ตอนที่ 1720
บทที่ 1720 แม่บ้านของคุณชายเย่ 1560
October 28, 2026
“แต่ว่าเธอไม่ใช่คนในตระกูลเย่ แถมเธอยังมีบ้านเป็นของตัวเองด้วย ทำไมเธอไม่กลับบ้านตัวเองไปล่ะ?” อ้าวเสว่รีบพูดขึ้นมาก่อน จากนั้นเธอก็ถูกสายตาที่เย็นชาของเย่เนี่ยนโม่ดุจนไม่กล้าพูดต่อ
เย่เฟิ่งหยี พูดต่อว่า “เสี่ยวเสว่พูดถูก ถึงแม้ว่าในตอนแรกชูหวินจะยกบริษัทเย่ซื้อให้กับเธอ แต่เธอก็ไม่สมควรรับไว้! แถมเธอยังขังเสี่ยวเสว่ไว้ในห้องใต้ดิน ผู้หญิงแบบนี้ไม่ควรอยู่ในบ้านตระกูลเย่”
“ถ้าเกิดว่าคุณย่ายังยืนหยัดในคำพูดนี้ ผมก็จะพาเธอไปด้วย”
“เนี่ยนโม่”
เย่เฟิ่งหยีและอ้าวเสว่พูดออกพร้อมกัน บรรยากาศดูน่าอึดอัดมากๆ เซี่ยชีหรั่นเขย่าแขนของเย่เชินหลินเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้เขาพูด
เย่เนี่ยนโม่เห็นว่าถึงเวลาแล้ว เขาจึงพูดออกไปตรงๆ “บ้านตระกูลเย่ของเราไม่ได้มีน้อยจนต้องพิจารณาจำนวนคนที่จะเข้ามาอยู่ ในขณะเดียวกันเราก็ไม่อ่อนแอจนกลัวผู้อื่นจะมาทำร้าย”
เย่เฟิงหยีขมวดคิ้ว เธอมีความคิดเป็นของตัวเอง ตอนนี้จดหมายสัญญาอยู่ในมือของเธอ มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้ติงยียีออกจากตระกูลเย่และบริษัทเย่ซื่อ ที่ยากคือเธอไม่อยากจะทะเลาะกับเย่เนี่ยนโม่ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นหลานชายคนสุดท้ายของตัวเอง
“เยี่ยนโม่ ย่าฟังแก” เย่เฟิ่งหยีกล่าว
อ้าวเสว่ไม่พอใจอย่างมาก ในตอนที่เย่เฟิงหยีเข้าไปในห้องทำสมาธิ เธอก็ได้เดินตามเข้าไปด้วย “คุณย่า ไม่ใช่ว่าคุณย่าจะไม่รู้จักพฤติกรรมของติงยียีนี่คะ ถ้าให้เธออยู่ที่บ้านของตระกูลเย่ต่อบางทีเธออาจจะก่อเรื่องก็ได้”
เย่เฟิ่งหยีหยิบธูปสองสามเล่มบูชาพระโพธิสัตว์ โดยปากของเธอก็ท่องบทสวดไปด้วย “เชินหลินพูดถูก บ้านตระกูลเย่ของเราไม่ได้ขาดห้องจนต้องมีคนไปนอนข้างถนน ชูหวินเพิ่งจากไป อย่าเพิ่งไปทำอะไร”
อ้าวเสว่ไม่พอใจ เธอรู้สึกว่าเย่เฟิ่งหยีกลัวเย่เนี่ยนโม่และเย่เชินหลิน “คุณย่า! แบบนี้มันจะทำให้คนอื่นรังแกเราได้ง่ายๆ!”
“โอหัง!” เย่เฟิ่งหยีลุกขึ้นตบโต๊ะอย่างกะทันหัน
อ้าวเสว่ตกใจ เธอก้าวถอยอย่างต่อเนื่อง และรีบยิ้มอย่างรวดเร็ว “คุณย่า หนูแค่พูดไปเรื่อยน่ะ อย่าโกรธเลยนะคะ ถ้าคุณย่าโกรธสุขภาพจะไม่ดีเอานะคะ”
เย่เฟิ่งหยีสีหน้าดูดีขึ้นเล็กน้อย “เธอออกไป ฉันอยากอธิษฐานให้ชูหวิน”
ในบาร์ อ้าวเสว่เทแอลกอฮอล์ใส่เข้าไปทีละแก้ว และแก้วก็ถูกซือซือดึงไป “ถ้ากลับไปด้วยอาการเมาแบบนี้ แกอยากให้ท่านนายคิดยังไง ไม่ต้องดื่มแล้ว"
“ท่านนายอะไร? เป็นแค่คนแก่คนนึง แค่เย่เนี่ยนโม่พูดอะไรนิดหน่อยเธอก็ไม่กล้าพูดอะไรแล้ว หึหึ ถ้ารู้งี้หนูควรจะฆ่าติงยียีตั้งแต่ตอนที่อยู่ที่รัสเซีย”
“แกพูดอะไรนะ?”
“ฆ่าติงยียีทิ้งซะ ฆ่าเธอทิ้งซะ!”
