ตอนที่ 1722
บทที่ 1722 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1562
October 28, 2026
“ฉันกอดคุณได้ยังไง ฉันนอนอยู่ข้างในดีๆนี่” เธอแปลกใจมากจนถอยออกมาเกือบจะตกจากเตียง เย่เนี่ยนโม่ ที่ตื่นนานแล้วก็คว้าแขนกลับเข้าไปในอ้อมแขนของเขา
“ผมก็นอนดีๆนะ” เย่ เนี่ยนโม่พูดเบาๆ
ติงยียีเงียบไป ท่าทางการนอนของเธอดูไม่ค่อยสบายนัก เป็นไปได้หรอว่าเธอซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเย่เนี่ยนโม่เมื่อคืนนี้
เมื่อเห็นท่าทีสับสนของเธอ ดวงตาของเย่เนี่ยนโม่ก็เป็นประกายด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสุข "ใครโทรมา"
ติงยียีถึงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เมื่อเห็นหน้าจอก็พูดอย่างสงสัย "เลขาของเย่ซื่อ?"
เมื่อพูดถึงบริษัท ติงยียีไม่คิดว่า เย่เนี่ยนโม่จะไม่กลับมาที่เย่ซื่อแล้ว เธอยังคงเป็นผู้จัดการของเย่ซือและฝู้เฟิ่งหยีก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีอะไร
เลขาที่โทรหาเธอเสียงอึกอักแต่ไม่ได้พูดอะไร ติงยียีพูดอย่างนุ่มนวล “ใช่เรื่องงานหรือเปล่า”
“คุณติงคะ คุณจำเอกสารมูลค่า 10 ล้านที่คุณเซ็นไว้ก่อนหน้านี้ได้ไหม ลูกค้าชาวอเมริกัน”
สิบล้าน ลูกค้าชาวอเมริกัน?ติงยียีคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ใช่จ่ะ ทำไมหรอ?"
"ไม่มีอะไรค่ะ แค่เรื่องเล็กน้อยเกิดขึ้น ฉันจะไปติดต่อแล้วก็น่าจะแก้ไขได้" อีกฝ่ายพูดสองสามคำอย่างเร่งรีบ พยักหน้ากับเธอ แล้วก็ออกจากออฟฟิศไป
ติงยียีไม่เห็นด้วย เธอโทรหาเย่ป๋อ พูดอย่างตรงไปตรงมา "ฉันต้องการคืนบริษัทเย่ซื่อให้เขา"
เย่ป๋อหน้านิ่ง "คุณมีสิทธิ์อย่างแท้จริง"
เธอลุกขึ้นยืนด้วยสายตาขอบคุณ " ขอบคุณนะ”
หลังจากที่เย่ป่อจากไป เธอมองไปรอบๆ นี่คือสิ่งที่เย่ชูหวินใช้ชีวิตเพื่อเธอ เธอปล่อยเขาไปเพียงเพื่อให้เขารู้ว่าไม่มีเขาคอยดูแล เธอก็ใช้ชีวิตที่ดีได้
ในตอนบ่าย ในห้องอาหารโรงแรมตี้เหา ดาราภาพยนตร์นานาชาติและดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงต่างก็มารวมตัวกัน เอเลนมองอันหรันด้วยความเกลียดชัง สัญชาตญาณของเขาบอกว่าชายคนนี้สนใจก็สนใจติงยียีด้วย
“ขอโทษนะที่ฉันมาช้า” ติงยียีผลักประตูเข้ามา
เมื่อเห็นเธอ ท่าทีของเอเลนละอันหรันก็สดใสขึ้น Alin เห็นทั้งหมด เธอจงใจขยับติงยียีไปอยู่ข้างๆตัว
ติงยียียกแก้วไวน์ขึ้นมา กล่าวว่า "ก่อนหน้านี้ฉันเคยทำให้ทุกคนเป็นกังวล ฉันเด็กเกินไป ฉันจึงอยากจัดงานฉลองขอโทษในวันนี้ ขอบคุณทุกคนนะคะ"
