ตอนที่ 1712
บทที่ 1712 แม่บ้านของคุณชายเย่ 1552
October 28, 2026
“หมายความว่ายังไง!” อ้าวเสว่ขมวดคิ้ว เธอไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ เธอถึงมีความสุขมาก
ซือซือรีบไปอยู่ข้างๆ ของเธอ ก่อนจะยื่นมือไปโอบเธอ “เด็กดี โอกาสของเรามาถึงแล้ว”
“โอกาสอะไร?”
“ฉันอยากให้เย่ชูหวินตาย”
ซือซือพูดเน้นย้ำคำว่า “ตาย” อย่างหนัก และใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความร้ายกาจ ซึ่งทำให้ผู้คนใจสั่น
อ้าวเสว่ประหลาดใจ และคาดเดาได้บางส่วน “แม่ต้องการให้เย่ชูหวินตาย แล้วทำให้ติงยียีเป็นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะ?”
“พูดถูกครึ่งหนึ่ง” ใบหน้าของซือซือเต็มไปด้วยความสุข เธอตบไหล่อ้าวเสว่เบาๆ “ตอนนี้ติงยียีถือหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทเย่ซื่อ และเมื่อเย่ชูหวินตาย เธอก็จะเป็นคนที่มีกรรมสิทธิ์ในบริษัทเย่ซื่ออย่างสมบูรณ์แบบ”
“หนูไม่เห็นด้วย บริษัทเป็นของเนี่ยนโม่ หนูช่วยแม่ทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้!”
ซือซือรู้อยู่แล้วว่าเธอจะมีปฏิกิริยาท่าทีแบบนี้ ดังนั้นเธอจึงไม่โกรธ แต่ตอนที่เธอดึงเธอเข้ามาเธอก็พยายามโน้มน้าวใจว่า “จุดอ่อนของแกคือการที่แกไม่รู้จัดการยืดหยุ่น บริษัทเย่ซื่อเป็นของฉัน ไม่ใช่ของเธอเหรอ? เมื่อได้บริษัทเย่ซื่อมาครอบครองความสัมพันธ์ระหว่างแกกับตระกูลแย่ก็จะยิ่งใกล้ชิดกันขึ้นไปอีก และถึงแม้จะไม่มีเย่เฟิงหยี ยังไงเธอก็กยังมีอำนาจในตระกูลเย่”
“แล้วติงยียีล่ะ เธอกับเย่เนี่ยนโม่จะยังครบกันไหม”
“ไม่ต้องกังวลไป รอให้ฉันมีแผนที่สอง ยังไงก็จะไม่มีใครแย่งเย่เนี่ยนโม่กับเธออย่างแน่นอน”
อ้าวเสว่เงียบ ปฏิเสธไม่ได้ว่า เธอใจเต้นแรงมาก แผนการแม่ของเธอมักจะประสบความสำเร็จหลายครั้ง หากครั้งนี้ประสบความสำเร็จ สถานการณ์ก็จะเกิดการพลิกผันครั้งใหญ่
เธอมองไปที่เธอ ซือซือโบกมือให้กับพนักงานที่อยู่ไม่ไกลอย่างมีความสุข “วันนี้ฉันมีความสุขมาก เสื้อผ้าแถวนี้ฉันเอาหมดเลย”
“จะปล่อยให้เย่ชูหวินตายโดยไม่ให้คนอื่นสงสัยในตัวเธอแได้อย่างไรกัน?” อ้าวเสว่นั่งคิดอยู่บนโซฟาจนปวดหัว
ตั้งแต่ที่เธอได้พบกับแม่ของเธอมันก็ผ่านไปหลายวันแล้ว แต่เธอก็ไม่สามารถคิดหาวิธีที่ดีได้เลย ในตอนนี้ร่างกายของเย่ชูหวินอ่อนแอลงจริงๆ ต่อให้เขาจะอ่อนแอแค่ไหนก็ตามแต่เธอก็ไม่สามารถลงมือได้อย่างตรงไปตรงมา
“อ้าวเสว่เป็นอะไรไป?” เซี่ยชีหรั่นเห็นว่าเธอนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมขมวดคิ้ว เธอคิดว่าเธอมีบางอย่างในใจ
อ้าวเสว่กลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง “ป้าเซี่ย ไม่เป็นอะไรค่ะ ฉันแค่คิดว่าเย่เนี่ยนโม่จะกลับมาตอนไหน”
“เขาบอกว่าเขากำลังเดินทางไปทำงานต่างที่ เขาไม่ได้อยู่ในบริษัทเย่ซื่อแล้วนี่ ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เด็กๆ กำลังทำอะไรอยู่?” เซี่ยชีหรั่นดูเศร้าเช่นกัน
ในขณะนั้น เสียงของติงยียีก็ดังมาจากด้านหลังทั้งสองคน เมื่อเห็นอ้าวเสว่ เธอก็ตกตะลึง “อาจารย์เซี่ย ฉันขอพูดอะไรกับคุณหน่อยได้ไหม”
เซี่ยชีหรั่นพยักหน้าและเดินตามเธอไปที่ห้องโถงด้านข้าง “มีเรื่องอะไร?”
