี้มันสิ้นเปลืองมากเกินไป จึงเอ่ยต่อว่า “ไม่อย่างนั้นเป็นเรื่องหน้า?”
เย่เนี่ยนโม่ยิ้ม เขาลุกขึ้นแล้วยื่นมือไป “ขออวยพรให้หนังโด่งดังเป็นที่นิยมครับ”
ทั้งสองคนจับมือกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการสิ้นสุดการเจรจา ผู้กำกับไต้ที่เดินไปถึงประตูก็หันกลับมากะทันหัน “เงินทองไม่สามารถซื้อความรักได้ ถ้าหากว่าคุณยังใช้วิธีนี้ในการรักเธอต่อไปล่ะก็ เธอก็จะหนีไปไกลยิ่งกว่าเดิม”
“ผมเพียงแค่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เธอ” เย่เนี่ยนโม่มองเขา น้ำเสียงหนักแน่น
ผู้กำกับไต้ไม่พูดอะไรมาก เพียงแค่เอ่ยประโยคหนึ่งว่า “บทของติงยียีใกล้จะถ่ายเสร็จแล้ว วันนี้เธอขอลาหยุดกับผม บอกว่าจะพาแฟนหนุ่มไปพบคุณพ่อ”
ประตูกระจกปิดลง เสียงฝีเท้าห่างไกลออกไปอย่างช้าๆ กำปั้นที่วางอยู่ข้างกายเย่เนี่ยนโม่กำแน่นขึ้นเรื่อยๆ
เมืองเหยาหนาน รถเลี้ยวเขาไปในซอย ติงยียีมองใบหน้าที่เผยความอ่อนล้าออกมาของเย่ชูหวินที่ขับรถมาหลายชั่วโมงด้วยความสงสาร “หลังจากนี้ฉันจะไปเรียนขับรถด้วย แบบนี้นายก็ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นแล้ว”
เย่ชูหวินยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน “ฉันจะเหนื่อยมากกว่าเดิม เพราะว่าหัวใจทั้งดวงล้วนอยู่ที่เธอ”
คำบอกรักหวานซึ้งมาโดยไม่คาดฝัน ติงยียีชะงัก ก้มหน้ายิ้มๆโดยไม่พูดอะไร
รถจอดสนิทที่หน้าประตูลานบ้าน ติงยียีที่ลงจากรถเตรียมจะไปเคาะประตูก็ถูกเย่ชูหวินเรียกเอาไว้ “เธอเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วหรือ”
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจและลังเล ในใจหวาดกลัว เพราะว่าความสุขมาเยือนอย่างกะทันหัน ดังนั้นจึงรู้สึกไม่มีความมั่นคงมากกว่าเดิม ทำได้เพียงแค่ยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่า
ติงยียีเดินกลับไปจูงมือเขา สี่ตาประสานกัน เธอยิ้มหวานพลางเอ่ยว่า “ฉันคิดว่าฉันเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วนะ นายเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วหรือยัง” คำตอบของเขาคือมือที่จับเธอใหม่และฝีเท้าที่มั่นคง
ติงต้าเฉินกำลังเดินไปเดินมาในห้องรับแขก ติงเหม่ยหรงที่อยู่อีกด้านเอ่ยว่า “โชคดีที่นายใส่ขาเทียม ไม่อย่างนั้นฉันเห็นนายแล้วต้องร้อนใจตาย! ยียีบอกไหมว่าจะมาทำอะไร”
“เธอเพียงแค่บอกว่าจะพาคนกลับมาให้ผมดู” ติงต้าเฉินเบ้ปาก ในใจก็คิดว่าจะพาเย่เนี่ยนโม่กลับมาหรือไม่ แต่ก็กลัวว่าตัวเองจะแสดงสีหน้าดีๆต่อเขาไม่ได้
ประตูถูกเปิดออก ติงเหม่ยหรงรีบยืนขึ้นแล้วเดินออกไปต้อนรับ ติงต้าเฉินที่อยู่ในห้องก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นผู้มาเยือน รอยยิ้มของเขาก็กลายเป็นความสงสัย
“คุณพ่อ คุณน้า หนูเตรียมจะหมั้นกับชูหวินแล้ว” ติงยียีเข้าประตูมาก็เอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมา เย่ชูหวินก้าวขึ้นไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พลางยื่นของขวัญออกมา
ติงต้าเฉินไม่ได้รับ หลังจากติงเหม่ยหรงตกตะลึงแล้วก็รีบก้าวขึ้นไปรับเอาไว้ “ลำบากแล้ว”
เธอพิจารณามองหนุ่มวัยรุ่นตรงหน้า รู้สึกว่าเป็นคนที่มีความสามารถคนหนึ่ง พลางทอดถอนใจว่าติงยียีวาสนาดีจริงๆ
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ลูกเลิกกับไอ้หมอนั่นแล้วหรอ” ติงต้าเฉินเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา เพิ่งจะสิ้นสุดเสียง เขาก็ระเบิดเสียงดังออกมากะทันหัน “หรือว่าไอ้หนุ่มนั่นจะรังแกลูก!”
ติงยียีรีบเอ่ยว่า “พ่อคะ ไม่มีเรื่องแบบนั้น เพียงแค่หนูเหนื่อยแล้ว เขาก็เหนื่อยแล้วเช่นกัน ดังนั้นถึงได้เลือกที่จะแยกทางกันเท่านั้นเอง”
เย่ชูหวินที่อยู่อีกด้านเอ่ยว่า “คุณลุงครับ ผมจะมอบความสุขให้เธอ”
บรรยากาศภายในห้องรับแขกไม่ถือว่าแย่เกินไป ติงต้าเฉินนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา ผ่านไปเนิ่นนานถึงได้เอ่ยขึ้นว่า “พวกลูกตั้งใจจะหมั้นกัน?”
“ครับ/ค่ะ!” เย่ชูหวินกับติงยียีเอ่ยตอบเป็นเสียงเดียวกัน เย่ชูหวินเอ่ยต่อว่า “ผมเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่อยู่ต่างประเทศ คุณลุงคุณป้าอยู่ในประเทศครับ”
ติงต้าเฉินได้ยินแล้วก็พอใจ เอ่ยถามต่อว่า “คุณลุงคุณป้าคุณชื่ออะไร มีเวลามากินข้าวด้วยกันสักมื้อไหม”
“คุณลุงผมชื่อเย่เชินหลินครับ” เพิ่งจะสิ้นสุดเสียง ติ้งต้าเฉินก็กระเด้งตัวขึ้นมา “คุณกับเย่เนี่ยนโม่ ไอ้หนุ่มนั่นมีความสัมพันธ์เป็นญาติพี่น้องกันหรือ?!”
ติงเหม่ยหรงก็ตะลึงเป็นอย่างมาก เธอกลัวน้องชายของตัวเองจะระเบิดอารมณ์จนสถานการณ์กู่ไม่กลับ จึงรีบก้าวขึ้นไปเอ่ยว่า “คุยกันเยอะขนาดนี้ ทุกคนยังไม่ได้ดื่มน้ำกันเลย ดื่มน้ำก่อน!”
“นายมากับฉัน!” ติงต้าเฉินมองเย่ชูหวิน มองดูแล้วเหมือนจะมีโทสะจริงๆ
ติงยียีคิดจะจับมือของเย่ชูหวินเอาไว้ด้วยความกังวลเล็กน้อย แต่เพิ่งแตะถูกปลายนิ้วเขาก็ถูกเขาหลบเลี่ยง เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน กระซิบเสียงเบาว่า “วางใจเถอะ”