ตอนที่ 1711
บทที่ 1711 แม่บ้านของคุณชายเย่ 1551
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่อยากจะจับมือเธอ เธอเบี่ยงตัวหลบ และเอามือไว้หลังเอวอย่างดื้อรั้น
เขาถอนหายใจออก ก่อนจะเอามือใหญ่ที่หยาบกร้านของเขาลูบหัวของเธอ “ดูแลตัวเองดีๆ นะ”
เธอชะงักไป เขากำลังจะจากไป?
เย่ป๋อเดินเข้ามาหา “คุณชาย เครื่องบินจะออกตัวในอีกหนึ่งชั่วโมง” เขาเห็นติงยียีอยากรู้แต่ก็ปากแข็งไม่ยอมถาม ในดวงตาของเย่เนี่ยนโม่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ผมเดินทางไปทำงาน”
“คุณไม่จำเป็นต้องบอกฉันว่าจะไปไหน” ติงยียีกล่าว แต่เธอดูเหมือนจะขาดความมั่นใจ
เสียงถอนหายใจดังขึ้นที่ข้างหู แก้มที่เย็นของเธอก็อุ่นขึ้น เธอหันกลับมาด้วยความแปลกใจ เดิมทีเป็นริมฝีปากที่แนบชิดกับแก้มตอนนี้กลายเป็นริมฝีปากแนบชิดกับริมฝีปาก
มีเด็กสองสามคนวิ่งไปมารอบๆ ตัวพวกเขาทั้งสองคนพร้อมกับประทัดในมือ บนถนนไม่ว่าจะเป็นคนที่รู้จัก หรือไม่รู้จักบนใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ราวกับว่าพวกเขากำลังอวยพรอะไรบางอย่าง
เย่เนี่ยนโม่จากไปแล้ว แต่ติงยียีกลับมึนเมา ในตอนกลางคืนเธอนอนอยู่บนเตียง ในมือก็อุ้มตุ๊กตาตัวใหญ่ไว้ในอ้อมแขนของเธอ แต่ความคิดของเธออดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพที่เกิดขึ้นเมื่อบ่ายนี้
ริมฝีปากของเธอยังมีความร้อนหลงเหลืออยู่ เธอเอื้อมมือไปสัมผัส และรีบชักมือกลับ เหมือนเธอโดนน้ำร้อนลวก
“โอ้พระเจ้า! ติงยียีนี่เธอกำลังทำอะไรอยู่!”
เธอกลิ้งไปมาบนเตียง และก็หยุดลงเมื่อเห็นใบหน้าของตัวเองในกระจก ก่อนจะคร่ำครวญออกมาด้วยความเขินอาย
“ยียี! เป็นอะไรไป!” ติงต้าเฉินเดินผ่านมาพอดี เขารีบไปเคาะประตูทันที
“ไม่เป็นอะไร!” เธอตะโกน หลังจากที่เธอไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของติงต้าเฉินเธอก็กลิ้งอยู่บนเตียงต่อ
ทำไมเธอถึงรู้สึกดี ทำไมตอนที่เธอเห็นเขาเธอถึงได้ใจเต้นแรง เธอคิดว่าเธอสามารถลืมเขาได้แล้ว แต่เธอก็พบว่าทุกอย่างมันไร้ประโยชน์
เธอมองไปยังคนในกระจกที่กำลังยิ้มอยู่ และทันใดนั้นโทรศัพท์ก็มีเสียงดังขึ้น เป็นข้อความจากเย่ชูหวิน ที่เตือนให้เธอสวมเสื้อผ้าหลายๆ ชั้น
ใช่ อีกไม่นานเธอก็จะแต่งงานกับเย่ชูหวินแล้ว นั่นคือความปรารถนาของเขา เธอต้องช่วยให้ความปรารถนาเขาเป็นจริง ความรัก จะเป็นสิ่งที่บอบบางขึ้นมาทันทีในช่วงเวลาชีวิตที่มีอยู่จำกัดไม่ใช่เหรอ?