“ฉันอยากให้คุณพาฉันไปพบชูหวิน ตอนนี้คุณย่าไม่ยอมให้ฉันเจอเขา”
ใบหน้าของติงยียีเต็มไปด้วยความเศร้าโศก นับตั้งแต่ที่เธอพาเย่ชูหวินออกไปข้างนอก เย่เฟิ่งหยีก็ไม่เคยปล่อยให้เธอพบเขาอีกเลย และเธอก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันของเขาเป็นอย่างไรบ้าง
เซี่ยชีหรั่นถอนหายใจเมื่อเธอเห็นใบหน้าเศร้าของเธอ ”ฉันสามารถพาคุณไปที่นั่นได้ แต่คุณมีเวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
นอกประตู อ้าวเสว่กำลังฟังบทสนทนาระหว่างทั้งสองอย่างระมัดระวัง ลูกตาสีดำของเธอกลิ้งไปมา เธอมีแผนในใจแล้ว เธอรู้ว่าต้องทำอย่างไรแล้ว
ในตอนกลางคืน ในโรงพยาบาลเปิดไฟแค่ไม่กี่ดวงเพื่อให้แสงสว่าง เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นดังขึ้นบนทางเดินในโรงพยาบาล ชุดยาวสีดำพัดปลิวเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของคนคนนั้น ผู้มาเยี่ยมสวมหน้ากากสีดำขนาดใหญ่และแว่นกันแดด ใบหน้าของเธอก็เกือบจะปิดสนิท ทันใดนั้นเสียงรองเท้าส้นสูงก็หยุดลง
อ้าวเสว่เงยหน้าขึ้นมองกล้องที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะโบกมือให้กล้อง เธอหันหลังและเดินไปทางเดินที่ไม่มีกล้อง
ในห้องผู้ป่วย เย่ชูหวินกำลังหลับโดยมีหน้ากากออกซิเจนช่วยไว้ หน้าอกของเขาสั่นเล็กน้อย เขาดูอ่อนแอมาก
เธอถอดหน้ากากและแว่นกันแดดออก ก่อนจะมองดูชายตรงหน้าเธอเงียบๆ ทันใดนั้น เธอเอื้อมมือออกไปและบีบท่อพลาสติกของหน้ากากออกซิเจนด้วยนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือ
เย่ชูหวินตื่นขึ้นมาพร้อมกับขมวดคิ้ว เขาเห็นว่าใครบางคนกำลังมา เขาจึงถอดหน้ากากออกซิเจนออก “คุณมาทำอะไรที่นี่?”
“เพื่อแสดงบางอย่างให้คุณเห็น”
อ้าวเสว่เดินไปรอบๆ เตียงด้วยรอยยิ้ม รองเท้าส้นสูงของเธอกระทบพื้นอย่างเป็นจังหวะ “สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับคุณ”
“ออกไป” เย่ชูหวินกล่าวอย่างเย็นชา เพราะการเคลื่อนไหว ทำให้ลมหายใจของเขาไม่แน่นอนเล็กน้อย
เขายื่นกระดาษเอสี่สีขาวแผ่นหนึ่งให้เขา
ฉันติงยียีสัญญาว่าจะคืนบริษัทเย่ซื่อให้กับตระกูลเย่ หลังจากที่เย่ชูหวินเสียชีวิต โดยไม่หลงเหลืออะไรไว้
“คุณคงสงสัยว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยังไง” อ้าวเสว่พูดช้าๆ ในขณะที่ยืนห่างออกไปจากเขาไม่กี่ก้าว “ฉันพาเธอไปที่สวนสาธารณะ จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าของเธอในที่สาธารณะ และให้ทุกคนเห็นว่าเธอโดนถอดเสื้อผ้าทีละชิ้นยังไง ก่อนจะปล่อยให้เธอนอนจนตรอกอยู่ที่พื้นด้วยความอับอาย”