ตอนที่ 1721
บทที่ 1721 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1561
October 28, 2026
สมกับเป็นคนที่ทำให้สาวๆน้อยใหญ่ในประเทศต่างคลั่งไคล้ ใบหน้าของอ้าวเสว่ก็แดงขึ้นแบบช่วยไม่ได้ เห็นเลยว่ามาหาติงยียีอีกแล้วสินะ นังผู้หญิงคนนั้นเอาแต้มบุญมาจากไหนนักหนา ดีไซเนอร์ชื่อดังกับนักแสดงชื่อดังระดับนานาชาติก็เป็นเพื่อนของหล่อน
เมื่อเห็นอันหรัน ติงยียีก็ไม่ได้ตกใจอะไร ยิ้มพลางพูดว่า “ตอนนี้ฉันขี้เหร่มากเลยใช่ไหม”
“ขี้เหร่มาก ขี้เหร่จนผมไม่อยากจะรู้จักคุณเลย” แววตาของอันหรันทั้งกังวลและลังเล เขาจะชิงตัวติงยียีไปในตอนนี้ที่เธอรักษาตัวอยู่ดีไหมนะ
แต่เมื่อคิดไปถึงผู้ชายที่ต่อให้ตายก็ไม่ได้ใจของเธอคนนั้น เขาก็เริ่มลังเล เขาก็ไม่มีวันได้ใจผู้หญิงคนนี้เหมือนกัน
อันหรันอยู่เป็นเพื่อนเธอทั้งวัน ตอนจะกลับไปก็วางบทละครไว้เล่มหนึ่ง “ผมได้แนะนำคุณให้กับผู้กำกับคนนึง นางเอก ถ้าคุณอยากเล่นล่ะก็โทรหาเบอร์บนเล่มนะ”
ติงยียีหยิบบทละครขึ้นมา เอ่ยนิ่งๆ “ครั้งนี้นายใช้เส้นอีกเท่าไหร่ล่ะ”
อันหรันชะงัก แล้วพูดด้วยท่าทีจริงจัง “เรื่องจุดสัญญาณไฟหยอกล้อเจ้าแห่งรัฐ บทเรื่องนี้ไม่มีอะไรสักหน่อย”
สีหน้าแววตาของเขาผสมผสานด้วยหลายอารมณ์ ติงยียีกลับไม่รู้อะไร เธอปฏิเสธความห่วงใยของทุกคนราวกับตัวแม่นหัวรั้น
ตกกลางคืน เย่เนี่ยนโม่เปิดประตูเข้ามา คนที่เดิมทีควรจะนอนอยู่กับเตียงกลับไม่ได้อยู่บนเตียง เขาว้าวุ่นใจมาก วิ่งออกไปทั้งๆที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า
เขาวิ่งตรงไปที่สุสาน แล้วก็เห็นว่าหญิงสาวยืนอยู่ที่ป้ายหลุมศพจริงๆด้วย คนที่หมู่นี้ไม่ยอมพูดอะไรเลยกลับพูดไม่หยุดเมื่ออยู่หน้าป้ายหลุมศพ
คืนนี้ลมแรงมากจนพัดผมเธอปลิวขึ้นมา
เย่เนี่ยนโม่ปิดไฟดับเครื่องให้อยู่ในเงามืด เธอที่กำลังพูดพร่ำคิดถึงคนที่ตายไปอยู่ทางนั้น เขาจะอยู่อีกฝั่งเพื่อปกป้องเธอ
ที่บริษัท เจสันวางแผนงานลงบนโต๊ะ “ผมคิดว่าแผนงานนี้ยังต้องแก้อีกนะ ราคาที่เสนอไปต่ำเกินไป พวกเราจะขาดทุนยับ”
เย่ป๋อเหลือบมองไปทีหน้าเอกสารแปปนึง “จากการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลของเพื่อนร่วมงานของผมแล้ว คิดว่าแผนงานนี้สามารถดำเนินได้ครับ”
“ผมเป็นศาสตราจาร์ยที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ผมรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์มากกว่าพวกคุณ ถึงแม้ว่าประธานติงจะไม่ได้ดูแลบริษัทแล้ว ผมก็ไม่อยากจะทำให้เฟิ่งหยีผิดหวัง”
“คุณเจสันครับ” เย่ป๋อนั่งตัวตรงขึ้นมองไปที่เขา “งานนี้ใครเป็นคนอนุมัติกันแน่ ผมคิดว่าคุณก็คงรู้นะครับ”
สีหน้าของเจสันเปลี่ยนไปทันที หน้าเขากระตุก อยากจะเถียงดูแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร
เมื่อส่งเจสันเสร็จ เย่ป๋อก็หยิบเสื้อคลุมขึ้นมา วันนี้เขายังมีแขกคนสำคัญที่ต้องรับอีกคน
