ตอนที่ 1759
บทที่ 1759 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1599
October 28, 2026
“ดูเหมือนว่าคุณจะไม่มีคุณสมบัติที่จะมาแทนที่ราชาแห่งการพนัน”
มีเสียงเบาๆดังขึ้นมาจากในฝูงชน เจี๋ยหยางเกลียดที่คนอื่นท้าทายเขาที่สุด เขาหันไปมองผู้ชายผมดำแปลกหน้าคนนั้นทันที พูดอย่างเกรี้ยวกราดว่า “แกรู้มั้ยว่ากำลังพูดอยู่กับใคร”
เย่เนี่ยนโม่กระตุกริมฝีปาก ดีดนิ้ว คนที่อยู่รอบๆก็ยกปืนเล็งไปที่เจี๋ยหยาง หยูหลันเดินออกมาจากฝูงชน “รู้แต่แรกแล้วว่าแกแอบลอบวางแผนทำร้ายราชาแห่งการพนัน วันนี้จะทำให้แกเผยความชั่วช้าออกมา”
“พวกแกพูดอะไร ! ฉันเป็นลูกชายของราชาแห่งการพนัน เดิมทุกอย่างก็เป็นของฉันอยู่แล้ว!” เจี๋ยหยางร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว ผู้ชายคนนี้ช่างโง่เขลาจริงๆ แทบไม่น่าจะวางอย่างรัดกุมแบบนี้ออกมาได้เลย ต้องมีคนบงการเขาอยู่เบื้องหลังแน่นอน
“แย่แล้ว!” เขาควักปืนออกมาเล็งไปที่ชั้นสองทันที ในขณะเดียวกันก็มีเสียงปืนดังขึ้น เสียงกรีดร้องโดยรอบก็ดังขึ้นเป็นระลอก เจี๋ยหยางกุมหน้าท้องของเขาซึ่งมีเลือดออกมาไม่หยุด
ที่ชั้นสอง เจี๋ยไห่ถือปืนเล็งไปที่ชายชรา สีหน้าคลุ้มคั่ง “ผมต่างหากที่เป็นทายาทผู้รับมรดกของราชาแห่งการพนัน ตอนนี้พี่ชายที่เนรคุณแย่งชิงอำนาจของผมคนนี้ถูกผมกำจัดออกไปจากบ้านแล้ว กิจการของพ่อผมผมจะจัดการดูแลอย่างดีแน่นอน”
เย่เนี่ยนโม่ยกปืนเล็งไปที่เขา หัวเราะเยาะพูดว่า “คุณก็แค่หาข้ออ้างเพื่อมากำจัดคนที่ต่อต้านคุณเท่านั้น”
เจี๋ยไห่ยิ้มอย่างเฉยเมย แต่กลับมีเสียงเย็นยะเยือกดังมาจากด้านหลัง “อย่าขยับ”
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว นั่นคือไอ้คนปัญญาอ่อนที่อยู่กับผู้หญิงคนนั้น ดูท่าทางเขาก็ไม่ได้ซื่อๆไร้เล่ห์เหลี่ยมแบบที่คิดเลย เขาคิดจะทำอะไร
“ผมคือเจี๋ยเทียนลูกชายคนที่สามของราชาแห่งการพนัน!” เจี๋ยเทียนกวาดสายตามองไปทั่วทั้งงานแล้วพูดต่อไปว่า “เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พี่ชายสองคนทำร้ายผม พ่อจึงส่งผมไปสถานสงเคราะห์แห่งหนึ่งในประเทศจีน ให้ผมแกล้งทำเป็นคนบ้าปัญญาอ่อน แต่ก็ด้วยเหตุนี้พี่ชายทั้งสองคนก็ยังเห็นผมเป็นหนามยอกอก ตอนนี้ก็ยิ่งวางแผนเพื่อแย่งชิงมรดกอีก!”