เสียงโดนตบดังขึ้นอย่างชัดเจน อ้าวเสว่ดื่มจนเมาจนเธอไร้เรี่ยวแรงไปทั้งตัว เธอโดนตบและล้มลงไปกับพื้น
ซือซือเดินไปหาเธอช้าๆ ก่อนจะคุกเข่าตัวลง จากนั้นก็เอื้อมมือไปและลูบแก้มเธอเบาๆ เล็บสีแดงเป็นประกายในดวงตาของเธอ “แกเป็นเหยื่อของฉัน ฉันมีวิธีจัดการของฉัน คราวหลังถ้าแกจะทำอะไรที่มันทำให้เสียแผน ก็อย่าโทษว่าแม่ไม่รักแกละกัน”
นิ้วของเธอบีบแรงขึ้น และเธอก็พูดต่ออย่างแผ่วเบาว่า “ลูก แกกับแม่อยู่ในถนนเส้นเดียวกัน และถ้าแม่ตายไปเงินก็จะเป็นของแก ดังนั้นเชื่อฟังหน่อย เพราะยังไงเรื่องที่แกทำให้เย่ชูหวินตายไป มันควรจะถูกเหยียบไว้ให้ลึกที่สุดตลอดไปไม่ดีกว่าเหรอ?”
อ้าวเสว่มองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอ หัวใจของเธออัดอั้นจนกำลังจะระเบิดออกมา แต่เธอทำได้อดกลั้นความโกรธของเธอไว้ “แม่ หนูรู้แล้ว”
ที่นั่งถัดไปสองที่ มีชายหนุ่มที่สวมเสื้อแจ็กเก็ตยิ้มหลังจากที่จากกับอ้าวเสว่เขาก็เดินไปหาซือซืออย่างช้าๆ เธอเงยหน้าขึ้นและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “คุณนี่เอง”
กลับไปที่บ้านของตระกูลเย่ อ้าวเสว่ที่ยังคงโกรธอยู่ เธอรู้ว่าไม่มีคนของตระกูลเย่อยู่ในบ้าน เธอจึงไปที่ห้องของติงยียี และเตะประตูห้องอย่างแรง เธอเดินเข้าไปในห้องด้วยความโกรธ ติงยียีทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองเธอ จากนั้นก้มหัวลงวาดภาพต่อ กระดาษนั้นเต็มไปด้วยภาพวาดที่เลอะเทอะ
อ้าวเสว่รีบดึงกระดาษออกมาแล้วฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย “คุณคิดว่าแค่อยู่ในนี้ทุกวันก็ได้แล้วเหรอ? วันวันก็ทำหน้าเหมือนซังกะตาย รู้ไหมว่ามันน่ารำคาญ?”
ติงยียีดึงกระดาษออกมาอีกแผ่นโดยไม่สนใจเขา เธอวาดรูปต่อไป กระดาษถูกดึงไปอีกครั้ง รอบนี้อ้าวเสว่หยิบกระดาษที่ยับๆ โยนใส่หน้าเธอ “ทำไมไม่พูด? จะให้ฉันเห็นใจคุณเหรอ น้องสาวของฉัน?”
ไม่มีใครตอบเธอ ติงยียีก้มลงพู่กันที่อ้าวเสว่ปัดทิ้ง บนใบหน้าเธอไร้ความรู้สึกใดๆ
“แค่เห็นหน้าซังกะตายของคุณ ฉันก็ทนไม่ไหวแล้ว!” หลังจากอ้าวเสว่โวยวายเสร็จ เธอก็จากไปอย่างพอใจ
ติงยียีจ้องกระดาษสีขาว เธอยกมือขึ้นมาอย่างเงียบๆ อีกครั้ง
กลางดึก มีมือหนึ่งผลักประตูออกเบาๆ เย่โม่เนี่ยนเดินเข้ามา คนที่ยืนข้างเตียงละเมอ ตัวเขาแข็งทื่อไปทั้งทั่ว รอจนติงยียีหลับสนิทอีกครั้ง เขาจึงค่อยๆ เดินออกไปอย่างเงียบๆ อีกครั้งนี้เขามีท่าทีที่อ่อนนุ่มขึ้น
ในมือเขาหอบเอกสารเป็นกอง เขาก้มลงประทับจูบบนหน้าผากเธอ จากนั้นก็นั่งลงเปิดเอกสาร วันถัดมา ชิวไป๋มาที่บ้านตระกูลเย่อย่างกะทันหัน พอเข้าไปที่ห้องติงยียีเธอก็เปิดม่านออกเพื่อให้แสงอาทิตย์ส่องเข้ามา “นี่! ถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วนะ ในสวนธารณะมีคนเล่นว่าวกันเยอะมาก เราไปด้วยกันเถอะ”
“ไม่ เธอไปเถอะ” ติงยียีไม่สนใจ เธอไม่ยอมพูดอะไรเยอะ
ชิวไป๋ไม่สนใจ เธอเข้าไปค้นของในตู้เสื้อผ้าทันที “ฉันจะไปคนเดียวได้ยังไง ถ้าไปเล่นว่าวคนเดียวคนอื่นคงหัวเราะแย่”
ติงยียีรับเสื้อผ้ามาอย่างเบื่อหน่าย “เธฮไม่ต้องทำงานหรอ?”
ชิวไป๋มองบน ในใจคิดถึงเรื่องวันนี้ที่ตัวเองถูกพักงาน และคนที่สามารถทำแบบนี้ได้ ใช้แค่นิ้วมือคิดก็ยังรู้ว่าเป็นใคร
ในห้องรับแขก พ่อบ้านยิ้มตาหยี “คุณยียีตุณจะออกไปเหรอครับ?”