ตอนที่ 1760
บทที่ 1760 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1600
October 28, 2026
“ฉันเปล่านะ” ติงยียีแย้งทันควัน ยิ่งต้องการที่จะปิดบังก็ยิ่งเปิดเผยออกมากขึ้น
หยูหลันเดินมาด้านหน้าเธอ พูดเน้นย้ำอีกว่า “ชีวิตนี้ของเขามีไว้ให้ผู้หญิงที่ชื่อว่าติงยียีคนเดียวเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องไปหลงรักเขาหรอก”ท
หัวใจติงยียีเต้นระรัว เมื่อได้ยินชื่อของตนเองดังออกมาจากปากคนอื่นซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์มาก ส่วนหยูหลันนั้นคิดว่าเธอสิ้นหวัง
เขาถอนหายใจเบาๆจนแทบไม่ได้ยิน “ผู้หญิงที่เขารักที่สุดชื่อติงยียี นั่นคือเหตุผลครึ่งหนึ่งที่ทำให้เขามาลาสเวกัสเพื่อตามหาเธอ ซึ่งเมื่อครู่นี้เขาได้กลับประเทศไปแล้ว”
“ทำไมล่ะ” ติงยียีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแห้งผาก
หยูหลันอดใจไม่ไหว “เพราะว่าติงยียีที่หายตัวไปสองเดือนตอนนี้ปรากฎตัวแล้วนะ"
“เป็นไปไม่ได้” ติงยียีบ่นพึมพำเบาๆ เกิดความรู้สึกเศร้าโศกในหัวใจ รู้ว่าครั้งนี้เขาต้องผิดหวังอีกแล้ว
หยูหลันได้ยินคำพูดเธอ กลับคิดว่าเธอไม่สามารถรับความจริงได้ก็เท่านั้น จึงไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมอีก
“ดูแลตัวเองดีๆ” เขามองหญิงสาวสวยตรงหน้าผู้ซึ่งกล้าหาญและฉลาดหลักแหลมพูดออกมาอย่างเศร้าใจ
เมื่อคนจากไปสถานที่ที่เขาเคยอยู่ ความสัมพันธ์ที่มีก็แปรเปลี่ยนไปแล้ว ติงยียีเดินเข้ามาในห้องของเย่เนี่ยนโม่ ผ้าห่มที่พับอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม้แขวนเสื้อสองสามอันวางระเกะระกะอยู่บนเตียงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าชายหนุ่มรีบร้อนกลับไปมาก หน้าต่างเปิดกว้าง จนผ้าม่านสีขาวถูกลมพัดจนปลิวไสวลอยขึ้นมา จากนั้นจึงกระทบลงบนหน้าเธออย่างแผ่วเบา
“เย่เนี่ยนโม่ ขอโทษนะ” เธอแหงนหน้ามองเครื่องบินลำหนึ่งที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าไกลออกไป พร้อมรำพึงรำพัน
บ้านตระกูลเย่
บนโซฟามีหญิงสาวนั่งอยู่หนึ่งคน เธอมีรอยยิ้มอ่อนโยนทักทายกับพ่อบ้าน บรรดาบ่าวรับใช้ต่างรุมล้อมรอบกายเธอด้วยความเป็นห่วงเป็นใย พวกเขาชื่นชอบผู้หญิงที่ทั้งอ่อนโยนทั้งจิตใจดีคนนี้เอามากๆ
เย่เฟิ่งหยีโกรธมาก “นี่เธอเปลี่ยนใจอีกแล้วเหรอ”
“คุณย่าคะหนูขอโทษ หนูยังลืมเขาไม่ได้ หนูอยากจะลองดูสักครั้งค่ะ”
เวลานี้เอง ในสวนดอกไม้ก็มีคนเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน สีหน้าของเขายังมีความเหนื่อยล้าจากการนั่งเครื่องบินมามากกว่าสิบชั่วโมง แต่แววตากลับเปล่งประกายมาก
พ่อบ้านพาคนรับใช้ออกไปอย่างรู้งาน แม้ว่าเย่เฟิ่งหยีจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่อยากจะปะทะกับหลานชายของตัวเอง และยิ่งไม่อยากให้เย่เนี่ยนโม่รู้ว่าตนเองเคยบีบบังคับให้ติงยียีทำศัลยกรรม ดังนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเลย
หญิงสาวเพิ่งจะลุกขึ้นก็ถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดอันเหนื่อยล้าอย่างแรงทันที เย่เนี่ยนโม่กอดไว้แน่น ราวกับต้องการหลอมละลายเธอให้เข้าไปอยู่ตัวเขาอย่างนั้น
