ตอนที่ 1710
บทที่ 1710 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1550
October 28, 2026
ติงยียียกแก้วน้ำขึ้นจิบให้ชุ่มคอ “ในเมื่อคุณพูดออกมาเยอะขนาดนี้แล้ว งั้นฉันก็จะพูดซ้ำอีกรอบ เผื่อตกหล่นไปค่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าเพื่อส่งสัญญาณให้ เธอยิ้มและพูดออกมา “อันดับแรกคนที่คุณต้องการจะแต่งงานด้วยต้องมีงานพื้นฐานงานที่เหมือนกับคุณ หลังจากแต่งงานอยู่กินกับคุณแล้วยังผ่อนค่าบ้านให้ แต่ว่าชื่อบ้านต้องเป็นชื่อของพี่สาวของคุณ ไม่มีสินสอด แต่ยังต้องซื้อของแต่งบ้านให้ เวลาปีใหม่ก็ต้องอยู่กับคุณ ต้องอยู่กับพี่สาวและแม่คุณ และต้องดูแลญาติพี่น้องของตัวเองคนเดียว แต่ต้องคอยดูแลสารทุกข์สุขดิบของแม่และพี่สาวของคุณถูกต้องใช่มั้ยคะ”
จางหวาพยักหน้า นัยน์ตาแสดงความชื่นชมออกมา “คุณสรุปได้ดีมาก”
“ขอบคุณค่ะ” ติงยียีหุบรอยยิ้มไว้ทันที “เช่นนั้นขอถามหน่อยค่ะ ถ้าเกิดผู้หญิงคนหนึ่งเธอมีรายได้เป็นของตัวเอง และสามารถมีชีวิตให้ตัวเองอย่างสุขสบายมาก หิวก็ทำกับข้าวกินเอง หนาวก็ไปหาเสื้อผ้ามาใส่ให้อุ่นๆ งั้นเธอจะเอาผู้ชายมาทำอะไรล่ะ อยู่กับผู้ชายแล้วยังต้องผ่อนบ้านแถมบ้านก็ไม่ใช่ชื่อตัวเอง ขนาดครอบครัวตัวเองยังไม่มีปัญญาจะหาวิธีดูแลได้ คุณคิดว่าความหมายของการแต่งงานมันคืออะไรคะ”
จางหวาตะลึงเล็กน้อย “พวกเราตามหาความรักไง!”
“ฮ่า ๆ ๆ ความรักเหรอ” ติงยียีอดหัวเราะไม่ไหว “คุณต้องหาคู่ที่เหมาะสมไม่ได้มาตลอดแน่ ๆใช่มั้ย ถ้าฐานะทางการเงินของอีกฝ่ายมันย่ำแย่มาก คนที่อยู่กับคุณคุณก็ไม่สามารถช่วยเหลือเธอได้ แถมยังให้เธอออกไปหางานทำให้ตัวเอง ถ้าอีกฝ่ายฐานะทางบ้านดี แล้วใครจะมาสนใจมองคุณ”
“นี่คุณกำลังด่าผมนี่!” จางหวาลุกขึ้นยืน สีหน้าย่ำแย่มาก
ติงยียีดื่มน้ำหมดแก้วแล้ว “รบกวนคุณช่วยกลับไปบอกอาหญิงรองของฉันให้ทีคุณเป็นสิ่งมีชีวิตที่วิเศษสุดขนาดนี้ฉันไม่มีโชคที่จะเอื้อมถึงได้จริงๆ คุณไปลองถามพี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องฉันเถอะค่ะ ไม่แน่ถ้าอาจจะชอบก็ได้”
บ้านตระกูลติง
ติงเหมยไฉ่โทรศัพท์มาหา ติงต้าเฉินเป็นคนรับสาย เสียงผู้หญิงปลายสายทั้งโมโหกระฟัดกระเฟียด “ต้าเฉิง ไม่ใช่ว่าพี่พูดไม่ดีกับยียีนะ มันไม่ง่ายเลยที่พี่เนี่ยต้องแบกหน้าไปหาคู่มาให้ยียีดูตัว คนเขาจบปริญญาโทมา ปริญญาตรีก็จบจากมอดังๆ แถมยังกินเงินเดือนราชการ!”