"คุณควรขอบคุณเย่เนี่ยนโม่ต่างหาก" สวูเหวยเหรินที่ไม่พูดอะไรก็พูดขึ้นมาประโยคนึง
อันหรันมองเขาแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ต้องการให้ติงยียีรู้เรื่องนี้ สวุเหวยเหรินพูดต่อ “เขามาอเมริกาเพื่อพบเราด้วยตัวเอง ขอให้เราไปดูแลคุณในฐานะเพื่อน "
ติงยียีมองอันหรันอย่างประหลาดใจ อันหรันก็รู้ว่าปิดเรื่องนี้ไว้ไม่ได้ เม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า "ใช่ เขามาหาพวกเรา"
"แล้วอาจารย์ล่ะคะ?" เธอหันไปมองAlin
Alinaหมุนอัญมณีบนมือไปมา "เขาก็มาหาฉันที่ฝรั่งเศสด้วยเหมือนกัน"
"ฉันก็ด้วย" ชิวไป๋พูดข้างๆ
ติงยียีตกตะลึงในสถานการณ์นั้น จิตใจว้าวุ่นมาก ชิวไป๋ถอนหายใจ "จำที่ฉันบอกว่าให้รักษาคนตรงหน้าไว้ให้ดีได้ไหมล่ะ"
ประโยคนี้เป็นเหมือนคาถาปลดคำสาป ความสับสนภายในแววตาของติงยียีนั้นหายไป แทนที่ด้วยความแน่วแน่ เธอโค้งคำนับให้ทุกคน แล้วรีบวิ่งออกไป
“ขอโทษนะ” สวุเหวยเหรินขอโทษ แล้วก็เงียบลง อันหรันส่ายหน้าอย่างหมดหนทางในแววตาของเขา “ใครใช้ให้เธอเมีแต่เขาในสายตาล่ะ?”
รีบลงจากรถแล้วเข้ามาในบ้านตระกูลเย่ก็ได้พบกับโม่เสี่ยวจุนกับไห่ฉิงฉิงที่ถือสัมภาระอยู่ “คุณลุง คุณป้า พวกคุณ”
ติงยียีหยุดและมองดูกระเป๋าเดินทางที่อยู่ข้างทั้งสองคน รู้สึกเศร้าเล็กน้อย
“คนเก่ง” ไห่ฉิงฉิงเดินโซเซไปข้างหน้า เธอดูแก่ขึ้นสิบปีในเวลาอันสั้น “ที่นี่เป็นที่ที่ทำให้เราเศร้า พวกเราจึงอยากจะไปอยู่ที่อื่น ถือโอกาสตอนที่ยังเดินกันไหวออกไปดูโลกข้างนอกแทนชูหวินเขา”
โม่เสี่ยวจุนหันหน้าหนีอย่างเงียบ ๆใช้นิ้วเช็ดน้ำตาในเบ้าตาของเขา
หัวใจของติงยียีเต้นแรง "ฉันจะดูแลพวกคุณไปตลอดชีวิต!"
"เด็กดี" ดวงตาของไห่ฉิงฉิงก็แดงเช่นกัน เสียงของเธอปนสะอื้น "ขอบคุณหนูนะที่ให้ชูหวินมีความทรงจำดีๆ"
คนผิดหวังทั้งสองช่วยกันพยุงกันเดินออกจากบ้านตระกูลเย่ไป แผ่นหลังของพวกเขาค่อยๆละหายไปจากสายตาของเธอ ในใจของติงยียีนั้นเจ็บปวด ความคาดหวังหายไปไม่น้อย
เธอรู้ว่าเย่เนี่ยนโม่อยู่บ้าน ช่วงนี้เขามักจะอยู่บ้านนาน แค่ในตอนแรกเธอโดนความเศร้าโศกครอบงำไว้ทำให้ไม่เคยเห็นเขาที่คอยอยู่ข้างๆตลอด
เย่เนี่ยนโม่ไม่ได้อยู่ในห้องหนังสือ คอมพิวเตอร์สว่างขึ้น เธอเดินเข้าไปในห้อง ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง และเมื่อมองไปในสวน เธอก็เห็นคนที่เล่นเปียโนอยู่คนเดียวได้ในทันที
เธอมองไม่เห็นสีหน้าของเขา ดูได้จากมือที่ว่องไวของเขาว่าตอนนี้เขาไม่ได้อารมณ์เสีย