ตอนที่ 1664
บทที่ 1664 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1504
October 28, 2026
“ยียี” เขาตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ในแววตาล้วนมีแต่เธอ “แต่งงานกับผมได้ไหม”
แหวนเพชรเม็ดใหญ่ในกล่องกำมะหยี่ทอประกายระยิบระยับ ฝูงชนรอบด้านพากันตะโกนว่า “แต่งเลย!”
เย่ชูหวินซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน เขาหัวเราะเยาะตัวเอง เตรียมหมุนตัวจากไป ข้างกายก็มีเสียงเอ่ยด้วยความฉงนดังขึ้นมา “ผู้หญิงคนนั้นกำลังมองหาอะไร”
เขาหันกลับไปอย่างประหลาดใจ ก็สบเข้ากับสายตาของติงยียีพอดี
ติงยียีค่อยๆเดินมาหาเขา หางกระโปรงสะบัดไปมาบนพื้นอย่างช้าๆ เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นไม่เป็นจังหวะ กระทั่งลมหายใจก็กระชั้นถี่
เธอเดินมาตรงหน้าเขาช้าๆ จ้องมองมาที่เขา เอ่ยถามเสียงเบาว่า “นายจะแต่งงานกับฉันไหม”
เย่เนี่ยนโม่ยืนอยู่ด้านหลังเธอ แววตาเต็มไปด้วยความเสียใจและเหลือเชื่อ แหวนวางอยู่กลางฝ่ามือเขาอย่างโดดเดี่ยว เขาจ้องมองแผ่นหลังติงยียีเขม็ง
“นายจะแต่งงานกับฉันไหม” ติงยียีเอ่ยอีกครั้ง แววตาตื่นเต้น ผู้คนรอบด้านทอดถอนใจเสียงดัง เย่ชูหวินยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ยินเสียงใดๆในหูทั้งนั้น ประโยคที่เอ่ยว่า “นายจะแต่งงานกับฉันไหม” ดังสะท้อนอยู่ในสมองไม่หยุด
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ทางที่ดีที่สุดเธอควรจะหันกลับไปมองผู้ชายที่เธอรักมากที่สุดกำลังขอเธอแต่งงาน”
ติงยียีก้าวขึ้นไปคล้องแขนเขาเอาไว้ “คนที่รักฉันกับคนที่ฉันรัก ฉันเลือกคนแรก”
ทันใดนั้น เย่ชูหวินก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอแล้ววิ่งไปยังรถที่อยู่ด้านข้าง ติงยียีเป็นฝ่ายเปิดประตู เสียงทุ้มต่ำของเย่เนี่ยนโม่ดังลอยมาจากด้านหลัง “ยียี!”
ร่างเธอชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็เปิดประตูรถโดยไม่ลังเล เสียงกังวานดังขึ้น ดอกไม้ไฟเป็นประกายสว่างไสวที่ระเบิดออกกลางท้องฟ้าสาดลงบนใบหน้าที่มีความแน่วแน่ของเธอ และสาดลงบนความปวดร้าวปานจะขาดใจของเขา
จนกระทั่งรถยนต์ขับออกไปไกลแล้ว ติงยียีก็ยังตกอยู่ในภวังค์ ในที่สุดเธอก็ทำแล้ว สร้างความสะเทือนใจอย่างหนักหน่วงให้เขาท่ามกลางสายตาผู้คน ประกาศเจตนารมณ์ของตัวเองกับเขา
ภายในรถไม่มีใครพูดอะไร ติงยียีคิดอยากจะผ่อนคลายบรรยากาศ จึงล้อเล่นว่า “เมื่อไรนายจะเอาสินสอดมาสู่ขอที่บ้านฉัน”
รถเบรกดังเอี๊ยด รอบด้านเป็นถนนที่เต็มไปด้วยบาร์สายหนึ่งพอดี หนุ่มสาววัยรุ่นที่ผ่านไปผ่านมาแสดงให้เห็นถึงเรี่ยวแรงของความหนุ่มสาว เย่ชูหวินมีสีหน้าน่ากลัวอยู่บ้าง “ฉันจะถามเป็นครั้งสุดท้าย เธอคิดดีแล้วหรือ”
ติงยียีกำลังจะตอบ จู่ๆเขาก็คว้าหมับเข้าที่แขนของเธอ แรงมากเสียจนทำให้กล้ามเนื้อเปลี่ยนรูปไปเล็กน้อย “เธอมีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียว ติงยียี เธอมีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียว”
เธอเห็นถึงความหวาดกลัวและไม่แน่ใจบนใบหน้าเขา “ชูหวิน” เธอเรียกเขาเสียงเบา วางมือทับลงบนหลังมือเขา “ฉันคิดดีแล้ว นายต่างหากที่เป็นคนที่ฉันคู่ควรจะฝากชีวิตเอาไว้”
คำพูดที่เหลือถูกฝังเอาไว้ระหว่างริมฝีปากเธอ เสี้ยววินาทีหนึ่งที่เธอเกือบจะทนต่อความคิดหุนหันที่อยากจะผลักเขาออกอย่างอดมิได้ แต่ก็หลับตาลงแล้วยอมรับทั้งหมดด้วยท่าทางสั่นสะท้าน
เนิ่นนานกว่าเย่ชูหวินจะปล่อยเธอ สีหน้าเต็มไปด้วยความยินดี “เมื่อครู่เธอบอกว่าสินสอดหรือ ตอนนี้พวกเราไปหาคุณลุงกัน!”
