ตอนที่ 1663
บทที่ 1663 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1503
October 28, 2026
“มีเรื่องอะไร” เย่ชูหวินพิจารณามองสภาพแวดล้อมรอบด้าน พลางคิดว่าสามารถพาติงยียีมาแช่บ่อน้ำพุร้อนที่นี่ได้
อ้าวเสว่ลุกขึ้นจากน้ำ รับผ้าขนหนูที่พนักงานส่งมาให้ห่อหุ้มร่างกาย “เนี่ยนโม่วางแผนจะขอติงยียีแต่งงาน”
เธอมองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเย่ชูหวินด้วยความพอใจ หยิบไวน์ที่วางอยู่บนโต๊ะด้านข้างมาแล้วเอ่ยต่อว่า “ถ้าหากว่าขอแต่งงาน ติงยียีจะรับปากเขาหรือไม่นั้น ฉันรู้ดีกว่าคุณ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเร่งด่วนที่ไม่อาจรอช้าได้ ฉันอยากให้คุณช่วยฉันขัดขวางพวกเขา นี่ก็เป็นการช่วยตัวคุณเองเช่นกัน”
เย่ชูหวินมองเธอ “อย่าเอาผมไปรวมกับคุณ”
“ฮ่าๆๆ!” อ้าวเสว่ชูแก้วไวน์ไปทางเขาอย่างให้สัญญาณ มุมปากเจือไปด้วยแววเย้ยหยันที่เก็บกลับมาไม่ทัน “ก็ใช่ ผู้หญิงที่คุณรักบริสุทธิ์เหมือนกับดอกบัวขาว ผู้หญิงชั่วร้ายแบบฉัน คุณจะต้องไม่ชอบแน่นอน แต่แล้วอย่างไรล่ะ ฉันก็ไม่ชอบคุณเช่นกัน!”
เย่ชูหวินไม่อยากฟังเธอแดกดันถากถางอีก จึงหมุนตัวเดินจากไป เสียงแก้วที่ถูกปาลงกับพื้นจนแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างแรงดังลอยมาจากด้านหลัง เขาก้มหน้ามองไวน์แดงที่กระเซ็นถูกขากางเกงแล้วก็เอ่ยว่า “เธอไม่มีทางรับปากหรอก”
“ถ้าหากว่าคุณมีความมั่นใจขนาดนั้น คุณคงไม่มาหรอก คนขี้ขลาด” อ้าวเสว่ที่คลุมผ้าขนหนูอยู่หมุนตัวเดินจากไป
เย่ชูหวินไม่ช่วยเธอ ดูท่าจะทำได้เพียงแค่หาเป้าหมายถัดไป เธอกดหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ “พ่อคะ หนูคืออ้าวเสว่”
ภายในร้านกาแฟ สวีเห้าเซิงกดรับสายแล้วเอ่ยว่า “เนี่ยนโม่บอกกับพ่อแล้วว่า เขาเตรียมจะขอยียีแต่งงาน”
“พ่อรับปากแล้ว!” อ้าวเสว่กรีดร้องเสียงแหลม ดึงสายตาลูกค้ารอบด้านให้พากันหันมามอง
สวีเห้าเซิงสงสารเธอ แต่ก็สงสารติงยียีเช่นกัน จึงทำได้เพียงแค่พยายามเอ่ยอย่างอ้อมค้อม “เสี่ยวเสว่ พ่อเห็นเนี่ยนโม่เติบโตมา พ่อเข้าใจนิสัยของเขา ขอเพียงแค่เขาตัดสินใจก็ไม่มีทางพลิกกลับได้”
อ้าวเสว่สาดกาแฟในมือลงกับพื้น กาแฟร้อนลวกกระเด็นไปโดนเท้าของหญิงสาวที่อยู่รอบๆคนหนึ่ง หญิงสาวกรีดร้องเสียงแหลม “คุณ นี่มันอะไรกัน?!”