เธอเงยหน้าขึ้นมือทั้งสองข้างสั่นเทา พลางค่อยๆยื่นมือออกมาโอบกอดแผ่นหลังของเขาเอาไว้ กระซิบว่า “เนี่ยนโม ฉันคิดถึงคุณมาก”
สิ่งที่โต้ตอบเธอคือริมฝีปากอันเร่าร้อน เธอเบิกตาโพลง น้ำตาไหลพรั่งพรู ทำให้เขาต้องหยุดจูบเอาไว้
“เด็กโง่”
เย่เนี่ยนโม่ปาดน้ำตาที่อยู่บนใบหน้าเธอ เรียกชื่ออย่างแผ่วเบา “ยียี ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว”
หญิงสาวไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองในทันที สักพักหนึ่งจึงได้พยักหน้าเล็กน้อย “ฉันกลับมาแล้วค่ะ”
ภายใต้แสงไฟสลัว ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคย สีหน้าที่ปรากฎในกระจกแฝงความน่ากลัวเล็กน้อย เธอค่อยๆลูบใบหน้าหญิงสาวที่อยู่ในกระจก นิ้วเรียวยาวค่อยๆวาดเครื่องหน้าของหญิงสาวที่อยู่ในกระจก สักพัก พลันปรากฏรอยยิ้มตรงมุมปากของเธอ ทั้งสวยและเย็นชามาก เธอเอ่ยอย่างแผ่วเบา “ฉันอ้าวเสว่กลับมาแล้ว”
ทันใดนั้นโทรศัพท์ที่อยู่ข้างมือก็ดังขึ้นมา เสียงของซือซือดังกังวานและมีเสน่ห์ “ลูกสาวของแม่รู้สึกเป็นยังไงบ้าง”
อ้าวเสว่ลูบคลำใบหน้าของตนเอง พลันหยุดนิ้วอยู่ที่รอยแผลเป็นตรงแก้ม เธอลูบไล้รอยแผลเป็นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสดงสีหน้าดุร้ายน่ากลัวอย่างยิ่ง พร้อมคำตอบที่เป็นอย่างนั้นอย่างพอใจ “ดีมาก ดีเป็นพิเศษเลยค่ะ”
“จำเอาไว้นะ ต่อไปลูกคือติงยียี ความเคยชินในการใช้ชีวิตของติงยียีทุกอย่างลูกต้องทำให้ได้ บนโลกใบนี้ไม่มีคนที่ชื่อว่าอ้าวเสว่อีกแล้ว”
“แล้วติงยียีไปไหนแล้วคะ
อ้าวเสว่ยังมีความกังวลอยู่บ้าง แม้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นติงยียีแล้วก็ตาม ถ้าติงยียีตัวจริงปรากฏตัวขึ้นมาล่ะ เธอจะทำยังไงดี
“ฮ่าๆๆ” ซือซือหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “แม้ว่าเธอจะปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งแล้วยังไง ทุกคนต่างยอมรับแล้วว่าลูกต่างหากคือติงยียี!
หลังจากนั้น สองสามวัน ณ สนามบินที่มีผู้คนคราคร่ำ ติงยียีโบกรถแท็กซี่คันหนึ่งมุ่งหน้าไปยังเมืองเหยาหนาน ซึ่งในมือมีของขวัญวันเกิดของติงต้าเฉินอยู่ด้วย
รถยนต์ใช้เวลาขับมาหลายชั่วโมง จนใกล้ถึงเวลากลางคืนแล้วจึงมาถึงถนนเส้นที่คุ้นเคย ติงยียีลงจากรถ หลังจากมองเห็นไฟในบ้านของอาที่เปิดสว่างไสวอยู่หัวใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที
เพิ่งจะเดินเข้าไปใกล้ประตูใหญ่ด้านในประตูก็มีเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังชัดออกมา เธอยิ้มและเตรียมจะเปิดประตู มือเพิ่งจะวางลงบนลูกบิดประตู ก็ได้ยินเสียงที่ทำให้เธอชะงักฝีเท้าทันที
“ยียี! ครั้งนี้กลับมาก็อยู่สักวันสองวันสิ ไปตกปลาเป็นเพื่อนพ่อก่อน”
“ไม่ดีกว่าค่ะพ่อ หนูอยากกลับไปทำงาน งานยุ่งนิดหน่อยค่ะ”
ติงยียีเหรอ เห็นชัดว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้ พ่อกำลังพูดอยู่กับใครกัน หรือว่ามีญาติที่ชื่อแซ่เหมือนกันงั้นเหรอ ไม่นานนักก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาทำลายจินตนาการทั้งหมดของเธอ
“คุณลุงครับ ผมจะดูแลเธอให้ดีครับ”
เป็นเสียงของเย่เนี่ยนโม่! เป็นเขาไปได้ยังไง! ตกลงว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น