สุดท้ายรอยยิ้มที่มีอยู่ในตอนแรกก็ได้หายไปจนหมด
หลังจากพักอยู่ที่บ้านตระกูลติงได้สี่วัน ติงยียีก็กลับไปที่เมืองตงเจียงตามเวลาที่ได้ตกลงกับเย่ชูหวินไว้ เย่เนี่ยนโม่เดินทางไปทำงานต่างที่ ในตระกูลเย่มีคนที่เธอไม่อยากเผชิญหน้าด้วย เธอจึงไปที่โรงพยาบาลโดยตรง
บรรยากาศภายในโรงพยาบาลต่างจากบรรยากาศภายนอกที่ครึกครื้น ภายในโรงพยาบาลยังคงเงียบสงบ พยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ในตอนกลางคืนเหนื่อยล้า บางทีก็มองออกไปนอกหน้าต่างบ้าง น่าเสียดายที่วันหยุดนี้ไม่สามารถอยู่กับครอบครัวได้
เย่ชูหวินกำลังนั่งอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล พยาบาลถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือ และโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็นครั้งคราว “ลูก อีกหนึ่งชั่วโมงแม่ก็จะเลิกงานแล้ว ยังไงแม่จะซื้ออะไรให้ลูกทานนะ”
หลังจากวางสาย เย่ชูหวินก็พูดด้วยรอยยิ้ม “พี่หลี่ พี่กลับไปดูเด็กๆ เถอะ ไม่เป็นไรครับ”
ดวงตาของพยาบาลเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจและใจที่เต้นแรง “ขอบคุณค่ะ คุณชายเย่”
หลังจากที่คนๆ นั้นจากไป เย่ชูหวินก็มองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ไม่ไกลจากที่นี่มีคนกำลังจุดดอกไม้ไฟ จุดต่อกันไปเรื่อยๆ ซึ่งมันสวยงามมาก
ตอนนี้ติงยียีกำลังทำอะไรอยู่นะ?
นี่คือสิ่งที่เขาคิดในทุกๆ วัน แค่คิดถึงเธอ ต่อให้จะโดดเดี่ยวหรือเหงาแค่ไหนมันก็จะไม่ทรมานมากขนาดนั้น ในวันพรุ่งนี้เขาจะได้พบเธอแล้ว
ลูกบิดประตูถูกเปิดออก เขาหันกลับมา ในตอนนั้นเขาก็ตกตะลึงไปทันที
ติงยียียิ้มและพูดว่า “เป็นอะไรไป แค่ไม่ได้เจอกันไม่กี่วันคุณก็ไม่รู้จักฉันแล้วเหรอ?”
เป็นเรื่องยากที่เย่ชูหวินจะแสดงอาการเขินอายบนใบหน้า คำพูดของเขาก็ดูห้วนๆ “ไม่”
นอกหน้าต่างมีการจุดดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าอีกครั้ง เขาหันกลับไปมองอย่างตั้งใจ จนกระทั่งมองไม่เห็นแสงใดๆ แล้ว เขาถึงหันหลังกลับมา
ทันใดนั้นเขาก็พูดว่า “ออกไปดูดอกไม้ไฟกันเถอะ”
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสดใส และแอบแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ความรู้สึกตื่นเต้นหมือนกับตอนที่ตกลงกันเรื่องโดดเรียนสมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น
พยาบาลเข้ามาตรวจเช็คพอดี เมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็ยิ้มแล้วพูดว่า “คุณเย่แบบนี้ไม่ได้นะ ข้างนอกลมแรง คุณต้องอยู่ในห้อง”
พยาบาลจากไปแล้ว สีหน้าของเย่ชูหวินก็ดูแย่ลงเล็กน้อย ความสดใสในตอนนั้นหายไปหมดแล้ว
ในอ้อมแขนของเขามีสเวตเตอร์และเสื้อคลุมหนาๆ อยู่ เขาจ้องเขม็งไปที่ติงยียี
ติงยียีจับไปที่วีลแชร์โดยหันหลังให้เขา ก่อนจะพูดว่า “สิ่งของอันนี้น่าจะกันลื่นได้แหละ พื้นด้านนอกทั้งชื่นทั้งลื่น ล้มไม่ได้เด็ดขาด”
หลังจากที่เธอพูดจบเธอก็หันกลับมา เธอพบว่าเย่ชูหวินยังคงตะลึงและยังไม่ได้สวมเสื้อผ้า เธอเอามือเท้าเอวและแสร้งทำเป็นโกรธ “ถ้าคุณต้องการที่จะออกไปข้างนอก คุณก็ต้องสวมเสื้อผ้าที่หนาและอบอุ่น! ฉันจะไปดูก่อนว่าพยาบาลไปหรือยัง”
เธอเดินไปที่ประตู ก่อนหน้าจะยื่นหน้ามองไปรอบๆ เย่ชูหวินมองไปที่แผ่นหลังของเธอ เขาสวมเสื้อผ้าก่อนจะแสดงรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุด
ติงยียีเป็นความสุขของเขา!
สักพักประตูก็ถูกผลักเปิดออก ศีรษะยื่นออกมาเป็นสิ่งแรก จากนั้นก็เป็นวีลแชร์ที่ตามออกมา คนในวีลแชร์สวมเสื้อคลุมหนาๆ มีผ้าพันคอพันไว้รอบคอ มีหน้ากากสวมบนใบหน้า และตรงเข่าก็ยังมีผ้าห่มหนาๆ คลุมไว้
ทั้งสองหนีออกจากอาคารผู้ป่วยภายในได้อย่างราบรื่น ในสวนสาธารณะไม่มีใครเลย มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น