ตอนที่ 1661
บทที่ 1661 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1501
October 28, 2026
เสียงอ่อนแรงดังเข้ามาในหูเธอ “อ้าวเสว่รีบหนีไป อย่าทำร้ายเธอ อย่า”
น้ำเสียงที่เบาจนแทบจะไม่ได้ยินนั้นเต็มไปด้วยการร้องขออย่างทรมานใจ หยดน้ำตากระทบลงบนแก้มเขา อาการขาดออกซิเจนทำให้เขาขมวดคิ้ว ดิ้นรนที่จะตื่นขึ้นมา จู่ๆออกซิเจนที่ไหลอย่างคงที่ก็ถูกส่งกลับเข้าสู่โพรงจมูกใหม่ อ้าวเสว่มองใบหน้าที่เข้าสู่สภาวะหลับสนิทอีกครั้งของเขา เธอเช็ดน้ำหน้าตัวเองบนใบหน้าเขาแล้วหมุนตัวเดินออกไป
ด้านนอกประตู เธอส่งข้อความไปหาเย่เนี่ยนโม่
“เนี่ยนโม่ คืนนี้กลับมากินข้าวที่บ้านเถอะ คุณยายคิดถึงคุณมาก”
บริษัทเย่ซื่อ
เย่ป๋อที่เห็นข้อความของอ้าวเสว่ขมวดคิ้ว ภายในห้องประชุม เสียงของเย่เชินหลินดังชัดและไม่ยินยอมให้ต่อต้าน “ผมขอประกาศว่า หลังจากนี้หุ้นของผมจะถูกมอบให้เย่เนี่ยนโม่จัดการ”
ภายในห้องประชุมไม่มีใครวิพากษ์วิจารณ์ เย่เนี่ยนโม่ได้หุ้นของเย่เชินหลินมา ก็หมายความว่าหลังจากที่เย่เนี่ยนโม่ได้กำจัดผู้ถือหุ้นลึกลับอีกคนหนึ่งไป ก็จะเป็นผู้มีอำนาจแท้จริงของบริษัทเย่ซื่อ
เย่เชินหลินประกาศจบแล้วก็จากไป ผู้บริหารระดับสูงเห็นว่าใบหน้าของเย่เนี่ยนโม่ไม่ได้มีท่าทางดีใจเป็นพิเศษ ก็ไม่กล้าเข้าไปสนทนาด้วย
หลังการประชุม เย่ป๋อรายงานว่า “เมื่อครู่คุณอ้าวเสว่ส่งข้อความมาครับ แจ้งว่าท่านนายให้คุณชายกลับไปทานข้าวที่บ้านครับ”
เย่เนี่ยนโม่พยักหน้าเดินออกจากบริษัทเย่ซื่อ นอกประตูมีวัยรุ่นคนหนึ่งอุ้มดอกกุหลาบช่อโตเอาไว้ ขณะโอ๋แฟนสาวที่กำลังโมโห สีหน้าโมโหเดิมของหญิงสาวก็ค่อยๆอ่อนลงภายใต้เสียงกระซิบอ่อนโยนของชายหนุ่มในที่สุดแล้วรับดอกไม้ของชายหนุ่มเอาไว้ ทั้งสองคนจูงมือกันเดินไปอีกด้านหนึ่งของถนน
เย่ป๋อเห็นแววตาของคุณชายมองดอกไม้ช่อนั้นตลอดโดยไม่ยอมละสายตา ก็เข้าใจทันที “คุณชาย ให้ผมไปจัดการเรื่องนี้ไหมครับ”
ผ่านไปเนิ่นนาน “ไปเถอะ”
ภายในร้านดอกไม้ เถ้าแก่มองชายหนุ่มรุ่นเยาว์ในชุดสูทและรองเท้าหนัง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบิกบานใจ “พ่อหนุ่มจะซื้อดอกไม้ให้แฟนสาวหรือ ต้องการกี่ดอก”
เย่ป๋อกวาดตามองดอกไม้ในร้านครู่หนึ่ง “เอาดอกกุหลาบทั้งหมดครับ”
“ขอโทษนะครับ คุณพูดว่าอะไรนะ” เถ้าแก่ตะลึงค้างอยู่ตรงนั้น ชามข้าวที่ถืออยู่ในมือเกือบจะร่วง เด็กน้อยที่นั่งเขียนการบ้านอยู่อีกด้านหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่า “พ่อ! พี่เขาบอกว่าจะซื้อดอกกุหลาบในร้านพวกเราทั้งหมด”
“เจ้าตัวซวย! พ่อลูกไม่ได้หูหนวก!” เถ้าแก่หัวเราะชอบใจ พลางเอ่ยว่า “ต้องการให้นำไปส่งที่ปลายทางไหมครับ ส่งที่ไหนก็ได้หมด!”