เกิดความโกลาหลวุ่นวายที่ข้างล่าง ระหว่างนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมา ก็คือนักธุรกิจสาวชาวจีนที่เย่เนี่ยนโม่เจอในวันนั้น
“เขาเป็นลูกชายคนที่สามของราชาแห่งการพนันจริง และยังเป็นทายาทที่ราชาแห่งการพนันแต่งตั้งด้วยตัวเอง!” หญิงสาวชูเอกสารฉบับหนึ่งในมือขึ้นมา “ฉันเป็นคนที่ได้รับคำสั่งให้พาลูกชายของเขากลับมา”
“ฮ่าๆๆ” จู่ๆเจี๋ยไห่ก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง หัวเราะจนตบรถเข็น ในแววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขาพูดอย่างช้าๆว่า “แกน่าจะแคร์ผู้หญิงคนที่อยู่กับแกคนนั้นมากสินะ”
เจี๋ยเทียนขมวดคิ้วไม่ตอบ แต่กลับเล็งปืนไปข้างหน้าอีกก้าว ปืนกระทบบนหน้าผากของเจี๋ยไห่ เขากลับพูดต่อไปอย่างไม่สนใจว่า “พี่ชายคนที่ตัณหากลับของผมคนนั้นก็ดูเหมือนจะกำลังตักตวงจากผู้หญิงคนนั้น น่าเสียดาย ฉันเองก็อยากได้ตัวปผู้หญิงคนนั้นมากนะ ”
“หุบปาก!” ดวงตาเจี๋ยเทียนฉายความวิตกกังวล แต่ไม่นานก็กลับมาสงบลง แทบไม่มีท่าทีว่าจะจากไปเลย
เย่เนี่ยนโม่หันกลับไปมองตรงที่เจี๋ยหยางถูกยิงเมื่อครู่ นอกจารอยคราบเลือดแล้ว ก็ไม่มีคนอยู่แล้ว
“บ้าเอ้ย!” เขาเก็บปืนไล่ตามรอยเลือดไป เจี๋ยไห่อาศัยจังหวะล้วงมีดออกมาจากหน้าอกแทงไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดังขึ้น
ภายในห้อง ติงยียีที่ถูกจัดมัดมือไพล่หลังนอนอยู่บนเตียง เธอได้ยินเสียงปืน สีหน้ากังวล ไม่รู้ว่าใครได้รับบาดเจ็บแล้ว
ประตูถูกกระแทกเปิด เจี๋ยหยางพุ่งเข้ามาอย่างทุลักทุเล ช่วงท้องเขาเต็มไปด้วยเลือด การเสียเลือดมากทำให้เขาหน้าซีดเผือด
เขาพิงอยู่ที่ประตู จู่ๆก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เธอรู้มั้ยว่าใครเป็นคนหักหลังเธอ”
ติงยียีมองเขาอย่างเงียบๆ ความจริงเธอรู้เรื่องทั้งหมดตอนที่ถูกจับมาแล้ว คนคนนั้นใช้เธอเป็นตัวล่อให้เจี๋ยหยางเสียสมาธิ หรืออาจจะเป็นการเตรียมที่จะให้ตัวเองตาย
เจี๋ยหยางไม่สังเกตความผิดปกติของเธอ หน้าเขาเต็มไปด้วยเหงื่อชุ่ม ก็เหมือนกับผ้าขนหนูผืนหนึ่ง คิ้วเขาขมวดกันแน่นเพราะความเจ็บปวด เวลานี้เองเขากลับตื่นเต้นอย่างผิดปกติ “ในเวลาเดียวกันเย่เนี่ยนโม่บอกผมกับน้องรองว่าคุณต่างหากที่เป็นลูกสาวนอกสมรสของราชาแห่งการพนัน ผมติดกับแล้วจริงๆ แต่เขาก็เดาผิด ลูกนอกสมรสของพ่อกลับกลายเป็นไอ้คนที่แกล้งทำปัญญาอ่อนสิบกว่าปี ฮ่าๆๆๆ!”
“อาไตเหรอ” ติงยียีนึกถึงผู้ชายคนนั้นที่มักจะยิ้มให้ตนเอง
เจี๋ยหยางเดินมาตรงหน้ากระชากแขนเธอขึ้นมา เอามีดมาจ่อที่คอของเธอ “เขาไม่ได้ชื่ออาไต เขาชื่อเจี๋ยเทียน”
ติงยียีหลุบสายตา ในใจกลับเจ็บปวดเล็กน้อย เดินตาเจี๋ยหยางไปที่ลานบ้าน ที่ลานบ้านมีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งมาเตรียมพร้อมอยู่แล้ว
“ปล่อยเธอ!” เย่เนี่ยนโม่เดินออกมาจากระเบียงทางเดิน สายตาคมกริบจ้องมองไปที่คออันบอบบางของหญิงสาวที่ถูกกรีดจนมีรอยเลือดออกมา
อีกด้านหนึ่ง ชายคนหนึ่งเดินแหวกฝูงชนออกมา ความซื่อไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยมไม่มีอยู่แล้ว ถูกแทนที่ด้วยความฉลาด ดุร้าย เขาเป็นคนประเภทเดียวกับเย่เนี่ยนโม่
ติงยียีกับเจี๋ยเทียนสบตากันในระยะไกล มองเห็นริมฝีปากเขาค่อยขยับ ติงยียียิ้มอย่างยากลำบาก เธอเข้าใจความคิดของเขา เขากำลังพูดว่าขอโทษ
“เจี๋ยเทียน จะให้ฉันปล่อยเธอก็ได้ แต่แกต้องทิ้งทรัพย์สมบัติทุกอย่างของพ่อได้หรือเปล่า” ขาข้างหนึ่งเจี๋ยไห่เสียไปแล้ว ได้แต่อาศัยขาอีกข้างรับน้ำหนักทั้งตัวเอาไว้
เจี๋ยเทียนมองติงยียีเงียบๆ ค่อยๆยกปืนขึ้นเล็งไปที่กลางหน้าผากเธอ
นี่คือจุดจบเหรอ ติงยียียิ้มให้เขา จากนั้นก็มองไปยังเย่เนี่ยนโม่ กลับเห็นว่าเขาเองก็ยกปืนขึ้นมาเช่นกัน สายตากลับจ้องมาที่เธอ