ตอนที่ 1719
บทที่ 1719 แม่บ้านของคุณชายเย่ 1559
October 28, 2026
เธอนั่งอยู่ตรงนั้น ในสมองเธอว่างเปล่า จนกระทั่งมีเสียงฝีเท้าที่รีบเร่งเดินเข้ามา “ไม่ต้องกลัวนะยียี หลังจากนี้ฉันจะปกป้องเธอ จะไม่มีใครมารังแกเธอได้”
ชิวไป๋ร้องไห้และอยากจะประคองติงยียีที่คุกเข่าอยู่บนพื้นลุกขึ้นมา แต่เขากลับพบว่าร่างกายของอีกฝ่ายอ่อนระทวยไปหมด
“ฉันรู้สึกเจ็บปวดใจมาก ชิวไป๋” ติงยียีมองไปยังเงาสะท้อนตรงหินอ่อนด้วยท่าทีเหม่อลอย ผมยาวของเธอตกลงมาตรงหน้าอก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเงาสะท้อน
ชิวไป๋ดึงเธอไม่ขึ้น เขาทั้งรู้สึกสงสารและร้อนรน เธอทิ้งกระเป๋าในมือออกไปไกลโดยไม่สนใจอะไร ก่อนจะตะโกนเสียงดังว่า “เธอทำแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร? เธอคิดว่าเย่ชูหวินจะรีบวิ่งเข้ามาปกป้องเธอเหมือนเมื่อก่อน แล้วบอกคุณว่าไม่ต้องกลัวงั้นหรอ!”
ติงยียีเงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยความงงงวย ก่อนจะก้มหน้าลงไปเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
ชิวไป๋ใช้น้ำเสียงที่อ่อนลง “เธอลองคิดดู ที่จริงแล้วชูหวินอยากเจอเธอไหม ฉันจะดูว่าเธอจะทำยังไง เธอจะนั่งอยู่ตรงนี้จนไม่ได้เห็นหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย หรือเธอจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้เขาจากไปอย่างสบายใจ ฉันไปก่อนล่ะ”
เธอเพิ่งจะหันไป ชายเสื้อของเธอก็ถูกดึงไว้ “ฉันอยากไปเจอเขา”
รถของตระกูลเย่ถูกขับออกไปหมดแล้ว ในโรงจอดรถไม่มีอะไรเลย ติงยียีวิ่งออกไปข้างนอก “แค่วิ่งไปสามซอยก็จะสามารถโบกแท็กซี่ได้แล้ว”
ฝนแรกในฤดูใบไม้ผลิมันหนาวจนเข้ากระดูก กลางสายฝนมีแค่เธอคนเดียว เธอวิ่งอย่างบ้าคลั่ง น้ำฝนทำให้เสื้อขนปุยของเธอหนักมาก ราวกับว่าโพรงจมูกของเธอจะไม่สามารถทนต่อการหายใจหอบถี่ที่มาจากการเคลื่อนตัวอย่างหนักหน่วงของเธอ
เธอไม่รู้ว่าเธอวิ่งมานานแค่ไหน ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เสียงของรถทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจ
ตอนที่เธอเปิดประตูรถ มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งได้ขึ้นรถก่อนเธอ
“คุณผู้หญิง แฟนผมร่างกายค่อนข้างอ่อนแอ แท็กซี่คันนี้คุณยกให้เราได้ไหม?” ผู้ชายคนนั้นมองเธอด้วยรอยยิ้ม ที่เชื่อมั่นว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ปฏิเสธเขา
ชิวไป๋วิ่งตามหลังติงยียีมาพอดี เธอกลัวว่าเธอจะถูกเอาเปรียบ เธอกำลังจะเข้าไปช่วย แต่เธอกลับได้ยินเสียงทุ้มต่ำของติงยียี “ลงจากรถ”