“ไสหัวไป” อ้าวเสว่โยนธนบัตรปึกหนึ่งที่หยิบออกมาจากกระเป๋าไปโดยไม่หันกลับไปมอง หญิงสาวพึมพำอย่างรังเกียจว่า “ประสาท”
“เสี่ยวเสว่” สวีเห้าเซิงขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย ในใจก็คิดว่าเมื่อใดที่ลูกสาวของตัวเองกลายเป็นคุณหนูยโสโอหังที่รู้จักใช้แต่เงิน ขณะที่กำลังจะเอ่ยพูด อ้าวเสว่ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงหยาบคายไม่สบอารมณ์ว่า “ลูกของหนูก็เป็นเธอที่ทำให้แท้ง”
“อะไรนะ” สวีเห้าเซิงตะลึงค้าง “ก่อนหน้านี้ลูกบอกว่าตกบันไดไม่ใช่หรือ”
อ้าวเสว่มองเขาอย่างเยาะหยัน “ถ้าไม่ใช่เพราะเอาใจเย่เนี่ยนโม่ หนูจะต้องทำให้ตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมแบบนี้หรือคะ น้องสาวทำให้พี่สาวแท้ง นี่มันน่าสนใจมากไม่ใช่หรือคะ”
สวีเห้าเซิงไม่ได้เชื่อคำพูดทั้งหมดของเธอ แต่ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ยียีไม่ใช่คนแบบนั้น พ่อตรวจสอบเด็กผู้หญิงที่ผลักลูกคนนั้นแล้ว แต่ก่อนเป็นคนใช้ของตระกูลเย่ เธอได้รับจดหมายไม่ระบุชื่อฉบับหนึ่ง พ่อจะตรวจสอบดูอีกรอบ”
อ้าวเสว่เห็นว่าเขายังยืนอยู่ข้างติงยียี ก็โมโหจนลุกขึ้นแล้วเอ่ยกระแทกประโยคหนึ่งว่า “ในเมื่อคุณพ่อไม่เชื่อ หนูก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ทรัพย์สินของคุณพ่อจะยกให้เธอ หนูก็ไม่สนใจ แต่คุณพ่อก็ลองคิดดูนะคะว่าการที่คุณพ่อเข้าข้างเธอ มันไม่ยุติธรรมสำหรับหนูหรือไม่”
สวีเห้าเซิงมองอ้าวเสว่จากไปอย่างโมโหด้วยความเหนื่อยล้า เขาเหนื่อยใจมาก เขาควรจะทำอย่างไร ถึงจะคลี่คลายการต่อสู้ระหว่างลูกสาวทั้งสองคนได้ ตอนนี้เขาทำอะไร ลูกสาวทั้งสองคนล้วนรู้สึกว่าเขาเข้าข้างอีกฝ่าย นี่เป็นเงื่อนตายที่ไร้ซึ่งหนทางในการแก้
ยามค่ำคืนนอกบานหน้าต่างนั้นมืดสนิท เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาต่อสายหาเบอร์โทรศัพท์ติงยียีอย่างอ่อนล้า โทรศัพท์ถูกรับ น้ำเสียงของติงยียีเฉยชา “ฉันคือติงยียีค่ะ”
“พ่อเอง” สวีเห้าเซิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งถึงได้เอ่ยว่า “ลูก พ่ออยากถามเรื่องลูกของอ้าวเสว่หน่อย”
เดิมเขาคิดอยากจะเอ่ยอย่างอ้อมค้อม แต่คิดไม่ถึงว่าติงยียีจะพูดตรงๆ “เรื่องนั้นฉันก็มีส่วนรับผิดชอบ เป็นฉันที่ให้เธอไปที่บันได”
“ทำไมลูกถึงให้เธอไปที่นั่นกัน” สวีเห้าเซิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทางเซื่องซึม น้ำเสียงแผ่วเบา เขาทนรับความสะเทือนใจมากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว
ในสายโทรศัพท์ไม่มีเสียงคนตอบรับ มีเพียงแค่เสียงลมหายใจเบาๆ ผ่านไปเนิ่นนานก็มีเสียงสายไม่ว่างดังลอยมา
ติงยียีวางโทรศัพท์มือถือไว้ด้านข้างอย่างเบามือ เธอไม่สามารถตอบได้ จึงทำได้เพียงแค่ตัดสายโทรศัพท์แทน ข้างโทรศัพท์มือถือมีกล่องชุดราตรีแสนงดงามวางอยู่ ภายในกล่องมีเดรสตัวยาวห้อยพู่ บนกระโปรงประดับด้วยลูกปัดคริสตัลเม็ดเล็ก รองเท้าส้นสูงสีนู้ดที่สง่างามกับชุดเดรสช่วยกันขับเน้นความโดดเด่นซึ่งกันและกัน
ข้างกล่องมีการ์ดที่ถูกเปิดออกครึ่งหนึ่ง ตัวอักษรด้านบนนั้นใจเย็นลุ่มลึก แข็งแรงทรงพลัง เธอมองวันที่และเวลาแล้วก็ถอนหายใจออกมาแรงๆ
วันรุ่งขึ้น
ภายในกองถ่าย ผู้กำกับไต้มีสีหน้าตื่นเต้น “คัท! พักสิบนาที ถ่ายฉากสุดท้ายแล้ว”
เสียงสตาฟพากันโห่ร้องไชโย เมื่อถ่ายบทละครช่วงนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นางเอกก็จะออกเดินทางไปเรียนหนังสืออย่างเป็นทางการ นี่ก็หมายความว่าในที่สุดสตาฟกองถ่ายก็สามารถไปจากชนบทซึ่งเป็นสถานที่ว่างเปล่ารกร้างแห่งนี้ได้แล้ว
ติงยียีเดินไปถึงข้างกายชิวไป๋ เมื่อเห็นเธอถือโทรศัพท์มือถือก็เอ่ยถามว่า “มีคนโทรหาฉันหรือ”
“เปล่า ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือเธอมาดูเวลาน่ะ” ชิวไป๋ยิ้มให้เธอ และลบบันทึกเบอร์โทรศัพท์เข้าเมื่อครู่นี้ในโทรศัพท์มือถือเงียบๆ ในใจก็คิดว่าอ้าวเสว่ ผู้หญิงคนนี้โทรหาติงยียีจะต้องไม่มีเรื่องดีอะไรแน่นอน จึงช่วยเธอเอ่ยปฏิเสธไปเสียเลย
ตระกูลเย่ อ้าวเสว่โยนโทรศัพท์ลงบนเตียงอย่างโมโห ตั้งแต่เมื่อวานเธอก็ไม่เห็นคนตระกูลเย่สักคนเดียว คุณย่า คุณอาเย่ คุณน้าเชี่ย ทุกคนล้วนหายหัวกันไปหมด พ่อบ้านก็ปิดปากสนิท คนรับใช้ก็มีข้อห้ามมากมาย ประตูถูกเคาะ พ่อบ้านยืนอยู่หน้าประตูนิ่งๆ “คุณอ้าวเสว่ วันนี้เป็นวันดีนะครับ”