“ยียีเป็นอะไรไปเหรอ” ติงต้าเฉินถึงกลับงงไปหมด
ติงยียีที่กำลังเดินเข้าประตูมาพอดี เมื่อได้ยินคำพูดนั้นแล้ว “พ่อ ฉันพูดเอง”
“อาหญิงรอง คนที่ยอดเยี่ยมและกินเงินเดือนราชการแบบนี้ ฉันรู้สึกว่าพี่สาวฉันคงเหมาะสมกับเขามากกว่า ทำไมอาไม่จับคู่พี่สาวกับเขาล่ะ”
ติงเหมยไฉ่ตกตะลึง น้ำเสียงไม่ได้แข็งกร้าวก่อนหน้านี้ “ฉันก็แค่เห็นว่าพวกเธอเป็นพ่อหม้ายลูกกำพร้าเหรอ”
“ขอบคุณค่ะ พวกเราสบายดีมากค่ะ” ติงยียีตอบกลับอย่างเย็นชา
บรรยากาศเย็นเยือกมาก ติงเหมยไฉ่บ่นออกมาหนึ่งประโยค “อุตส่าห์มีเมตตายื่นมือเข้ามาช่วยแต่กลับทำบุญคนไม่ขึ้นนี่”
หลังจากวางสายแล้ว ติงยียีก็พูดปลอบใจติงต้าเฉิน “พ่อ ไม่มีเรื่องอะไรหรอก พ่อไม่ต้องเก็บมาคิดมากนะ”
ตอนกลางคืน
หลังจากทั้งสามคนของบ้านตระกูลติงกินข้าววันสิ้นปีพร้อมหน้ากันเสร็จเรียบร้อยก็นั่งดูนั่งโทรทัศน์วันคืนนับถอยหลังเข้าปีใหม่ เวลานั้นเองโทรศัพท์ของติงยียีก็ดังขึ้น อันหรันเป็นคนโทรมา “โอ้โหผมเป็นคนที่โทรมาสวัสดีปีใหม่กับคุณเป็นคนแรกหรือเปล่า”
“ใช่ค่ะ เจ้าชายแห่งวงการบันเทิง” ติงยียีพูดไปก็หัวเราะร่า ปลายสายจงใจทำเสียงเข้ม “ขืนเรียกผมแบบนี้อีกผมจะโกรธแล้วนะ”
ติงยียีกับอันหรันหัวเราะพูดคุยกันอยู่สักพัก เมื่อวางสายโทรศัพท์แล้ว ชิวไป๋ก็โทรเข้ามาหาทันที ประโยคแรกที่พูดออกมานั้นคือ “ที่รักครับ พ่อแม่ของพวกเราคิดถึงเธอแล้ว!”
ติงยียีตกตะลึงทันที ทันใดนั้นพลันมีเสียงหัวเราะของหญิงชราคนหนึ่งดังออกมา “ยียี เมื่อไหร่จะมาหาพวกเราล่ะ หรือว่าชิวไป๋ไปรังแกหนูแล้วใช่มั้ย บอกป้าก็ได้ เดี๋ยวป้าจะไปสั่งสอนเธอแทนหนูให้”
ที่แท้พ่อแม่ของชิวไป๋ก็อยู่ข้างๆ มิน่าล่ะเมื่อครู่เธอจึงเรียกตัวเองว่าที่รัก ติงยียีรับพูดทันควัน “ค่ะค่ะ สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณลุงคุณป้า เดี๋ยวรอหลังปีใหม่แล้วหนูจะไปเยี่ยมพวกคุณนะคะ”
ตอนที่กำลังพูดคุยอยู่นั้น มีสายซ้อนโทรเข้ามา ติงยียีเหลือบมองก็เห็นว่าเป็นของเย่ชูหวิน และรีบพูดกับชิวไป๋อย่างร้อนใจทันที เพื่อจะรับโทรศัพท์ของเขาก่อน “ชูหวิน”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ สายตาของติงต้าเฉินกับติงเหม่ยหรงหันมาทันที ติงยียีจึงวิ่งไปทางระเบียงด้านนอก
“ช่วยสวัสดีปีใหม่คุณลุงแทนผมด้วยนะ” น้ำเสียงเย่ชูหวินอ่อนโยนมาก บริเวณด้านข้างราวกับมีคนเสียงคนอื่นอยู่ด้วย
ติงยียีพิงราวระเบียงยืนย้อนถามว่า “แล้วฉันล่ะคะ”
“สวัสดีปีใหม่ครับ ยียี” เสียงปลายสายของเย่ชูหวินก็หัวเราะออกมาแล้ว น้ำเสียงดูผ่อนคลายลงไปไม่น้อย
“สวัสดีปีใหม่ค่ะ! ชูหวิน!” ติงยียีพูดเสียงดัง
ทั้งสองคนคุยกันอยู่สักพัก ราวกับมีคนเรียกเย่ชูหวิน ดังนั้นจึงกดวางสาย ไม่รู้ว่าเด็กคนไหนเป็นคนจุดประทัดทางด้านใต้ตึก ติงยียีตกลงจนเสียขวัญเลยทีเดียว จิตใต้สำนึกสะบัดโทรศัพท์ที่อยู่ในมือออกไป
โทรศัพท์หล่นไปกองอยู่ที่พื้น เธอก้มโค้งลงไปเก็บ จังหวะนั้นมีเสียงดังลั่นท้องฟ้า ดอกไม้ไฟเปล่งประกายอยู่บนท้องฟ้าสิบครั้ง
เธอลุกขึ้นมองท้องฟ้าที่มีสีสันสวยงาม แสงพลุไฟที่อยู่บนท้องฟ้ากระทบลงบนใบหน้าของเธอ
“เที่ยงคืนแล้ว”
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมทั้งบ่นพึมพำ และโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาในจังหวะนั้นพอดี เนื่องจากโทรศัพท์เพิ่งจะหล่นพื้นจึงทำให้เห็นภาพหน้าจอขาว และมีจำนวนตัวเลขเบอร์โทรศัพท์หลายตัวที่ไม่ปรากฏตัวเลขออกมา เธอได้แต่กดรับสายไป “สวัสดีค่ะ ฉันติงยียี”
ไม่มีคนพูด มีแต่เสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ หัวใจของเธอเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็มีเสียงดังสนั่น ดอกไม้ไฟหลายดอกปรากฏอยู่บนท้องฟ้า สาดแสงเปล่งประกายหลากหลายสีสันไปทั่ว ในที่สุดในโทรศัพท์ก็มีคนยอมพูดออกมา “สวัสดีปีใหม่”
บรรยากาศโดยรอบของเขาสงบเงียบมาก สงบถึงขั้นทุกคำพูดของเขาได้ยินเต็มสองรูหูของติงยียีอย่างชัดเจน