ที่สนามบิน ซ่งเมิ่นเจ๋พูดพลางยิ้มขอบคุณ “ขอบคุณนะที่อุตส่าห์เป็นธุระมารับฉัน”
“เล็กน้อยครับ พวกเราไปกันเถอะ” เย่ป๋อจะช่วยขนสัมภาระให้เธอ อีกฝั่งกลับปัดมือว่าทำเองได้ “ตอนที่ฉันอยู่ที่ทิเบต เมื่อมีเสบียงมาพวกเราก็ยกด้วยมือกันทั้งนั้น ดังนั้นของพวกนี้จิ๊บจ๊อยมาก”
เย่ป๋อก็ไม่ได้บังคับ ขับรถพาเธอไปที่หน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่ง “อีกสักพักคุณยียีก็มาแล้วครับ คุณเป็นเพื่อนสนิทของเธอ เธอคงจะมีความสุขมากที่ได้เจอคุณ”
ซ่งเมิ่นเจ๋ยิ้ม เธอมองไปที่สิ่งก่อสร้างรอบๆรอบด้านเป็นบรรยากาศของเมืองใหญ่ ชายหนุ่มและหญิงสาวแต่งตัวกันตามแฟชั่นดื่มกาแฟราคาแก้วละหลายสิบหยวน แต่กลับไม่รู้เลยว่าราคาของกาแฟพวกนี้เป็นค่าอาหารเด็กได้ถึงหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่านั้น
เมื่อเห็นซ่งเมิ่นเจ๋ ติงยียีก็ประหลาดใจมาก "เมิ่นเจ๋"
"นั่งลงก่อนสิ" ซ่งเมิ่นเจ๋ยิ้มให้เธอ "เธอดูดีกว่าที่ฉันคิดอีกนะ"
"จริงหรอ?" ติงยียียิ้มเกร็งๆที่จริงมีเรื่องที่อยากพูดเยอะเลย แต่ปากกลับไม่ได้พูดอะไรออกไปเลย จิตใจก็เศร้าสลด
ทั้งสองนั่งอยู่สองฝั่ง ไม่มีความตื่นเต้นของการกลับมาพบกันหลังจากไม่ได้เจอกันนานเลย ได้เพียงแต่พูดคุยกันเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องที่บ้าน จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน
คนขับรถของตระกูลเย่กำลังรอติงยียีอยู่ข้างหน้าร้าน ซ่งเมิ่นเจ๋หยิบกระเป๋าของเธอออกมา ใบหน้านิ่งๆแดงจางๆ "พรุ่งนี้ฉันก็กลับแล้ว ดีใจที่ได้เจอเธอวันนี้นะ"
เธอลุกขึ้นเดินไปสองก้าว แล้วหันกลับมาทันที "ติงยียี ที่จริงเธอเห็นแก่ตัวมาก"
ติงยียีมองเธออย่างสับสน "เมิ่นเจ๋"
"เธอเสียใจมาก แต่เธอเคยสังเกตไหมว่าคนอื่นจะรู้สึกปวดใจไหม ช่วงนี้หลายคนคงปลอบโยนเธอสินะ เธอเคยสนใจความรู้สึกของพวกเขาไหม?”
เสียงลมที่ประตูดังขึ้นเบาๆติงยียีมองออกไปนอกหน้าต่าง ซ่งเมิ่นเจ๋ข้ามถนน เสื้อเชิ้ตยีนของเธอกระพือลม
เธอไม่รู้ว่าเธอนั่งอยู่นานแค่ไหน รู้เพียงแต่ว่าดวงอาทิตย์ตกนอกหน้าต่างได้หายไปแล้ว กลางคืนเข้าปกคลุม เธอลุกขึ้นยกขาที่ชาขึ้นแล้วเดินออกไป
“ช่วยไปที่สุสานหน่อยนะ” ที่สุสาน ผู้ดูแลสุสานจำติงยียีได้ปล่อยให้เธอเดินไป หลุมฝังศพเดี่ยวๆทางด้านซ้ายของโบสถ์ ด้านขวาของมันคือหลุมฝังศพของนักเขียนชื่อดังในประเทศ
หลุมศพเต็มไปด้วยดอกไม้ ติงยียีก้มลงและวางดอกลิลลี่ที่เธอนำมาเบา ๆ กลีบดอกไม้ทับซ้อนกัน แม้แต่นิ้วของเธอก็มีกลิ่นหอมติดมา
"คุณจะกังวลไหม กังวลว่าวันหนึ่งจะไม่มีดอกไม้อยู่หน้าหลุมศพจะไม่มีใครจำเย่ชูหวินได้ แม้แต่ฉันก็จะลืมคุณไป"
ลมพัดดอกไม้เบา ๆ ราวกับกำลังตอบเธอ "เพราะงั้นคุณถึงบังคับตัวเองให้จดจำเขาไว้สินะ”
เย่เนี่ยนโม่ เดินเข้ามาหาเธอและมองเธอ ดวงตาของเขาเหมือนลูกกวาดนุ่มๆ ภายใต้แสงไฟจากข้างถนน