รถยนต์สตาร์ทอีกครั้ง พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็หยุดลงกะทันหัน “ไม่ได้ ตอนนี้ไปดูบุ่มบ่ามเกินไป ฉันควรจะไปเตรียมตัวให้ดีสักหน่อย”
เย่ชูหวินพูดบ่นอยู่กับตัวเองอีกด้านไม่หยุด ติงยียีจับมือของเขาเอาไว้ด้วยท่าทางขบขัน “ไปพรุ่งนี้ดีไหม”
จนกระทั่งกลับถึงบ้าน ก็ยังคงเห็นภาพสถานการณ์ทั้งหมดได้อย่างชัดเจน ติงยียีค่อยๆเดินผ่านกระจกแต่งตัวไป หางกระโปรงไหวไปมาเบาๆตามความเคลื่อนไหวของเธอ คนที่อยู่ในบานกระจกนั้นสีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความเฉยชา เห็นอยู่ชัดๆว่าเป็นช่วงอายุที่งดงามที่สุด แต่กลับดูโศกเศร้าไม่สมกับอายุ
เสียงซิปดังขึ้นอย่างช้าๆ เรือนร่างขาวราวหิมะปรากฏขึ้นกลางอากาศ อากาศหนาวเย็นทำให้ผิวของเธอขึ้นตุ่มหนังไก่เล็กๆ เธอพับชุดราตรีชุดนั้นให้เรียบร้อยและเก็บเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของตู้เสื้อผ้า กลางดึกแล้ว ลมพัดผ้าม่านไหวไปมา เธอลุกขึ้นไปปิดหน้าต่าง แต่กลับเห็นว่าใต้ตึกมีรถบูกัตติ เวย์รอนสีขาวคันหนึ่งจอดอยู่ข้างถนนใต้ตึก
เมื่อปิดหน้าต่างแล้ว เธอก็ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาในที่สุด นิ้วมือสั่นเล็กน้อยขณะพิมพ์บนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ตัวอักษรภาษาจีนปรากฏขึ้นในกล่องข้อความ เธอรู้ว่าถึงเวลาที่จะต้องใส่เครื่องหมายหยุดเพื่อบอกลาความสัมพันธ์ในครั้งนี้แล้ว
ตระกูลเย่ เย่เนี่ยนโม่จัดการเอกสารอย่างบ้าคลั่ง เอกสารภาษาต่างประเทศที่ซับซ้อนเข้าใจได้ยาก เขาล้วนแปลเองทุกประโยค เย่ป๋อที่อยู่ด้านข้างเตือนขึ้นอย่างอดมิได้ว่า “คุณชาย ตีสองแล้วนะครับ”
“นายกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ” เย่เนี่ยนโม่ที่แปลเอกสารหน้านี้อยู่ เอ่ยโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา เย่ป๋อมองสภาพเขาที่ทำงานอย่างบ้าครั้งแล้ว ก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจในใจ ในใจก็คิดว่าถึงเวลาที่ต้องไปพูดคุยกับติงยียีเสียแล้ว
ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเย่เนี่ยนโม่ก็มีเสียงข้อความดังขึ้น ร่างกายเขาชะงัก จากนั้นสีหน้าก็เจือไปด้วยความปีติยินดี เย่ป๋อเห็นเขาเปิดข้อความแล้วมีสีหน้าทะมึนขึ้นเรื่อยๆ
“ออกไป” เขาสั่ง ในตอนที่เย่ป๋อกำลังจะเดินไปถึงประตู ก็เอ่ยเสริมประโยคหนึ่งว่า “อย่าทำเรื่องนอกขอบเขตการทำงานของนาย”
รอจนในห้องเงียบสงบแล้ว เขาก็โยนปากกาในมือทิ้ง หลับตาลงแล้วเอนร่างพิงเข้ากับพนักเก้าอี้ ผ่านไปเนิ่นนานถึงได้เปิดข้อความในมือขึ้นมาใหม่