ตอนที่ 1662
บทที่ 1662 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1502
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่เดินมาถึงข้างกายเขา “นายกับฉันจะเป็นพี่น้องกันตลอดไป ฉันไม่เคยคิดที่จะปล่อยเธอไป”
คำพูดของเขาทำให้เย่ชูหวินนึกถึงภาพเหตุการณ์ในห้องใต้ดินศูนย์แสดงสินค้าจิวเวลรี่แต่ละเหตุการณ์ เขามองเขาอย่างดุร้าย “นายบอกว่านายไม่เคยคิดจะปล่อยเธอไป อย่างนั้นเรื่องในวันนั้นมันอะไรกัน นายรู้ไหมว่าเธอเกือบจะถูกเผาตายแล้ว นายยังกล้าพูดคำพูดที่ว่านายไม่เคยคิดจะปล่อยเธอไปพวกนั้นออกมาได้อย่างไม่สะทกสะท้านอีกหรือ!”
“ฉันไม่มีทางเลือก” เย่เนี่ยนโม่ตะคอก “เธอติดค้างเด็กคนนั้น ฉันต้องช่วยเธอคืนมัน นี่เป็นหนทางเดียวที่เธอจะชดใช้ และช่วยความสัมพันธ์ของพวกเราไปรอด”
เขาชกหมัดเข้ากับกำแพงเงียบๆ ในใจก็เจ็บปวดเกินกว่าจะรับไหว ทำไมเธอถึงไม่เข้าใจ ทำไม!
“ถ้าหากว่าเป็นฉัน ฉันจะไม่ให้เธอพบกับโอกาสที่จะเกิดอันตรายแม้แต่น้อย” เย่ชูหวินเอ่ยเรียบๆแล้วเปิดประตู
ระเบียงทางเดิน ติงยียีเดินไปเดินมาอย่างร้อนรน หลังจากเห็นเขาแล้วก็ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางตึงเครียด “นายหวั่นไหวแล้วหรือ”
เย่ชูหวิ่นมองแววตาเป็นกังวลของเธอ จากนั้นก็แย้มรอยยิ้มออกมา เขาเป็นฝ่ายจับมือเธอเดินออกไปข้างนอก ในใจก็สดชื่นแจ่มใส แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงแค่ที่หลบภัยชั่วคราวของเธอแล้วอย่างไร เธอต้องการอะไร เขาก็ให้สิ่งนั้นกับเธอ ก็พอแล้วไม่ใช่หรือ
ตระกูลเย่
ภายในห้องออกกำลังกาย เย่เนี่ยนโม่ก้มหน้าก้มตาชกกระสอบทราย เสียงน่าอึดอัดดังขึ้นกลางอากาศไม่หยุด พ่อบ้านมองไปทางเย่ป๋อด้วยความกังวลใจเล็กน้อย “คุณชายต่อยติดกันมาสามชั่วโมงแล้ว แบบนี้ร่างกายจะรับไม่ไหวนะ”
เย่ป๋อขมวดคิ้ว มีเสียงฝีเท้าดังลอยมาจากด้านหลัง ทั้งสองคนรีบเอ่ยว่า “นายท่าน นายหญิง”
เย่เชินหลินเดินเข้าไปในห้องออกกำลังกายแล้วขมวดคิ้วเอ่ยว่า “มาสู้กันตัวต่อตัว”
เย่เนี่ยนโม่เหลือบตาขึ้นมองอย่างดุร้าย หยาดเหงื่อรินไหลจากเส้นผมบริเวณหน้าผากเข้าสู่นัยน์ตา เขาปล่อยหมัดไปทางเย่เชินหลินโดยไม่พูดอะไรสักคำ สองพ่อลูกประมือกันอยู่ตรงนั้น เย่เชินหลินคว้าหมับเข้าที่แขนของเขาได้อย่างสบายๆ และโจมตีเข้าที่ท้องของเขาไปครั้งหนึ่ง เย่เนี่ยนโม่ถอยหลังติดกันหลายก้าว
“อ๊าก!” เขาคำรามเสียงต่ำขณะปล่อยหมัดโจมตีไปทางเย่เชินหลินด้วยความเร็วที่ไม่สามารถหลบได้ด้วยซ้ำ แต่เย่เชินหลินไหวตัวหลบได้ และปล่อยหมัดใส่เขาจนล้มลงไป เขาลุกขึ้นยืนใหม่ ก็ถูกต่อยจนล้มลงอีก
เซี่ยชีหรั่นเอามือปิดปาก เธอสงสารลูกชายตัวเองมาก แต่ก็รู้ว่าเย่เชินหลินเพียงแค่หาช่องทางให้เขาระบายออกมา ในตอนที่เย่เนี่ยนโม่ถูกซัดจนหมอบอีกครั้ง เธอก็ทนไม่ไหวแล้ว “พอได้แล้ว”
เธอขวางอยู่หน้าเย่เนี่ยนโม่ หยาดน้ำตาในนัยน์ตาเป็นประกาย “พอได้แล้ว!”