“คุณผู้หญิง” ผู้ชายคนนั้นกำลังจะพูดบางอย่าง เสียงเปิดหน้าต่างก็ดังขึ้นมาพอดี
ติงยียีมีใบหน้าเย็นชา ผมเปียกๆ ของเธอแนบอยู่ตรงแก้มทั้งสองข้าง รวมถึงสายตาที่ว่างเปล่า ผู้หญิงคนนั้นดึงข้อมือของผู้ชายและพูดเสียงเบาว่า “ช่างมันเถอะ เราไปกันเถอะ”
ในใจของผู้ชายก็รู้สึกตื่นตระหนกเหมือนกัน เขารีบลงจากรถและรีบพาหญิงสาวจากไปทันที
“ติงยียีเธอบ้าเหรอ คิดว่าตัวเองเป็นไอร่อนแมนหรอ? ขอฉันดูหน่อยบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า!”ชิวไป๋ดึงมือเธอแล้วพูดอย่างปวดใจ
ฝนตกลงมาไม่หยุด บนถนนรถติดมาก ชิวไป๋มองดูการจราจรที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ด้วยความกังวล มีเสียงดังมาจากด้านข้าง ติงยียีลงไปจากรถก่อนจะเดินซอกแซกท่ามกลางรถที่เรียงราย เธอตัดสินใจที่จะเดินไป
“สมควรไปตายซะ!” เธอด่าด้วยเสียงต่ำ ก่อนจะลงจากรถตามไป
คนขับรถถือวิทยุขึ้นมาและพูดว่า “คุณชายเย่ รถติดมาก คุณติงได้ลงจากรถไปแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะเดินไป”
ฝนตกทำให้บรรยากาศดูอึมครึม ติงยียีเดินมุ่งไปข้างหน้า เธอเดินด้วยความเร่งรีบ
“ยียี จากนี่ไปสุสาน ถ้านั่งรถต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงเลยนะ เธอจะเดินไปได้ยังไง?”
ชิวไป๋โบกมือให้รถข้างๆ และพยายามเกลี้ยกล่อมเธอ
ติงยียีหยุดฝีเท้า หัวที่ก้มลงตลอดเวลาก็ได้เงยขึ้นมา จมูกเธอแดงเพราะความหนาวเย็น ผมที่เปียกของเธอพาดไว้บนไหล่ สายตาเธอที่มองไปยังชิวไป๋ดูว่างเปล่าและดูล่องลอย
ชิวไป๋ตะโกนออกไป “ฉันรู้เส้นทางที่ใกล้ ฉันพาเธอไปเอง”
เสียงไซเรนดังขึ้นบนถนน มีรถตำรวจหยุดลงข้างๆ พวกเธอทั้งสองคน “พวกคุณรู้ไหมว่าถนนเส้นนี้ไม่อนุญาตให้คนเดิน?”
“ช่วยปล่อยผ่านเถอะนะคุณตำรวจ เธอมีญาติที่จะต้องฝังศพวันนี้ และจะต้องไปให้ถึงภายในหนึ่งชั่วโมง”
ชิวไป๋ลองพยายามให้ตำรวจปล่อยผ่าน แต่เมื่ออีกฝ่ายได้ยิน เขาก็พูดเสียงขรึมว่า “ขึ้นมาสิ ผมจะพาคุณไปที่นั่นเอง”
ติงยียีเงยหน้าขึ้นในทันที ในดวงตาเธอมีความหวังขึ้นมา เธอขยับริมฝีปาก และพูดด้วยเสียงแหบ “ขอบคุณค่ะ”
เขามองดูแผ่นหลังของติงยียีที่จากไปโดยนั่งบนมอเตอร์ไซค์ตำรวจ ชิวไป๋ถอนหายใจออก ในใจเธอค่อยภาวนาให้เธออย่างเงียบๆ
ต้นไม้หน้าสุสานถูกฟ้าผ่าใส่ และล้มลงไปในโคลน ดอกไม้ป่าข้างถนนที่กว่าจะเบ่งบานได้ก็ดึงทิ้งหมด ภายในสุสานออกแบบไว้อย่างงดงาม บนสนามหญ้าสีเขียว มีพนักงานคนหนึ่งเดินตากฝนคลุมผ้าบนหลุมฝังศพแต่ละหลุม
ติงยียีลงจากรถ ก่อนจะโค้งคำนับให้ตำรวจที่มาส่งเธอ “ขอบคุณมากๆ ค่ะ”