เย่ป๋อยิ้ม “ส่งดอกกุหลาบทั้งหมดในร้านไปที่โรงพยาบาลเหรินซิน” เขาหยุดพูด และหยิบดอกลิลลี่ขึ้นมาหนึ่งดอก สมองปรากฏภาพคนที่จากไปด้วยความโมโหในวันนั้น “ที่เหลือก็ช่วยจัดช่อดอกลิลลี่ให้ผมช่อหนึ่ง และส่งไปอีกสถานที่หนึ่งด้วยครับ”
ภายในโรงพยาบาล ผู้ป่วย คุณหมอและพยาบาลล้วนออกันอยู่ที่ระเบียงทางเดินมองตะกร้าดอกไม้ตะกร้าแล้วตะกร้าเล่าถูกส่งเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยห้องหนึ่งอย่างไม่ขาดสาย ระเบียงทางเดินนอกห้องพักผู้ป่วยล้วนเต็มไปด้วยดอกกุหลาบ
“ใครกันที่โรแมนติกขนาดนี้? ปกติแล้วสามีของฉัน จะให้เขาให้ดอกไม้ฉันดอกหนึ่งยังทำท่าเหมือนกับจะให้เขาไปตายอย่างนั้นแหละ”
“ได้ยินมาว่าเป็นดาราสายคนหนึ่ง พักอยู่ในห้องพักผู้ป่วยห้องนั้น เห็นรึยัง”
“ที่แท้ก็เป็นเธอหรือ ดูเหมือนว่าฉันจะเห็นผู้ชายที่หล่อมากคนหนึ่งเดินออกมาจากในห้องของเธอ”
ติงยียีนั่งฟังเสียงสนทนาข้างนอกประตูที่ไม่ได้จงใจกดให้เบาลงอยู่บนเตียง เมื่อมองไป ดอกกุหลาบสีแดงนั้นแดงเป็นประกาย แดงจนดึงดูดสายตา โพรงจมูกอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจากดอกกุหลาบ แต่เสียงสวบสาบตรงหน้าประตูดึงความสนใจเธอเอาไว้
เด็กหลายคนเบียดกันเดินไป ติงยียีรีบเรียกพวกเขาเอาไว้ “อยากเข้ามาเล่นไหม”
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งมองมาทางเธอขลาดๆ บิดกระโปรงแล้วเดินเข้ามา เด็กน้อยอีกสองคนก็ตามเธอเข้ามาเช่นกัน ติงยียีคว้าดอกกุหลาบบนโต๊ะกำใหญ่แล้วมอบให้กับทุกคนหลายดอก “ชอบดอกไม้ชนิดนี้ไหม”
เสียงสดใสของเหล่าเด็กน้อยเอ่ยขึ้นว่า “ชอบค่ะ”
“นี่คือดอกไม้ที่พี่ชายให้พี่หรือคะ” นัยน์ตาเด็กหญิงที่เดินเข้ามาเป็นคนแรกเป็นประกายสว่างวาบ พลางเอ่ยต่อว่า “หลังจากนี้หนูก็จะหาแฟนที่ให้ดอกไม้หนูคนหนึ่งเหมือนกันค่ะ”
เด็กคนอื่นๆพากันหัวเราะขึ้นมา “จางหงหงอยากให้คนมอบดอกไม้ให้เธอ จางหงหงอยากได้ดอกไม้ล่ะ!”
เด็กหญิงอดกลั้นจนใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาสองข้างถลึงตาใส่พวกเขาด้วยความจนปัญญาและโมโห ติงยียียื่นมือไปลูบเส้นผมที่อ่อนนุ่มของเธอ “ที่รักจำเอาไว้นะจ๊ะ คนที่หนูจะหาไม่ใช่ผู้ชายที่จะมอบดอกไม้ให้หนู แต่เป็นผู้ชายที่รักเดียวใจเดียว ดอกไม้สามารถปลอมได้ แต่หัวใจนั้นทำไม่ได้”
เด็กหญิงมองเธอคล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจ ติงยียียัดดอกไม้อีกหลายดอกให้เธอแล้วเอ่ยว่า “ไปเล่นเถอะ”
เด็กๆหัวเราะเฮฮาวิ่งออกนอกประตูไป ติงยียีเงยหน้าขึ้นมาก็สบเข้ากับสายตาอ่อนโยนของเย่ชูหวิน
บนใบหน้าเขามีรอยข่วนสีแดง สีหน้าอ่อนล้าเป็นอย่างมาก แต่แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น สายตาที่เขามองเธอก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างสุดซึ้ง
“นายเป็นอะไรไปน่ะ” ติงยียีรีบก้าวเข้าไปใกล้ ถึงได้พบว่าบนร่างกายเขายังมีบาดแผลเล็กน้อยเต็มไปหมด
เย่ชูหวินกวาดตามองดอกไม้ที่วางอยู่เต็มห้อง เอ่ยนิ่งๆว่า “ผมก็มีของขวัญจะมอบให้เธอ แต่ทางโรงพยาบาลไม่ยอมให้ผมเอาเข้ามา จะเชิญเธอออกไปดูกับผมได้ไหม”
เขาพูดพลางโค้งตัวลงเล็กน้อยแล้วทำท่าทางเชื้อเชิญออกมา ติงยียีหัวเราะพรืดแล้วหยิบเสื้อคลุมเดินออกไปกับเขา
ภายในสวนดอกไม้ของโรงพยาบาล มีกล่องใบหนึ่งวางอยู่ด้านข้าง ติงยียีกดปุ่มบนกล่องใบนั้นตามความต้องการของเย่ชูหวิน
กล่องเพิ่งจะเปิดออก เงาดำร่างหนึ่งก็พุ่งออกมา ติงยียีมองสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟที่วิ่งไปทั่วสวนดอกไม้อย่างประหลาดใจ “มันคือ?”
“เจ้าตัวน้อยซุกซนเกินไป ผมต้องฝึกมันให้เชื่องอยู่นานมาก” เย่ชูหวินอธิบายสั้นๆ ติงยียีหันหน้ามาทันที เขาถูกหน่วยตาแดงระเรื่อของเธอทำให้ตกใจสะดุ้ง จึงรีบเอ่ยว่า “เธอเป็นอะไรน่ะ”