เย่เชินหลินกวาดตามองเย่เนี่ยนโม่ครู่หนึ่งแล้วหมุนตัวเดินจากไป
เซี่ยชีหรั่นหันกลับไปลูบแขนที่ถูกต่อยจนได้รับบาดเจ็บของเย่เนี่ยนโม่ด้วยความสงสาร “ลูกรัก ลูกเป็นอย่างไรบ้าง แม่จะให้หมอมาดูนะ”
“แม่ครับ ผมไม่เป็นอะไร” เย่เนี่ยนโม่เข็ดเลือดข้างมุมปาก เขานอนลงกับพื้น มองเพดานห้องอย่างหมดอาลัยตายอยาก และคิดถึงติงยียีอย่างควบคุมไม่อยู่
เซี่ยชีหรั่นจึงนั่งลงกับพื้น เธอเอ่ยถามเสียงอ่อนว่า “ในชีวิตของคนเราต้องตัดสินใจอยู่หลายครั้ง เมื่อตัดสินใจไปแล้วก็ไม่สามารถเสียใจในภายหลังได้แล้ว”
“ผมไม่ได้เสียใจในภายหลัง แม้ว่าจะต้องตัดสินใจอีกครั้ง ผมก็ยังคงทำแบบนี้ ไม่อย่างนั้นผมไม่สามารถให้อภัยเธอและไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้เช่นกัน” เย่เนี่ยนโม่หอบหายใจแล้วหลับตาลง ภาพติงยียีในสมองชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม
เห็นเขาเป็นทุกข์แล้ว เซี่ยชีหรั่นก็เป็นทุกข์ยิ่งกว่า เธอตบลงบนเข่าของเขา “ในใจลูกรู้ว่าต้องทำอย่างไรไม่ใช่หรือ แม่สนับสนุนลูกนะ”
กลางดึก เขามองโทรศัพท์มือถือ ปลายนิ้วลูบไปบนเบอร์โทรศัพท์อันคุ้นเคย แววตาเต็มไปด้วยความอ้างว้าง จู่ๆเขาก็พลิกตัวลุกขึ้นเปิดประตูเดินออกไปข้างนอก
ภายในโรงพยาบาล พยาบาลที่เข้าเวรกำลังสะลึมสะลือ เสียงฝีเท้ามั่นคงที่ดังลอยมาจากระเบียงทางเดินทำให้ความง่วงงุนของเธอหายไปเล็กน้อย เมื่อเห็นชายหนุ่มหล่อเหลาเดินผ่านตัวเองไปอย่างรวดเร็ว เธอก็เอ่ยเตือนด้วยความหวังดีว่า “คุณผู้ชาย คุณมาหาคุณผู้หญิงท่านนั้นสินะคะ เธอออกจากโรงพยาบาลไปแล้วค่ะ”
เสียงฝีเท้าช้าลง เย่เนี่ยนโม่หันกลับมาเอ่ย “ขอบคุณครับ”
นอกระเบียงทางเดิน กลิ่นหอมของดอกกุหลาบลอยมาเป็นระยะ ลูกบิดประตูที่ถูกบิดส่งเสียงดังขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับกระป๋องเบียร์ที่ถูกเปิดออกในยามค่ำคืน ของทุกอย่างภายในห้องวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ดอกไม้ถูกลมนอกบานหน้าต่างพัดจนเอนไหวไปมา
เขาก้มตัวลูบไปบนผ้าปูเตียง ราวกับสามารถรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่เธอเหลือทิ้งเอาไว้ ด้านนอกประตู อ้าวเสว่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น “ฉันรู้ว่าคุณจะต้องมาแน่นอน”
ร่างที่หันหลังให้เธอไม่ขยับเขยื้อน เธอเดินเข้ามา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้ารันทด “คุณดูสิ ฉันเข้าใจคุณขนาดนี้ แต่คุณกลับไม่เข้าใจฉันแม้แต่นิดเดียว”
เย่เนี่ยนโม่ลูบรอยยับบนหมอนด้วยความประณีต หลังจากนั้นก็หันกลับมา แววตาเต็มไปด้วยความแน่วแน่ อ้าวเสว่ใจสั่นขึ้นมากะทันหัน คิดจะหนีไปตามจิตใต้สำนึก
“เสี่ยวเสว่” นี่เป็นครั้งแรกในหลายปีให้หลังที่เขาเรียกเธอแบบนี้ อ้าวเสว่ตะลึง เงยหน้ามองเขาอย่างเลื่อนลอย
“ผมเตรียมจะขอติงยียีแต่งงาน”
“ไม่ ไม่ได้นะ!”
อ้าวเสว่ก้าวขึ้นมาด้านหน้า คิดจะกอดเขาเอาไว้ด้วยท่าทางบ้าคลั่ง ข่าวคราวไม่คาดฝันนี้แทบจะทำให้เธอล้มลง แววตาเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “เธอบังคับให้คุณเลือกใช่หรือไม่ ฉันสามารถไปจากตระกูลเย่ก็ได้ ขอเพียงแค่คุณไม่แต่งงานกับเธอ”
เย่เนี่ยนโม่ปัดมือเธอออกอย่างไร้ความเห็นใจ “ผมไม่ได้ขอความเห็นจากคุณ ผมเพียงแค่บอกคุณ”
“ฉันไม่ต้องการฟัง” อ้าวเสว่ปิดหูถอยหลังไปติดๆ เธอตะโกนเสียงแหบแห้งว่า “เห็นอยู่ชัดๆว่าคนที่คุณเลือกช่วยชีวิตก็คือฉัน! หรือว่านี่ยังไม่ชัดเจนพอที่จะบอกว่าคุณรักฉันหรือ”
เผชิญหน้ากับอาการสติแตกของเธอ เขาก็ไม่แยแส “ผมเคยพูดไปแล้วว่านั่นเป็นการคืนหนี้ให้กับเด็กคนนั้น ผมรักเธอ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
เอ่ยถึงตรงนี้ เขาก็เดินไปทางประตู อ้าวเสว่ที่อยู่เบื้องหลังสะอื้นไห้ไม่หยุด เขาชะงักไปเล็กน้อย “ย้ายออกจากตระกูลเย่ให้เร็วที่สุด สิ่งที่สมควรให้คุณ ผมจะให้ทนายความไปพบคุณ”